11 ซีรีส์ดัง!! แนะนำสำหรับคนฝึกพูดภาษาอังกฤษ

1. Friends

ระดับ: ง่าย

Most Recommended Series! เลยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฟังและฝึกพูด
เรื่องนี้มีความอมตะ แม้จะผ่านมาหลายยุคหลายสมัยก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนังแนะนำสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ แม้สีของภาพอาจจะเก่า เจนนิเฟอร์ยังดูสาว ทั้งๆที่ตอนนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆก็ตาม 555+

สำหรับเรื่องนี้ลองหามาดูแล้วจะงงว่า เห้ย! ทำไมมันฟังง่ายยังงี้น้า ดูเพลินๆ เป็นหนังแนว Comedy ฟังง่ายแถมคลายเครียดอีกต่างหาก ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้คือสุดยอดของซีรีส์แนะนำสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษตลอดกาล

นักแสดง: Jennifer Aniston, Courteney Cox , Lisa Kudrow , Matt LeBlanc , Matthew Perry , David Schwimmer

จุดเด่น: ระยะเวลาไม่นาน ทำให้คุณสามารถโฟกัสได้ตลอดเวลา แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะไม่เข้าใจทุกคำที่นักแสดงพูดก็ตาม

ตัวละครที่มีไม่มากเกินไป แต่มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน แถมมีบทพูดเยอะอีกด้วย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อที่เราแนะนำให้เลือกหนัง และซีรีส์จากบทความวิธีการเลือกดูหนังยังไง ให้เก่งอังกฤษในตอนที่แล้ว สังเกตเสียง และสำเนียงการพูดของตัวละครแต่ละตัว

คำศัพท์ที่ได้ก็เป็นแนวบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เจอทุกวัน เหมาะมากๆสำหรับคนที่เริ่มฝึกภาษาอังกฤษ

 

2. How I Met Your Mother

ระดับ: ง่าย

เรื่องนี้ฮาอย่าบอกใครสำหรับ How I met your mother จัดว่าเป็นซีรีส์ซิทคอมเหมือนกับ Friends แต่จะออกแนวคล้ายๆ กับซิทคอมเรื่องเก๋าของบ้านเราอย่าง “เป็นต่อ” ดูสนุกเพลินๆ ได้ความรู้ ปนเสียงหัวเราะก็ยิ่งทำให้การเรียนภาษาอังกฤษของเราสนุกขึ้นได้

นักแสดง: Neil Patrick Harris, Josh Radnor, Jason Segel, Alyson Hannigan and Coby Smulders

จุดเด่น:
ซีรีส์เรื่องนี้แอบสอดแทรกวัฒนธรรมสมัยใหม่ และดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีทั้งเรื่องของการจีบสาว ออกเดท ความสัมพันธ์ ปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่ได้ดีทีเดียว โหว 18+ ทั้งน้านน 555+

ภาษาที่เรื่องนี้ใช้ค่อนข้างสมัยใหม่ และเข้าถึงง่าย เพราะเป็นคำที่ใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แถมได้ Slang กับ Idioms อีกเพียบ เช่น High-five , Awesome อะไรแบบนี้

 

3. Glee

ระดับ: ง่าย

ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้เลิศสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากออกเสียงเป๊ะ สำเนียงเลิศ เรื่องนี้แอบสอนภาษาอังกฤษผ่านการร้องเพลง เก๋อ่ะ! วิธีนี้ทำให้เราสามารถจำประโยค และศัพท์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จัดว่าเป็นเทคนิคขั้นเทพสำหรับคนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษ สงสัยคงต้องฝึกร้องเพลงดูบ้างแล้ว

นักแสดง: Lea Michele , Cory Monteith , Chris Colfer , Jane Lynch , Naya Rivera , Jenna Ushkowitz ฯลฯ

จุดเด่น:
เรื่องนี้จะช่วยคนที่ต้องการฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง มีการฝึกออกโทนเสียงสูง เสียงต่ำ Intonation เป๊ะเว่อร์! เชื่อว่าหลังดูซีรีส์เรื่องนี้จบ พูดอังกฤษได้อย่างกับจบนอก 555+ เว่อร์ได้อีก

เกือบทุกตอนครูดนตรีจะมาสอนการร้องเพลง รวมถึงการออกเสียงที่ถูกต้องของตัวละคร ทำให้เราได้ฝึกฝนไปด้วยในตัว เยี่ยมสุด!

 

4. The Walking Dead

ระดับ: ปานกลาง

แค่ฟังชื่อก็กลัวแล้วอ่ะ 5555+ แต่บอกเลยนะว่าเรื่องนี้เด็ดสุดๆ ลุ้นทุกวินาที จนแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งเลยทีเดียว จนขอยกให้เรื่องนี้เป็นสุดยอดของซีรีส์ในดวงใจตลอดกาลสำหรับคนชอบดูหนังแนวซอมบี้ 555+

นักแสดง: Andrew Lincoln, Norman Reedus, Melissa McBride, Chandler Riggs, Lauren Cohan Danai Gurira ,Alanna Masterson ฯลฯ

จุดเด่น:
เนื้อเรื่องดำเนินอย่างเมามันส์ ตื่นเต้น ลุ้นทุกวินาที ชวนติดตาม ดูสนุกๆ เพลินๆ รู้ตัวอีกทีพูดอังกฤษเก่งซะละ 5555+

ที่สำคัญมีบทพูดค่อนข้างเยอะและส่วนมากเป็นบทพูดในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษ เพราะเราจะได้ฝึกฟังและเจอโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย

พอฟังเยอะก็จะช่วยให้เราสามารถสร้างบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี สถานการณ์แบบไหนเรื่องนี้มีครบ จะรัก จะเศร้า จะหวาน จะซึ้ง จะอึ้ง ก็ได้หมด

โดยเฉพาะสถานการณ์หวาดเสียว วิ่งหนีผีซอมบี้ 555+
โอ๊ย! มันส์อ่ะบอกเลยว่า พลาดแล้วจะเสียใจ

https://www.youtube.com/watch?v=Ui7qQ2YcnJQ

 

5. Once Upon a Time

ระดับ: ปานกลาง

สำหรับคนที่ชอบแนวนิทานปรัมปรา เทยนิยายแฟนตาซีต้องชอบเรื่องนี้แน่นอน คอนเฟิร์ม!
หนังเรื่องนี้เหมือนเอาการ์ตูนวอลส์ ดิสนีย์ และนิทานทางฝรั่งตะวันตกมายำรวมกัน เอาเป็นว่าได้เจอตัวละครที่คุ้นตาสมัยเด็กครบแน่นอน เช่น Snow White สโนวไวท์ , Evil Queen, พินอคคิโอ Pinocchio, ปีเตอร์แพน Peter Pan, หนูน้อยหมวกแดง Red Riding Hood, Robin Hood โรบิ้น ฮู้ด , ครูเอลล่า Cruella ฯลฯ
แต่เรื่องราวจะเป็นแบบไหน ใช่แบบที่่เราเคยดูกันตอนเด็กๆรึเปล่าต้องไปดู

นักแสดง: Ginnifer Goodwin, Jennifer Morrison ,Lana Parrilla,Josh Dallas ,Jared S. Gilmore, Robert Carlyle ,Raphael Sbarge ฯลฯ

จุดเด่น:
ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย บทสนทนา และคำศัพท์ที่ใช้เป็นคำที่พบบ่อย และที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ดูกับแฟนก็ยังได้

นอกจากนี้เราจะมีโอกาสได้รู้ศัพท์ดั้งเดิมของฝั่งตะวันตกอีกต่างหาก เช่น “thy” ที่หมายถึง “your” ในปัจจุบัน ถ้าให้พูดง่ายๆก็คงคล้ายๆ “ของเจ้า” โหว! มีความโบราณ 555+

บอกเลยว่าสิ่งที่จะต้องทำตอนนี้คือ นั่งลง พักผ่อน และสนุกไปกับการดูซีรีส์เรื่องนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

 

6. Lost

 

