10 ข้อ ของเล่นชิ้นโปรด สอนลูกพูด ชวนลูกออกเสียง

เทคนิคเล่นสนุกกับลูก สอนลูกพูด

เห็น ฟัง เลียนแบบ ออกเสียง !!!

  1. ให้เด็กเลือกของเล่นที่อยากเล่น เล่นในสิ่งที่ลูกสนใจนั่นนเอง เราร่วมเล่น ด้วยสีหน้า ท่าทาง แววตาที่สนุกด้วยนะคะ
  2. นับ 1 2 3 ช่วยให้เด็กเตรียมพร้อม เป็นจังหวะ และเพิ่มคำให้ได้อีกด้วย ใช้คำสั้นๆ ง่ายๆ ชัดๆ เช่น  1 2 3 … ไป !!!
  3. ทำช้าๆ รอจังหวะ ให้เด็กสบตา สนใจเรา เล่นโต้ตอบ กลับไปกลับมา และมีคำตามสถานะการณ์จริงนั่นเอง
  4. มีท่าทาง ให้เด็กเห็นและเข้าใจได้ง่ายขึ้น พร้อมคำสั้นๆ การทำช้ำกลับไปกลับมา เด็กก็จะพูดได้ชัดขึ้นและเข้าใจดีขึ้นด้วย
  5. เด็กจะมีท่าทีตอบรับและสนใจอยากเล่นได้ดี เพราะสนุก มีเพื่อนร่วมเล่น ร่วมเชียร์ ร่วมสนุกไปด้วยกัน
  6. ตื่นเต้นเลียนแบบท่าทางที่เด็กแสดงออกในการเล่นบ้าง เพื่อให้เด็กรู้สึก สนุก ตื่นเต้นขึ้น
  7. เมื่อเด็กเล่นซ้ำไป ซ้ำมา จนเริ่มเข้าใจเกมส์แล้ว เราลองนับ  1 2 3… แล้วทำหน้าตื่นเต้นรอให้เด็กพูดคำศัพท์ในขณะนั้น เช่น ไป โยน เตะ วิ่ง แล้วแต่ว่าขณะนั้นเราเล่นอะไร
  8. เล่นอย่างอื่น ในสถานะการณ์อื่น ก็มีคำศัพท์เพิ่มมาได้ ดูว่าจะเพิ่มคำไหนได้ สั้นๆ ง่ายๆ ซ้ำๆ ครั้งละ 1 -2 คำตามความสามารถของเด็ก แต่อย่าลืมว่าให้เด็กเข้าใจศัพท์คำที่เราพึ่งสอนดีแล้ว อย่าพึ่งเปลี่ยนเร็วมาก
  9. ให้เราตอบโต้ แสดงท่าทางร่วมสนุกกับเด็กเสมอ หากเด็กหันไปเล่นทางอื่น ให้ชวนกลับมาเล่นร่วมกัน
  10. ถ้าเด็กเลือกเล่นยากเกินไป เชียร์ให้เด็กได้คิด รอจังหวะ ถ้ายากเกินไป เด็กยังเล่นไม่ได้พัฒนาการยังไม่ถึง คอยช่วยกระตุ้นให้สนใจที่จะเล่นจนจบเกมส์ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยเล่นอย่างอื่นที่เด็กสนใจต่อ

 

ครูแหม่ม โชติรักษ์

นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

>>>>>>>คลิ๊ปเพิ่มเติมช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น<<<<<

5 เทคนิค ฝึกลูกพูด ด้วยหนังสือเด็ก หนังสือภาพ

 หนังสือเด็ก หนังสือภาพ หนังสือนิทาน ชวนลูกออกเสียง

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีสมาธิจดจ่อได้ สนใจหนังสือ ชอบหนังสือ ชอบภาพนะคะ เลือกในเรื่องที่เด็กชอบและสนใจก่อนนะคะ

  1. นั่งตรงข้ามในตำแหน่งที่เด็กเห็นหน้า เห็นปากชัดๆ หรือให้นั่งตักคุณพ่อ แล้วให้คุณแม่ชวนออกเสียง เลือกตามความถนัดของทางบ้านได้เลยค่ะ
  2. เลือกที่จะร้องเพลง เล่นกันก่อนได้ ชวนให้เด็กสนใจ อารมณ์ดี พร้อมเรียนรู้ง่ายขึ้น
  3. ชี้ที่รูปและแสดงคำให้ชัดเจนด้วยปาก สีหน้า ท่าทาง เรายังคุยกับเด็กด้วยโทนเสียงและความเร็วปกติ แต่จะเน้นคำให้ เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น
  4. เมื่อการออกเสียงเน้นตรงจุดใดให้ชี้ตรงจุดนั้น เช่นริมฝีปาก คอ และสัมผัสที่ตัวเด็กให้มราบตำแหน่งที่ถูกต้อง
  5. การเรียนรู้ของเด็กให้มีส่วนระบบประสาทมาร่วมให้มากที่สุดเช่น
  • ตา มองเห็น
  • หู ได้ยินชัด,สัมผัสผิวหนัง เช่นนำมือหรือนิ้วมาแตะที่รูป
  • จับมือเด็กบีบเบาๆ หรือขยับนิดๆ หากเด็กเริ่มไม่มอง
  • บีบข้อมือเบาๆบ้าง สัมผัสถึงกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ช่วยกระตุ้นได้
  • คำที่มีลมออกจากปาก ให้นำมือเด็กมาสัมผัส รับรู้ได้ว่า คำนี้มีลมออกมาจากปาก

สิ่งเหล่านี้ทำสลับกันไป ตามโอกาส ตามจังหวะที่เหมาะสมนะคะ ที่สำคัญอย่าลืม ความสนุกสนาน ความน่าสนใจนะคะ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนจากภายในให้เด็กอยากเรียนรู้ เป็นกำลังใจให้ทุกบ้านค่ะ

 

ครูแหม่ม โชติรักษ์

นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

 

5 เทคนิค ฝึกลูกพูด ลูกไม่พูด ลูกพูดช้า

เทคนิคต่างๆเหล่านี้ปรับใช้ได้กับหลากหลายสถานะการณ์ในชีวิตประจำวัน

1.สิ่งที่ลูกทำ ชวนลูกพูดคุย ในสิ่งที่กำลังทำอยู่และน่าสนใจ ทำอะไร จับอะไร เห็นอะไร รู้สึกอย่างไร

ควรใช้คำที่สั้น ง่าย และสนุก คือเด็กสนใจนั่นเอง เช่น

  • หม่ำข้าว กินหนม อ้ำๆ
  • นก นก อู้ยๆๆ หมา หมา เห็น ชอบ สนุก ชี้ให้ดู ออกเสียงชวนให้ตื่นเต้น เที่ยวสวนสัตว์ก็สนุกมากค่ะ
  • โยนบอล ตู้ม !!!   เตะบอล ตู้ม !! มีเสียงเสริมให้สนุก ทำท่าตลกๆ ให้หัวเราชอบใจ อยากทำช้ำ อยากเล่น หยุดรอจังหวะให้เด็กพูดบ้าง 5-7 วินาที
  • ร้องเพลง เต้น ตบมือ กระโดดอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่เด็กกำลังรู้สึกจริงๆ ดีใจ เสียใจ ตกใจ กลัว เจ็บ เป็นต้น เป็นเรื่องสำคัญให้เด็กสามารถสื่อสารความรู้สึกกับเราได้ทั้งภาษากาย และภาษาพูด

2.Self Talk

สิ่งที่เรากำลังทำ ลูกเห็น ลูกมองอยู่ หรือทำให้ลูกสนใจ เช่น

แม่ล้างจาน, พ่อล้างรถ, แม่ปวดฉี่, ยายทำกับข้าว, มือเปียก, อู้ยยยย เจ็บๆๆ คำศัพท์ พร้อมสีหน้าท่าทาง ในชีวิตประจำวันนั่นเอง