ระดับ: ปานกลาง

มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า Lost ลองมาดูเรื่องที่มันแมนๆ ตื่นเต้นๆ กันบ้าง เรื่องนี้เป็นซีรีส์เรื่องดังในต่างประเทศ พลอตเรื่องน่าสนใจ เปลี่ยนไปในทุกซีซั่น แถมที่สำคัญภาษาพูดไม่ยากเท่าไหร่ อยากดูแล้วอ่ะ ><

นักแสดง: Naveen Andrews, Emilie de Ravin, Matthew Fox, Jorge Garcia, Maggie Grace, Josh Holloway, Malcolm David Kelley

จุดเด่น:
เรื่องนี้ดูจบเมื่อไหร่จะทำให้คุณสามารถฟังสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษที่หลากหลาย ฝึกบริหารหูไว้ก่อนได้เลย 555 + สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึก ถ้าฟังไม่เข้าใจมาก สำเนียงแปลกๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจ ฟังบ่อยๆ จะดีขึ้นเอง มีทั้งสำเนียง อเมริกัน, อังกฤษ, ออสเตรเลียน, หรือแม้กระทั่ง สก๊อตติชยังมี

แต่ที่เด็ดกว่าคงเป็นคำศัพท์ก็หลากหลาย ครอบคลุมในทุกสถานการณ์

ใครอยากฝึกสำเนียงไหน ลองมาดูเรื่องนี้ก่อนเลย อิอิ

 

7. Prison Break

ระดับ: ปานกลาง

เรื่องนี้ต้องดูให้ได้เลย ดูพระเอก 555+

จะไม่ให้ดูได้ไง มันส์สุด สนุกเว่อร์ๆ เนื้อเรื่องมีความซับซ้อนหน่อย ประโยค และศัพท์อาจจะฟังยากขึ้นมานิด แต่ไม่ถึงกับยากมาก

นักแสดง: Dominic Purcell, Wentworth Miller, Robin Tunney, Peter Stormare, Amaury Nolasco, Marshall Allman, Wade Williams, Paul Adelstein ฯลฯ

จุดเด่น:
คำศัพท์ที่จะได้อาจจะฮาร์ดคอร์นิดๆ แต่เลิศอยู่นะ ทั้งเรื่องจะเล่าเกี่ยวกับคดีอาชญากรรม ชีวิตในห้องขัง ไรแบบนี้ สนุกสนานกันไป

ภาษาพูด และ สแลงจัดว่าเยอะมากกกก (ก. ไก่ล้านตัว) แถมมีถ้อยคำรุนแรง ด่า สบถกันทั้งเรื่อง 555+

น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเรื่องนี้
ใครชอบพระเอก เอ้ยย ! ใครชอบซีรีส์แนวนี้ก็จัดไปอย่าให้เสีย

 

8. 24

ระดับ: ปานกลาง

24 เรื่องนี้แอคชัน ตะบันแหลก บู๊นิดๆ ดราม่าหน่อยๆ
เรื่องราวที่น่าติดตามทั้งวินาศกรรม โจรกรรม ครบทุกกรรม 555+ เอ้ย! บทพูดก็เยอะพอสมควรเลยทีเดียว

นักแสดง: Kiefer Sutherland, Mary Lynn Rajskub, Carlos Bernard, Dennis Haysbert, Elisha Cuthbert, James Morrison ฯลฯ

จุดเด่น:
คำศัพท์เรื่องนี้บอกได้เลยว่าจัดหนัก จัดเต็ม ข้อดีของการดูซีรีส์ก็อยู่ตรงนี้ คือทำให้เราได้เจอศัพท์ซ้ำๆ เหมือนเดิมบ่อยๆ
เช่นแค่คำว่า Threaten และ Treat ได้ยินถึง 5 ครั้งภายในตอนเดียว แล้วมันดียังไง? ที่จริงแล้วมันคือการ Repeat หรือพูดซ้ำๆ ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง แต่ก็สามารถเข้าใจได้จากเนื้อเรื่อง และสามารถหยิบนำไปใช้ได้ เมื่อเกิดสถานการณ์ในแบบเดียวกัน

สายแอคชันต้องห้ามพลาดซะแล้ว

 

9. Grey’s Anatomy

ระดับ: ปานกลาง

มาดูกันบ้างกับเรื่องนี้ที่ดังสุดๆ เป็นพลุแตก ถึงกับสร้างกันยาวนานกว่า 13 ปี การันตีความสนุกแถมกวาดรางวัลมากมาย

ซีรีส์เรื่องนี้รวมเอาทุกเรื่องราวสับสนอลหม่านมาไว้ด้วยกัน 555+ ทั้งเรื่องงาน ความรัก เพื่อน ความอิจฉาริษยา

ได้ความรู้ภาษาอังกฤษ แถมได้เรื่องราวการทำงานของคุณหมอที่ต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอยู่ทุกวัน ลุ้นจนแทบจะนั่งไม่ติด ดูได้ยันสว่าง ไม่คิดว่าหนังแนวนี้จะสนุกขนาดนี้ ใครพลาดไปจะเสียดาย

นักแสดง: Ellen Pompeo, Sandra Oh, Patrick Dempsey, Justin Chambers and Katherine Heigl.

จุดเด่น:
ดราม่าเยอะ 555+ เอ๊ะ! ดี หรือไม่ดีกันละเนี่ย ><” แต่ก็ทำให้เรายังอยากที่จะติดตามเพราะเนื้อเรื่องทำไว้ดีมาก

แต่ถ้าให้เลิศสุดๆ เรื่องนี้คงหนีไม่พ้นคำศัพท์ยากๆ ศัพท์แปลกๆ ศัพท์เฉพาะในการทำงาน โดยเฉพาะศัพท์ทางการแพทย์เหมาะสำหรับคนที่สนใจในเรื่องแนวนี้ หรือมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นคุณหมอ

ทำไมมันถึงดีอีกข้อก็เพราะเรื่องนี้มีบทพูดแบบ Dialogue สองคนเยอะมาก ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาที่ใช้จริง มีสำนวนที่พบเจอบ่อยในชีวิตประจำวัน

ใครชอบแนวนี้ไปหามาดูนะ บอกแล้วนะจ๊ะ ^^

 

10. Sherlock

ระดับ: ยากมากกกกก

มาถึงซีรีส์ทางฝั่งอังกฤษกันบ้าง จะไม่ให้พูดถึงเลยก็คงจะไม่ได้ จัดว่าซีรีส์เรื่องเอกที่เป็นสุดยอดของหนังแนวลึกลับ สืบสวนสอบสวน ตามล่าหาความจริง สอดรู้สอดเห็น สายเผือกต้องชอบ 5555+ เอ๊ะ! มันใช่เหรอ

นักแสดง: Benedict Cumberbatch , Martin Freeman , Rupert Graves , Una Stubbs , Jonathan Aris , Louise Brealey , Zawe Ashton

จุดเด่น:
ซีรีส์เรื่องนี้แอบแฝงด้วยความสนุก ตื่นเต้น มุกตลกๆ และเรื่องราวที่ไม่ธรรมดา ที่ขนาดว่าคุณก็คาดไม่ถึง แถมมีครบสำหรับคนรักภาษา และอยากจะฝึกพูดภาษาอังกฤษในระดับสูงๆ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่ายากมากก ใครอยากเก่งขั้นเทพ ต้องดูเรื่องนี้เลย

สำเนียงอังกฤษแบบต้นตำรับ และการแสดงที่ยอดเยี่ยม
ทำให้ซีรีสืเรื่องนี้เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน

แต่ที่ทำให้มันพิเศษ และยากกว่าเรื่องอื่นๆอยู่ที่เรื่องนี้มีบทสนทนาที่ค่อนข้างยาว และเยอะ แน่นอนว่าทำให้เรามีโอกาสได้ยินโครงสร้างประโยคที่น่าสนใจมากมาย

อยากฝึกสำเนียงผู้ดีอังกฤษ ต้องใส่เรื่องนี้ไว้ในลิสต์ด้วยนะจ๊าา

 

11. Game of Thrones

ระดับ: ยากมากกกกกก ยากกสุดๆ

ถ้าจะบอกว่าเรื่องนี้ คือเรื่องปราบเซียนก็คงจะไม่ผิด บอกเลยว่ายากกกกมากกกกกกก (ก. ไก่จะเยอะไปไหน) 5555+

แน่นอนว่าสาวกที่อ่านหนังสือเรื่องนี้ ต้องตามมาดู ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็แล้วแต่ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่คุณต้องดู และพลาดไม่ได้ ! ครบรสแบบมันส์ทุกหยด ไม่อยากพลาดซักตอนเดียว ดราม่า ความรัก การทรยศ หักหลัง แม้จะมีพากย์ไทย แต่ให้ดีต้องดูจากต้นตำรับไม่มีซับเพื่อให้ได้อารมณ์อย่างแท้จริง

นักแสดง: Peter Dinklage ,Emilia Clarke, Maisie Williams ,Sophie Turner ,Lena Headey, Nikolaj Coster-Waldau ฯลฯ

จุดเด่น:
สำเนียงอังกฤษที่ใช้มีเอกลักษณ์มาก พูดกันทั้งเรื่อง เหมาะสำหรับคนที่อยากฝึกสำเนียงอังกฤษแบบจริงๆจังๆ มีทั้งบริทิช สก๊อตติช

แม้บทพูดและภาษาที่ใช้อาจจะยาก ซับซ้อน และไม่ค่อยใช้ในชีวิตประจำวันซักเท่าไหร่ แต่เรื่องก็สนุกและชวนติดตามจนแทบไม่รู้เลยว่าภาษาที่ใช้ยากแค่ไหน

การออกเสียงและ การวิธีการพูดเชื่อมคำของตัวละครเรื่องนี้ก็แอบน่าสนใจ เช่น คำว่า But I: Buh-dai คำว่า Do you: Dju หรือคำว่า Stand at: Stan-dat เป็นต้น

คำศัพท์ที่ได้จะเป็นระดับที่สูง บางคำเป็นคำที่ยาก และไม่ได้พบเจอได้บ่อย แต่จะช่วยให้เราขยายคลังคำศัพท์ในระดับที่สูงขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะคำศัพท์เหล่านี้ก็จะถูกนำมาพูดอีกบ่อยๆ ทำให้เราสามารถเข้าใจได้ไม่ยากเลย

นอกจากนี้ในเรื่องยังมี Quote เด็ด วลีดังให้เรียนรู้มากมาย เช่น Freedom means making your own choice ประโยคเด็ดของ Daenerys ใครรู้ตัวว่าเป็นสาย Quote เด็ดวลีดังแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าที่นี่มีเยอะมากกก

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.mindenglishofficial.com

like กับ would like เหมือน หรือ ต่างกันอย่างไร?

บางคนคิดว่า like กับ would like น่าจะแปลเหมือนๆกัน เพราะมันก็ like เหมือนๆกัน ถ้าคุณคิดอย่างนั้น….คุณคิดผิดค่ะ!! เพราะสองคำนี้มันมีความหมายต่างกันเลย และใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกันด้วย

1. like แปลว่า ชอบ

มักตามด้วยคำกริยาที่เติม ing (Ving) หรือที่เรียกว่า gerund หรือตามด้วย to infinitive (to + Verb) ก็ได้

like + Ving
like + to + V. infinitive

เช่น

I like eating chocolate cake.
ฉันขอบกินเค้กช้อคโกแลต

She likes wandering around the city alone.
เธอชอบเดินเตร่ๆไปรอบเมืองคนเดียว

They like to swim in the lake on Saturday.
พวกเขาชอบว่ายน้ำในทะเลสาบในวันเสาร์

2. would likeหมายถึง อยากจะ หรือ ต้องการ

would like + to + verb
would like + Noun

เช่น

I would like to go sightseeing this old city before we go back.
ฉันอยากจะไปเที่ยมชมเมืองเก่านี้ก่อนที่เราจะกลับ

I’m so thirsty. I would like some water.
ฉันกระหายน้ำมากๆ ฉันอยากได้น้ำสักหน่อย

Would you like some tea or coffee?
คุณอยากได้ชาหรือกาแฟสักหน่อยมั้ย

บางคนอาจจะเห็น would like ในรูปย่อแบบนี้ก็ได้ คือ ‘d like เช่น

I’d like to take a leave tomorrow because I feel not well today.

ฉันอยากจะลาหยุดวันพรุ่งนี้เพราะว่าวันนี้ฉันรู้สึกไม่ดีเลย

He would like to speak English but he doesn’t have an environment for English talking.
เขาอยากจะพูดภาษาอังกฤษ แต่เขาไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่พูดภาษาอังกฤษ

*** would like มีความหมายเหมือนกับ want คือแปลว่าต้องการ หรือ อยาก เหมือนกัน เพียงแต่ would like จะฟังดูสุภาพกว่าเท่านั้นเองค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.pasaangkit.com

เมนูเครื่องดื่มภาษาอังกฤษ (Beverage)

คำศัพท์ที่แปลว่าเครื่องดื่ม ภาษาอังกฤษคือ beverage และ drink

beverage (noun คำนาม) อ่านว่า เบฟ’เวอเรจฺ แปลว่า เครื่องดื่ม
drink (verb คำกริยา) อ่านว่า ดริงคฺ แปลว่า ดื่ม
drink (noun คำนาม) อ่านว่า ดริงคฺ แปลว่า เครื่องดื่ม

 

thirsty (adjective คำคุณศัพท์) อ่านว่า เธิรสฺ’ทิ แปลว่า กระหายน้ำ, หิวน้ำ, ต้องการดื่มน้ำ

เครื่องดื่มภาษาอังกฤษ คำอ่าน คำศัพท์เครื่องดื่ม แปลไทย
alcohol แอล’กะฮอล เหล้า, สุรา, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
americano อเมริคาโน กาแฟอเมริกาโน่
apple juice แอพเพิล-จูสฺ น้ำแอปเปิ้ล
bael fruit juice เบล-ฟรูท-จูสฺ น้ำมะตูม
beer เบียฺร เบียร์
black coffee แบล็ค-คอฟฟิ กาแฟดำ
black tea แบล็ค-ธี ชาดำ (แบบชาจีน)
brandy แบรน’ดี บรั่นดี
cappuccino แคพพูชิโน กาแฟคาปูชิโน่
champagne แชมเพน’ แชมเปญ, เหล้าแชมเปญ
chrysanthemum juice คริแซนธิมัม-จูส น้ำเก๊กฮวย
cocktail คอค’เทล ค็อกเทล, เครื่องดื่มเหล้าผสมผลไม้
cocoa โค’โค โกโก้, น้ำโกโก้
coffee คอฟ’ฟี่ กาแฟ
cola โค’ละ น้ำโคล่า (เครื่องดื่มชนิดหนึ่ง สีดำ มีรสหวาน)
decaffeinated coffee ดิแคฟฟิเนทิด-คอฟฟิ กาแฟไร้คาเฟอีน, กาแฟที่สกัดสารคาเฟอีนออก
frappé ฟรัพเพ- เครื่องดื่มแช่เย็นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
fruit tea ฟรุท-ธี ชาผลไม้
gin จิน เหล้ายิน
grape juice เกรพ-จูส น้ำองุ่น
green tea กรีน-ธี ชาเขียว
herbal tea เฮอ’เบิล-ธี ชาสมุนไพร
hot chocolate ฮอท-ชอ’คะลิท ช็อคโกแลตร้อน
hot coffee ฮอท-คอฟฟิ กาแฟร้อน
iced chocolate ไอซ์ด-ชอ’คะลิท ช็อคโกแลตเย็น
iced coffee ไอซ์ด-คอฟฟิ กาแฟเย็น
iced tea ไอซ์ด-ธี ชาเย็น
juice จูสฺ น้ำผลไม้
latte ลาเท่ กาแฟลาเต้ ( ทำจากกาแฟเอ็กเปรสโซใส่นม)
lemonade เลมะเนด- น้ำมะนาว
liquor ลิค’เคอะ เหล้ากลั่น (จำพวกบรั่นดีหรือวิสกี้)
macchiato มัคคิอาโธ กาแฟมัคคิอาโต้ (กาแฟเข้ม ใส่ฟองนมเล็กน้อย)
mango juice แมงโก-จูส น้ำมะม่วง
martini มาร์ทิหนิ เหล้ามาร์ตินี่ (เหล้าที่รวมเหล้ายีน กับ vermouth)
milk มิลคฺ นม, น้ำนม
milkshake มิลค์เชค นมปั่น (เครื่องดื่มปั่น ประกอบด้วยนมและไอศครีม)
mineral water มิเนอรัล-วอเทอะ น้ำแร่
mocha โม’คะ กาแฟม็อคค่า (กาแฟกลิ่นช็อคโกแลต)
mocktail ม็อคเทล น้ำผลไม้ผสม (cocktail ที่ไม่มีแอลกอฮอล์)
orange juice ออ’รินจฺ-จูสฺ น้ำส้ม
punch พันชฺ น้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์
roselle juice โรเซลล์-จูสฺ น้ำกระเจี๊ยบ
rum รัม เหล้ารัม
smoothie สมูธธี่ น้ำผลไม้ปั่น
soda โซ’ดะ โซดา, น้ำอัดลม
soft drink ซอฟทฺดริงคฺ น้ำอัดลม
squash สควอช น้ำผลไม้คั้น
tamarind juice แทม’มะรินดฺ-จูสฺ น้ำมะขาม
tap water แทพ-วอเทอะ น้ำประปา, น้ำก๊อก
tea ธี ชา
tequila เทคีล่า เหล้าเตกีล่า
tomato juice โทเมโท-จูสฺ น้ำมะเขือเทศ
tonic ทอนนิค น้ำโทนิค (ใช้ผสมเหล้า), เครื่องดื่มชูกำลัง
vermouth เวอมูธฺ เหล้าองุ่นขาวซึ่งมีกลิ่นหอม
vodka วอด’คะ เหล้าวอดกา, เหล้ารัสเซีย
water วอ’เทอะ น้ำแปล่า
whiskey วิส’คี เหล้าวิสกี้
wine ไวน์ ไวน์, เหล้าไวน์, เหล้าองุ่น
yellow plum juice เยลโลวฺ-พลัม-จูสฺ น้ำบ๊วย

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก:  www.tonamorn.com

7 หลักการใช้ Adverb ง่ายๆไม่ยุ่งยาก

หลายๆ คนอาจจะกำลังงงกันอยู่ว่า จริงๆ แล้ว คำว่า Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) สามารถนำมาใช้อะไรได้บ้างในประโยคภาษาอังกฤษ นอกจากจะช่วยในการขยาย Verb (คำกริยา) แล้วนั้น คำว่า Adverb ยังมีหน้าที่ในการขยาย Adjective (คำคุณศัพท์) และช่วยขยาย Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) ด้วยกันเองได้อีกด้วย

 

1. Adverb of manner
คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกคุณลักษณะ เช่น fast, well, hard เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– You are beautifully dressed. : คุณแต่งตัวได้อย่างสวยงาม (ขยายว่าแต่งตัวเป็นอย่างไร)

– The story ends happily. : เรื่องราวจบลงอย่างมีความสุข (ขยายว่าเรื่องราวจบลงอย่างไร)

– He speaks slowly. : เขาพูดอย่างช้าๆ (ขยายว่าเขาพูดอย่างไร)

พูดถึงอนาคตกับ Future Tense

 

2. Adverb of place
คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกเกี่ยวกับสถานที่ หรือใช้บอกความหมายของสถานที่ เช่น there, here, up, down เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– I’m just looking around. : ฉันแค่มองไปรอบๆ (ขยายว่ามองไปที่ไหน)

– I wish you were here with me now. : ฉันอยากให้คุณอยู่กับฉันที่นี่ตอนนี้จัง (ขยายว่าอยากให้อยู่ที่ไหนในตอนนี้)

– This is the best Thai restaurant anywhere in Tokyo. : นี่คือร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดในโตเกียว (ขยายว่าร้านนี้ดีกว่าที่ใดก็ตามในโตเกียว)

 

3. Adverb of time
คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่ใช้บอกเวลา เช่น now, today, soon เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– Wow, we’re finally in Paris. : ว้าว! ในที่สุดพวกเราได้มาอยู่ที่ปารีส (ความหมายประมาณว่าผู้พูดอยากมาปารีสนานแล้ว และสุดท้ายก็ได้มา ซึ่งมีเรื่องของระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง)

– The bill must be paid today. : ใบแจ้งหนี้จะต้องถูกจ่ายในวันนี้ (ขยายว่า the bill จะถูกจ่ายเมื่อไร)

4. Adverb of frequency
คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกความถี่ และคำที่เมื่อแปลแล้วให้ความรู้สึกถึง ความบ่อย บ่อยมาก บ่อยน้อย หรือไม่เลย เช่น often, always, usually เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– I always feel blue on Mondays. : ฉันรู้สึกเศร้าเสมอเมื่อถึงวันจันทร์ (เป็นการบอกว่าวันจันทร์ทีไรเศร้าตลอด ผมว่าสามารถเอาไปใช้ได้นะครับ เพราะน่าจะแทงใจดำใครหลายคน)

– We often hear that ants are social animals. : พวกเรามักจะได้ยินอยู่บ่อยๆว่ามดเป็นสัตว์สังคม (เป็นการขยายว่าเราได้ยินมาบ่อยละนะ)

– It will never happen again. : มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก (ประโยคนี้พูดถึงเรื่องความถี่ นั้นคือจะไม่เกิดขึ้นอีก)

Adverbs

 

5. Adverb of degree
คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บอกระดับ ปริมาณ หรือคำที่เป็นการเน้นย้ำ ส่วนมากจะขยาย Adverb หรือ Adjective เช่น rather, too, very เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– It’s absolutely impossible for me to go on like this. : มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนสำหรับฉันที่จะทำต่อไปแบบนี้ (ขยายความเป็นไปไม่ได้ เป็นการบอกปริมาณ ย้ำว่าแน่นอน)

– Do you really wish that? : คุณปรารถนาสิ่งนั้นจริงๆ หรือไม่? (ขยายความปรารถนา เป็นการย้ำว่าจริงไหม)

– It’s quite difficult. : มันค่อนข้างจะยาก (ขยายความยาก เป็นการบอกปริมาณของความยาก)

6. Interrogative Adverbs
คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่เป็นคำถาม เช่น where, when, why, how เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– Why are you so late? : ทำไมคุณสายจัง?

– Where is my passport? : หนังสือเดินทางฉันอยู่ไหน?

– How much is that coat? : เสื้อโค้ตตัวนั้นราคาเท่าไหร่?

– When does the train arrive? : รถไฟมาถึงเมื่อไร?

 

7. Relative Adverbs
คือ กริยาวิเศษณ์ที่เป็นคำเชื่อม หรือใช้เป็นคำนำหน้า เช่น when, where, why เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้

– I remember the day when we first met. : ฉันจำวันที่เราพบกันครั้งแรกได้ ( when = preposition on + which )

– That’s the restaurant where we had dinner last night. : นั่นคือภัตราคารที่เรามาทานอาหารเย็นกันเมื่อวานนี้ ( where = preposition at/in + which)

– The reason why he refused is unconvincing. : เหตุผลที่เขาปฏิเสธนั้นไม่น่าเชื่อถือเลย (why = preposition for + which )

 

Adverb clauses
Adverb clauses คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือน Adverb ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

1. Adverb Clause of Time
คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยา เพื่อบอกให้ทราบการกระทำนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เช่น when, while, since, as soon as, as long as, before, after, until เป็นต้น

2. Adverb Clause of Place
คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยาเพื่อบอกให้ทราบว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นที่ไหน เช่น where, as far as, wherever เป็นต้น

3. Adverb Clause of Cause
คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยา เพื่อบอกให้ทราบการกระทำนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร เช่น because , since , as

4. Adverb Clause of Purpose
คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยา เพื่อบอกให้ทราบการกระทำนั่นเกิดขึ้นด้วยความมุ่งหมายอะไร เช่น that, so that, in order that, lest, for fear that เป็นต้น

5. Adverb Clause of Result
คือ อนุประโยคที่บอกผลที่เกิดจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่

so + adj or adv + that
such + noun(s) + that
6. Adverb Clause of Condition
คือ อนุประโยคที่บอกให้ทราบว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นด้วยเงื่อนไขอะไร เช่น if, if only, unless, as long as, so long as เป็นต้น

7. Adverb Clause of Concession
คือ อนุประโยคที่แสดงการยอมรับอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น though, although, even though, however, whatever เป็นต้น

8. Adverb Clause of Manner
คือ อนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายกริยาเพื่อบอกอาการของการกระทำว่ากระทำไปอย่างไร เช่น as, as if, as though เป็นต้น

9. Adverb Clause of Comparison
คือ อนุประโยคที่ใช้ในการเปรียบเทียบ ปกติจะอยู่หลัง as หรือ than

ประโยคบอกเล่า as + adj หรือ (adv) + as
ประโยคปฏิเสธ not so(as) + adj หรือ (adv) + as

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: lifestyle.campus-star.com

สร้างแรงบันดาลใจ จากคำพูด สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs)

ถ้าหาก สตีฟ จ็อบส์ ยังคงมีชีวิตอยู่เขาจะมีอายุครบ 60 ปีไปเมื่อวานนี้ และเราเชื่อว่าเขาจะยังคงไม่เกษียณตัวเอง แต่แม้เขาจะจากเราไปแล้ว จ็อบส์ยังทิ้งหลายสิ่งหลายอย่างไว้ให้เราทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งแรงบันดาลใจมากมาย โดยเฉพาะจากคำพูดของผู้ก่อตั้ง Apple

เป็นที่รู้กันดีว่าความสำเร็จของ สตีฟ จ็อบส์ นั้นส่วนหนึ่งมาจากความกล้าที่จะแตกต่าง ความกล้าที่จะนำเสนอ และความกล้าที่จะพูดในสิ่งที่ไม่มีใครคิดจะพูด ด้วยเหตุนี้เองเมือวานนี้ ‘ทิม คุก’ CEO ผู้รับช่วงต่อบริหารธุรกิจที่มีมูลต่าสูงที่สุดแหน่งหนึ่งของโลก ได้หยิบยกหนึ่งในสุนทรพจน์ที่ สตีฟ จ็อบส์ ได้กล่าวเอาไว้ ที่มหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ดในปี 2005 มาโพสต์ลง ทวิตเตอร์ส่วนตัวเอาไว้ว่า

The only way to do great work is to love what you do,

นั่นก็คือ

หนทางเดียวที่คุณจะสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้นั้นต้องมาจากความรักในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่

สตีฟ จ็อบส์ อำลาโลกใบนี้ไปในเดือนตุลาคม ปี 2011 แต่สิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้ให้ไม่เพียงแค่ Apple เท่านั้น แต่รวมถึงทุกคนในโลกล้วนชื่นชมยกย่อง และนี่คืออีก 9 สุนทรพจน์ จากชายผู้ก่อตั้ง Apple ที่จะผลักแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับคุณ

Don’t let the noise of others’ opinions drown out your own inner voice.

อย่าปล่อยให้เสียงนกเสียงกามาบั่นทอนความเชื่อมั่นจากเสียงภายในจิตใจของคุณเอง

I’m as proud of many of the things we haven’t done as the things we have done. Innovation is saying no to a thousand things

ผมเองยังคงภูมิใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่ Apple ไม่ได้ทำออกมา นั่นก็เพราะว่า ทุกๆนวัตกรรมที่เกิดขึ้นล้วนมีต้นกำเนิดมาจากสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ทำมันนับพันอย่าง

We don’t get a chance to do that many things, and everyone should be really excellent. Because this is our life. Life is brief, and then you die, you know? And we’ve all chosen to do this with our lives. So it better be damn good. It better be worth it.

แม้ว่าในชีวิตของพวกเราจะมีโอกาสทำอะไรได้ไม่มากนัก แต่ทุกคนก็ควรภาคภูมิใจกับมัน เพราะนี่คือชีวิต ชีวิตของมนุษย์เรามันแสนสั้น เราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ เราไม่มีทางรู้ว่าเนาจะตายลงเมื่อไหร่ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมาจากการตัดสินใจลงมือทำด้วยตัวเราเอง และนั่นคือความเยี่ยมยอดของชีวิต นั่นคือสิ่งที่เราควรรู้คุณค่าของมัน

Quality is much better than quantity. One home run is much better than two doubles.

คุณภาพนั้นสำคัญกว่าปริมาณ อย่างในเกมเบสบอลการได้โฮมรันครั้งเดียวนั้นยังดีกว่าการที่คุณทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามออกจากเกมได้ถึงสองครั้ง

Creativity is just connecting things. When you ask creative people how they did something, they feel a little guilty because they didn’t really do it, they just saw something. It seemed obvious to them after a while.

ความคิดสร้างสรรค์นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรู้จักเชื่อมโยงสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน ถ้าคุณไปถามเหล่านักคิดนักประดิษฐ์ว่าพวกเขาสร้างสิ่งต่างๆได้อย่างไรกัน รู้ไหมว่าพวกเขาจะรู้สึกผิดอยู่ลึกๆในใจ เพราะจริงๆแล้วพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำมัน แต่พวกเขาแค่เห็นอะไรบางอย่าง ที่รู้สึกแปลกแตกต่างไปจากที่เคยเห็น

It’s better to be a pirate than to join the navy

บางครั้งการอยู่นอกกรอบแบบโจรสลัดก็ยังดีกว่าการต้องอยู่ในกฏระเบียบแบบทหารเรือ

Your work is going to fill a large part of your life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work.

จงระลึกเอาไว้ว่างานที่คุณทำนั้นมันเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในชีวิตองคุณ หนทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตคุณมีความสุขนั่นคือทำในสิ่งที่เชื่อว่ามันจะกลายเป็นผลงานที่เยี่ยมยอด

That’s been one of my mantras: focus and simplicity. Simple can be harder than complex. You have to work hard to get your thinking clean to make it simple. But it’s worth it in the end because once you get there, you can move mountains.

หนึ่งในหลักการใช้ชีวิตที่สำคัญ คือการมีสมาธิในสิ่งที่ทำและทำทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด ความเรียบง่ายนั้นมันเกิดขึ้นยากกว่าความวุ่นวายเสียอีก เพราะในช่วงเวลาที่คุณต้องทำงานหนัก แต่สมองคุณต้องการความคิดที่บริสุทธิ์ที่สุดเพื่อให้งานนั้นออกมาดี แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่า เพราะถ้าหากคุณทำได้และสำเร็จ ต่อไปคุณก็สามารถทำในสิ่งที่ยากขึ้นกว่าเดิมได้

And one more thing……..

และยังมีอีกสิ่งหนึ่ง……(คำพูดก่อน สตีฟ จ็อบส์ จะแนะนำนวัตกรรมใหม่)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.sanook.com

10 คำศัพท์ใหม่ที่ถูกบันทึกใน Dictionary

10 คำศัพท์ใหม่ ในภาษาอังกฤษ

1. PhotoBomb
เป็นคำกริยา หรือ Verb ที่มีความหมายว่า การถ่ายภาพที่มีคน สัตว์ หรือสิ่งใดๆ แล้วมีการขโมยซีนในการถ่ายภาพ โดยส่วนมากแล้วจะเป็นการเขยิบตัวเองให้มาอยู่ในเฟรมรูปถ่ายหรือโผล่เข้ามาในเวลาที่อื่นคนกำลังถ่ายรูปกันอยู่ ซึ่งคนที่โผล่เข้ามามักจะทำหน้าพิลึกทะเล้นใส่อยู่ข้างหลัง (เจ้าของภาพรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้ว อิอิ) โดยที่การถ่ายภาพแบบนี้ทำเพื่อความตลกหรือสนุกเท่านั้น

2. Ghost
เป็นคำกริยา หรือ Verb แปลว่า เลิก หาย หยุดการติดต่อจากคนอื่นในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการไม่ตอบข้อความ ไม่โทรกลับ มักจะใช้ในความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการ เมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องการที่จะสานความสัมพันธ์ต่อและหายไปแบบดื้อๆ

3. Train Wreck
เป็นคำนาม หรือ Noun โดยที่คำว่า Wreck เป็นอีกหนึ่งคำในการพูดคำว่า “Accident” ที่แปลว่า อุบัติเหตุ, เหตุบังเอิญ ดังนั้นคำว่า Train Wreck จึงมีความหมายตรงๆ ว่า รถไฟตกลาง แต่ก็ยังมีความอย่างอื่นเมื่อนำไปใช้ในประโยคต่างๆ เช่น My presentation was a total train wreck! My computer died during the slideshow. งานพรีเซนต์วันนี้ของฉันโคตรพังเลย คอมฯ ฉันดับตอนโชว์สไลด์พอดี! เป็นต้น

4. Ride Shotgun
เป็นคำกริยา หรือ Verb ที่ใช้ในการพูดแบบไม่เป็นทางการ เมื่อพูดถึงผู้โดยสารที่นั่งข้างหน้าหรือนั่งข้าคนขับ โดยที่สำนวนนี้เกิดขึ้นในยุคคาวบอยในยุคหลังที่มักจะมีคนถือปืนยาว (Shotgun) นั่งข้างคนขับรถเพื่อระแวดระวังภัยและป้องกันการโดนโจมตีนั่นเอง

5. Face-Palm
เป็นคำกริยา หรือ Verb หมายถึงการปิดใบหน้าด้วยมือข้างหนึ่งที่อยู่ในลักษณะก้มหน้า เป็นการแสดงออกถึงความอาย เสียใจ สิ้นหวัง ตกใจ ประหลาดใจ หรือระอาใจจากการกระทำของคนอื่น

6. Food Insecure
เป็นคำคุณศัพท์ หรือ Adjective หมายถึง บุคคลหรือครอบครัวที่ไม่มีกำลังในการซื้อหรือจ่ายเงินค่าอาหาร

7. Side-Eye
เป็นคำนาม หรือ Noun หมายถึง การมองด้วยหางตาไม่ได้มองไปตริงๆ เป็นการแสดงออกถึงความสงสัยหรือไม่ชอบนั่นเอง

8. Truther
เป็นคำนาม หรือ Noun หมายถึงคนที่เชื่อว่าข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ถูกปกปิดจากสาธารณะชน โดยเป็นการสมคบคิดกัน (แผนการลับ) เช่น คนที่เชื่อว่าเหตุการณ์ 11 กันยาเกิดจากฝีมือรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ใช่การก่อการร้าย จึงเรียกคนพวกนี้ว่า Truthers เป็นต้น

9. Microaggression
เป็นคำนาม หรือ Noun หมายถึง การกระทำเล็กๆ น้อยๆ หรือการแสดงความคิดเห็นที่แสดงถึงการเหยียด (โดยไม่ตั้งใจ) เช่น การเหยียดสีผิว : เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับตาดูคนผิวดำที่อยู่แถวๆ ร้าน ราวกับกังวลว่าเขาจะขโมยของ เป็นต้น

10. Troll
เป็นทั้งคำกริยาและคำนาม หมายถึง การแสดงเจตนาความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมหรือน่ารังเกียจ (เป็นการแสดงความคิดเห็นโจมตีผู้อื่นหรือพูดอะไรก็ตามที่ทำให้คนอื่นโกรธ) เช่น บนโลกออนไลน์การแสดงความคิดเห็นที่ไม่ดีทำให้คนอื่นเสียใจจึงเรียกว่า Troll ฯลฯ สำหรับคำนี้สามารถใช้เป็นคำกริยาอธิบายการกระทำ และเป็นคำนามถึงบุคคลที่กระทำเช่นนั้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : lifestyle.campus-star.com

50 วลี แสดงความเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน

ภาษาอังกฤษเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจจ้างจากผู้ประกอบการ และการทำงานในปัจจุบันนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในการติดต่อสื่อสารกับต่างชาติที่มาติดต่อธุรกิจร่วมกัน ก็ต้องอาศัยทักษะด้านภาษาเป็นอย่างมาก นอกจากคำศัพท์เดิม ๆ ที่ใช้กันบ่อย ๆ แล้ว หากเราได้มีโอกาสได้โชว์เหนือ! ใช้วลี หรือศัพท์ที่ไม่เหมือนใคร และมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่า ก็เป็นการโชว์ความเก่งกาจ สร้างคาแร็กเตอร์ให้โดดเด่น สร้างความประทับใจให้กับชาวต่างชาติ และเพื่อนร่วมงาน วันนี้เรามี 50 วลีภาษาอังกฤษเด็ด ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในการสัมภาษณ์งาน และชีวิตประจำวันมานำเสนอกันค่ะ

การทักทายและบอกลา

How are things? เป็นอย่างไรบ้าง?
How is it going? เป็นอย่างไรบ้าง?
What are you up to? ทำอะไรอยู่เหรอ?
What have you been up to? ทำอะไรอยู่เหรอ?
See you soon! เจอกันเร็วๆนี้นะ!
Till next time! เจอกันคราวหน้านะ!
Until we meet again! แล้วพบกันใหม่นะ
Till next time! เจอกันคราวหน้านะ!
Have a nice day! ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของคุณนะ!
Have a safe trip! เดินทางปลอดภัยนะ
Say hi to… ฝากสวัสดี … (ฝากให้คนๆหนึ่งกล่าวทักทาย/สวัสดีคนที่คุณคิดถึงแทนคุณ)


คำแนะนำ

First of all อย่างแรกเลยนะ
By the way อนึ่ง, อีกประการหนึ่ง
After all สุดท้ายแล้ว, นอกจากนั้น
If I’m not mistaken ถ้าฉัน (คิด/ตัดสินใจ) ไม่ผิด
On the contrary โดยตรงกันข้าม
As a rule โดยทั่วไป
On the other hand ในทางกลับกัน
As I said before ที่ฉันได้กล่าวไปแล้ว
If I recall correctly ถ้าฉันจำไม่ผิด
Either way อยู่แล้ว, อย่างไรก็ตาม


แสดงความไม่เห็นด้วยหรือตกลง

Perhaps อาจจะ, บางที
Definitely อย่างแน่นอน, แน่อยู่แล้ว
Absolutely อย่างแน่นอน, แน่อยู่แล้ว
It can hardly be so มันไม่น่าที่จะเป็นกรณีนี้, มันไม่น่าที่จะเป็นอย่างนั้น
Most likely มีแนวโน้มที่จะเป็นอย่างนั้น
Most unlikely ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น
Not a bit ไม่แม้แต่นิดเดียว
I agree with you ฉันเห็นด้วยกับคุณ
I’m afraid so ฉันก็เกรงว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ
No doubt อย่างไม่ต้องสงสัยเลย


ประโยคแสดงความสุภาพ

I’m so sorry! ฉันขอโทษจริง ๆ
I beg your pardon! ฉันขอโทษ
Sorry, I meant well. ขอโทษ ฉันแค่หวังดี (ฉันไม่ได้ตั้งใจ – กรณีที่คุณหวังดี อยากจะช่วย แต่ผลลัพธ์ออกมาไม่ดี)
It’s very kind of you! คุณใจดีมากเลย  คุณมีน้ำใจจัง
Thank you anyway! ยังไงก็ขอบคุณนะ
Thank you in advance! ขอบคุณล่วงหน้า
Don’t mention it! ไม่เป็นไร อย่าไปพูดถึงมันเลย
Don’t worry about it! ไม่ต้องเป็นห่วงนะ
This way, please! โปรดมาทางนี้
After you! เชิญคุณก่อนเลย


การตอบรับการสนทนา

What’s the matter? เกิดอะไรขึ้น?
How was it? แล้วมันเป็นอย่างไรบ้าง? (มันดีไหมหรือยังไง?)
Did I get you right? ฉันเข้าใจนายถูกไหม?
I didn’t catch the last word. เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ ?
It doesn’t matter. มันไม่สำคัญหรอก
Lucky you! ขอให้คุณโชคดี
May I ask you a question? ฉันขอถามคำถามหน่อยได้ไหม?
Things happen. อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด, อะไรก็เกิดขึ้นได้
I’m sorry, I didn’t catch you. ขอโทษ ฉันไม่ได้ยินที่คุณพูด
I’m so happy for you! ฉันดีใจที่เห็นคุณมีความสุข/ได้รับสิ่งที่ดี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : th.jobsdb.com

อย่าหลงเชื่อ!! ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการกินอาหาร

ความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่เราถูกป้อนข้อมูลมาเป็นเวลานาน  กินไก่เยอะ ระวังจะเป็นเก๊าท์บ้างล่ะ กินช็อกโกแลตแล้วสิวขึ้นบ้างล่ะ คุณรู้หรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อที่ผิด!! ความจริงจะเป็นยังไงนั้น วันนี้เราหาคำตอบมาให้คุณแล้ว ตามดูกันเลย……

นมถั่วเหลืองทำให้เป็นมะเร็งเต้านม


จากที่มีการพบว่าอาหารประเภทถั่วมีสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งคล้ายกับเอสโตรเจน ที่อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดเซลล์มะเร็งเต้านมได้ แต่เนื่องจากสารไฟโตเอสโตรเจนนั้นมีฤทธิ์ทางฮอร์โมนอ่อนมากเมื่อเทียบกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ประกอบกับ ข้อมูลการศึกษาวิจัยจากต่างประเทศในทุกวันนี้ก็ยังไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการเป็นโรคมะเร็งเต้านมกับการบริโภคอาหารประเภทถั่ว

กินไก่เยอะ ระวังจะเป็นเก๊าท์


จริง ๆ แล้วการรับประทานไก่ เป็ด หรือสัตว์ปีกเป็นประจำ ไม่ได้ทำให้คนปกติอย่างเรา ๆ กลายเป็นโรคเก๊าท์ได้ แต่จะมีผลกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเก๊าท์อยู่แล้ว แต่อาการยังไม่ออก หรือคนที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคเก๊าท์ หากรับประทานเยอะจนเกินไป และในคนที่เป็นโรคเก๊าท์อยู่แล้วก็จะทำให้ยิ่งเป็นหนักขึ้น

กินช็อกโกแลตแล้วสิวขึ้น


ได้ยินกันมานมนานกับคำเตือนที่ว่า กินช็อกโกแลตแล้วสิวจะขึ้นแต่จริง ๆ แล้วช็อกโกแลตไม่ได้ทำให้เกิดสิวได้ แต่เป็นเพราะน้ำตาลไปกระตุ้นกระตุ้นให้เกิดสิว ถ้าร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป ในบางคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ช็อกโกแลต โดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลต หรือช็อกโกแลต 100% ที่ไม่ผสมน้ำตาล ยังดีต่อสุขภาพมาก ๆ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ช่วยการไหลเวียนของเลือด

กินเม็ดฝรั่งแล้วจะเป็นไส้ติ่ง


ถ้าวันดีคือร้ายที่เรารับประทานเมล็ดฝรั่งที่มีขนาดเล็กมากๆ เข้าไป แล้วบังเอิญเจ้าเมล็ดฝรั่งเกิดตกลงไปในไส้ติ่ง จนทำให้เกิดติดเชื้อ นั่นอาจเป็นเหตุให้ไส้ติ่งอักเสบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการทารเมล็ดฝรั่งจะทำให้ไส้ติ่งอักเสบ 100% ซึ่งไส้ติ่งอักเสบนั้นอาจเกิดจากอุจจาระของเราเองก็ได้

ดื่มน้ำเย็นไม่ดีต่อร่างกาย


มีการแชร์กันอย่างกระหน่ำในโลกโซเชียลว่า การดื่มน้ำเย็นทำให้ไตทำงานหนักบ้างล่ะ ทำให้เสี่ยงเกิดมะเร็งบ้างล่ะ แต่จริง ๆ แล้วการดื่มน้ำเย็นไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกาย ไม่ได้ทำให้ไขมันจับตัวเป็นก้อนได้ เพราะความร้อนของร่างกายเรา (37 องศาเซลเซียส) สามารถเปลี่ยนน้ำเย็นที่เราดื่มเข้าไปให้กลายเป็นน้ำอุ่นได้ และที่สำคัญการดื่มน้ำเย็นยังดีต่อร่างกายด้วยซ้ำ เพราะต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำอุ่นขึ้น ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ข้อมูลจากสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของสหรัฐฯ ได้บอกไว้ว่า น้ำเย็นจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น เพราะร่างกายสามารถดูดซึมน้ำเย็นได้เร็วกว่า

 

คำศัพท์อาการป่วย

ชื่อโรคภาษาอังกฤษ

คำอ่าน

โรคและอาการไม่สบาย ภาษาไทย

allergy แอล’เลอจี โรคภูมิแพ้, ไข้ละอองฟาง
appendicitis อะเพนดิไซ’ทิส โรคไส้ติ่งอักเสบ
asthmatic แอชแมท’ทิค โรคหอบหืด, เกี่ยวกับโรคหืด
athlete’s foot แอธ’ลีทสฺ-ฟุท โรคน้ำกัดเท้า, เชื้อราที่เท้า, กลากที่เท้า, ฮ่องกงฟุต
bleeding บลีด’ดิง เลือดออก, ที่มีเลือดไหล
blister บลิส’เทอะ แผลพุพอง, บวม, ปูด, เป็นตุ่ม
broken bone โบร’เคิน-โบน กระดูกหัก
bruise บรูซฺ แผลฟกช้ำ, รอยฟกช้ำ
burn เบิรฺน แผลที่เกิดจากไฟไหม้, น้ำร้อนลวก
cancer แคน’เซอะ โรคมะเร็ง
chicken pox ชิคเคน-พ็อกสฺ โรคอีสุกอีใส, ไข้อีสุกอีใส
chronic ครอน’นิค โรคเรื้อรัง, เป็นมานาน
cirrhosis ซิโร’ซิส โรคตับแข็ง
cold โคลดฺ โรคหวัด, ไข้หวัด, หนาว
conjunctivitis คอนจังคฺทิไว’ทิส เยื่อตาขาวอักเสบ, โรคตาแดง
constipation คอนสทิเพเชิน อาการท้องผูก
convulsion คันวัล’เชิน การชักกระตุก
cough คอฟ ไอ, อาการไอ
crick คริคฺ อาการเจ็บตึงกล้ามเนื้อ, กล้ามเนื้อเกร็งและปวด
dehydration ดีไฮเดรเชิน อาการที่ร่างกายขาดน้ำ, การเสียน้ำของร่างกาย
dengue fever เดงกี ฟีเวอรฺ ไข้เลือดออก
depression ดีเพรส’เชิน โรคซึมเศร้า, เศร้าสลด, ความหดหู่
diabetes ไดอะบี’ทิส โรคเบาหวาน
diarrhea ไดอะเรีย’ ท้องเสีย, ท้องเดิน, ท้องร่วง, อาการท้องร่วง
diphtheria ดิฟเธีย’เรีย โรคคอตีบ
dyspepsia ดิสเพพ’เซีย อาการอาหารไม่ย่อย, โรคธาตุพิการ
enteritis เอนเทอไรทิซ โรคลำไส้อักเสบ
eyestrain อายสเตรน อาการเพลียตา
fever ฟี’เวอะ ไข้, ไข้หวัด
food poisoning ฟูด พอยเซินนิง อาหารเป็นพิษ
fracture แฟรค’เชอะ กระดูกร้าว, กระดูกแตก, กระดูกหัก
gallstones กอล’สโทน โรคนิ่วในถุงน้ำดี, ก้อนนิ่ว
gastritis แกรสไทร’ทิส โรคกระเพาะอาหารอักเสบ
German measles เจอรฺเมิน-มีเซิล โรคหัดเยอรมัน
gout เกาทฺ โรคปวดตามข้อ, โรคไขข้อ, โรคเกาต์
heart disease ฮารฺทฺ ดิซีสฺ โรคหัวใจ
heartburn ฮาร์ท’เบิร์น อาการจุกเสียดแน่นท้อง
hemorrhoids เฮมะรอยดสฺ ริดสีดวงทวาร
hiccup ฮิค’คัพ สะอึก, อาการสะอึก
impacted tooth อิมแพคเท็ด-ทูธ ฟันคุด
inflamed อินเฟลมดฺ อักเสบ, บวม, ช้ำ
insomnia อินซอม’เนีย อาการนอนไม่หลับ
jaundice จอนดิซ ดีซ่าน, โรคดีซ่าน
laryngitis ลาริงไจทิซ โรคกล่องเสียงอักเสบ
measles มี’เซิลซ โรคหัด, ไข้หัด
misshapen มิสเช’เพิน ที่ผิดรูปผิดร่าง, ผิดลักษณะ, ผิดแบบ
mumps มัมซฺ คางทูม, โรคคางทูม
nauseous นอ’เชิส คลื่นไส้, รู้สึกคลื่นไส้, คลื่นเหียน
nose bleed โนซ-บลีด อาการเลือดกำเดาไหล
perspire เพอสไพ’เออ เหงื่อออก, ขับเหงื่อ
pertussis เพอทัสซิส โรคไอกรน
phlegm เฟลม เสมหะ, เสลด
piles ไพลฺซ ริดสีดวงทวาร, หัวริดสีดวง
pneumonia นิวมอน’เนีย โรคปอดอักเสบ, โรคปอดบวม
purulent เพอ’รูเลินทฺ เป็นหนอง, มีหนอง, คล้ายหนอง
pus พัส หนอง, น้ำหนอง
rubella รูเบล’ละ โรคหัดเยอรมัน
runny nose รันนี-โนส น้ำมูกไหล
shoulder stiffness โชล’เดอะ-สติฟเนส อาการไหล่เกร็ง
sinusitis ไซนะไซ’ทิส โพรงจมูกอักเสบ, โรคไซนัสอักเสบ
sore throat ซอรฺ-โธรท อาการเจ็บคอ
sprain สเพรน อาการเคล็ด, อาการแพลง, การเคล็ดขัดยอก
stomachache สทัมมัคเอคฺ อาการปวดท้อง
stuffy nose สทัฟ’ฟี-โนส อาการคัดจมูก, หายใจไม่ออก
stye สไท โรคตากุ้งยิง, โรคกุ้งยิง
swollen สโว’เลิน บวม, ขยายใหญ่, พองตัว
tetanus เทท’ทะนัส โรคบาดทะยัก, เชื้อบาดทะยัก
tonsillitis ทอนซิลไล’ทิส ภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ
toothache ทูธ’เอค การปวดฟัน, อาการปวดฟัน
vomit วอม’มิท การอาเจียน, การอ้วก, การสำรอก
whooping cough วูพพิง-คอฟ โรคไอกรน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก:

health.campus-star.com

www.tonamorn.com

อยากเขียนทับศัพท์ ต้องเขียนให้ถูก!!

หลายคนใช้คำทับศัพท์จนเคยชิน แต่รู้หรือไม่ว่าแม้แต่คำทับศัพท์คุณก็อาจจะเขียนแบบผิดๆมาตลอด วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบคำทับศัพท์ที่เราใช้ กับคำที่เขียนถูกต้องให้ดูกันชัดๆไปเลย จะมีคำไหนบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ…..

 

คำ                    คำที่ถูกต้อง               คนมักเขียนผิดเป็น   

Facebook         เฟซบุ๊ก                        เฟสบุ๊ก/เฟสบุ๊ค/เฟสบุค

Digital              ดิจิทัล                          ดิจิตอล

Link                  ลิงก์                             ลิ้งค์/ลิ้งก์

Comment        คอมเมนต์                    คอมเม้น/คอมเมนท์

Blog                  บล็อค                          บลอค/บลอก/บล็อก

Update            อัปเดต                          อัพเดท/อัพเดต

Present           พรีเซนต์                        พรีเซนท์

Bank                แบงก์                            แบงค์

Topic               ทอปปิก                        ท็อปปิก

Website          เว็บไซต์                        เวบไซต์/เว็บไซท์

Like                  ไลก์                               ไลค์

Graphic            กราฟิก                           กราฟฟิก/กราฟฟิค/กราฟิค

Click                 คลิก                               คลิ๊ก

E-mail              อีเมล                              อีเมลล์/อีเมล์

Break                เบรก                               เบรค

Technic           เทคนิค                          เทคนิก/เทกนิค

Game              เกม                                 เกมส์

Video              วิดีโอ                              วิดิโอ/วีดีโอ

Function        ฟังก์ชัน                           ฟังก์ชั่น

Version          เวอร์ชัน                           เวอร์ชั่น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: lifestyle.campus-star.com

เรียนรู้คำศัพท์ เป็นทางการ VS ไม่เป็นทางการ

นอกจากจะรู้ความหมายของคำศัพท์แล้ว เรายังต้องเรียนรู้ระดับของคำศัพท์นั้นด้วย เช่น คำบางอาจใช้ในบริบทที่เป็นทางการมากกว่า หรือบางคำสามารถใช้ในบริบทที่เป็นกันเอง วันนี้เราจึงจะมาทำความรู้จักคำศัพท์เหล่านี้อย่างลึกซึ้งกัน จะมีคำว่าอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย…

Ask – Enquire
ความหมาย : ถาม / สอบถาม

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : The interviewer enquired me about my future plans.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : The interviewer asked me about my future plans.

 

Ask for – Request
ความหมาย : -ขอ / ขอร้อง

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : You can request a free copy of the leaflet.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : You can ask for a free copy of the leaflet.

 

Book – Reserve
ความหมาย : จอง / สำรอง

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : : I’d like to reserve a table for three for eight o’clock.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : I’d like to book a table for three for eight o’clock.

 

Check – Verify
ความหมาย : ตรวจสอบ / พิสูจน์

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : I’ll leave you to verify whether these claims are true.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : I’ll leave you to check whether these claims are true.

 

Get – Receive
ความหมาย : ได้ / ได้รับ

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : We received a warm welcome from our hosts.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : We got a warm welcome from our hosts.

 

Give – Provide
ความหมาย : ให้ / มอบให้

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : The hospital has a commitment to provide the best possible medical care.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : The hospital has a commitment to give the best possible medical care.

 

Help – Assist
ความหมาย : ช่วย/ ช่วยเหลือ

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : We are looking for people who would be willing to assist in the group’s work.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : We are looking for people who would be willing to help in the group’s work.

 

Need – Request
ความหมาย : จำเป็น / ต้องการ

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : She requests permission to film at the White House.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : She need permission to film at the White House.

 

Say sorry – Apologise
ความหมาย : ขอโทษ / ขอโทษอย่างสุภาพ

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : Go and apologize to her.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : Go and say sorry to her.

 

Say hello to – Give my regards to
ความหมาย : การทักทาย / การแสดงความนับถือ

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : Well, give my regards to your wife and children.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : Well, say hello to your wife and children.

 

Tell – Inform
ความหมาย : บอก / แจ้ง, รายงาน

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : The leaflet informs customers about healthy eating.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : The leaflet tells customers about healthy eating.

 

Choose – Select
ความหมาย : เลือก

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : He hasn’t been selected for the team.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : He hasn’t been chosen for the team.

 

Begin/Start – Commence
ความหมาย : เริ่มต้น

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : Once that is completed, the major construction work will commence.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : Once that is completed, the major construction work will begin.

 

Let – Allow
ความหมาย : อนุญาต

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : She didn’t allow me to live with my kids.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : She didn’t let me to live with my kids.

 

Promise – Assure
ความหมาย : สัญญา / รับประกัน

ตัวอย่างประโยคเป็นทางการ : “I can assure you of that”, he said.

ตัวอย่างประโยคไม่เป็นทางการ : “I can promise you of that”, he said.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: lifestyle.campus-star.com