3.ไม่ถามหลายคำถามหรือซับซ้อนในคราวเดียว

เช่น ลูกกำลังเล่นตุ๊กตาหมีอยู่

คุณ : โอ้ววว พี่หมี    (นิ่ง รอการสื่อสาร หากไม่มีก็ถามต่อ) พี่หมีไปไหนคะ? (นิ่ง รอการสื่อสาร หากไม่มีก็ถามต่อ)

เราจะไม่ถามหลายคำถามซ้ำในคราวเดียว รอจังหวะให้เด็กตอบสนองด้วย

4.ตั้งคำถามแบบให้ทางเลือก

เช่น ลูกชอบ เรือ กับรถตักดิน เราก็ถือเรือและรถ ไว้คนละมือ ให้ลูกเห็นชัดเจน

ลูกเล่นอันไหนดีคะ เรือ (ก็ยกเรือขึ้นให้ลูกเห็นชัดๆ ) หรือ เล่นรถดีคะ (ก็ยกรถขึ้นมาให้ลูกเห็นชัดๆ)  นิ่งรอการตอบโต้ เมื่อลูกชี้เลือกอันใดอันหนึ่ง ก็ใส่คำให้ชัดๆ ชวนลูกออกเสียง

5.ช่วยขยายคำศัพท์ให้ลูก

เมื่อลูกเริ่มมีคำศัพท์ สั้นๆ ง่ายแล้ว เราก็ช่วยเสริมให้ทีละคำ ให้รูปประโยคถูกต้องขึ้น เช่น

หม่ำๆ >>> หม่ำนม >> หนูหิวนม

นก >>> นกมา >>>> นกบินมา

 

เริ่มต้นง่ายๆ ทำสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อ และบริหารกล้ามเนื้อบริเวณปากด้วยนะคะ

ทุกส่วนในร่างกายเชื่อมโยงกัน ร่างกายแข็งแรง สมองสั่งการได้ดี ร่างกายตอบสนองไว

 

ครูแหม่ม โชติรักษ์

นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

 

ลูกไม่พูด พูดไม่ชัด บริหารกล้ามเนื้อปากและลิ้น ช่วยได้

กล้ามเนื้อปาก ลิ้น และการควบคุมลม มีความสำคัญมากในการพูดให้ได้ดี พูดให้ชัด

ในวัยเด็กเราจะให้ลูกทำตามคำสั่งเรานั้นเป็นเรื่องยากมาก เด็กบางคนน้ำลายไหลตลอดแสดงว่ากล้ามเนื้อบริเวณปากยังไม่แข็งแรงนัก จะช่วยลูกให้ได้ต้องอาศัยความสุข สนุกสนาน เป็นตัวขับเคลื่อนความรู้สึกภายในของเด็ก อยากเล่น อยากทำอย่างต่อเนื่อง เรามาหาวิธีช่วยกันค่ะ

  • ฝึกเคี้ยวเส้นบะหมี่นุ่มๆ แบ่งเป็นหลายมื้อใน 1 วัน จะได้บริหารได้ต่อเนื่อง แต่ละอย่างนั้นเพื่อช่วยให้เหงือกบดเคี้ยวนานขึ้น ลิ้นตวัดไปมาไม่แข็งไม่อ่อนเกินไป ริมฝีปากช่วยควบคุมได้ดี
  • ชวนเล่นเม้มปากริมฝีปากคาบหลอด คาบดินสอ หรือไม้ไอติม
  • ชวนเล่นแลบลิ้นแข่งกัน แลบลิ้นให้ยาว แลบลิ้นขึ้นลง ซ้ายขวา แลบลิ้นเป็นผีโป๋ เล่นห่อลิ้น ม้วนลิ้น เป็นต้น
  • ขนมก็เป็นตัวช่วยที่ดี ไอติม อมยิ้ม ชวนเแลบลิ้นยาวๆ เลียอย่างเอร็ดอร่อย ชวนดูดให้ดังจ๊วบๆ หรืออมอมยิ้มไว้ในปาก ใช้ลิ้นตวัดไปมาให้สนุกสนานได้อีก
  • ขนมทาโร่แบบไม่เผ็ด ขนมที่มีความเหนียว ความแข็งเล็กน้อย ให้ลูกใช้ฟันหน้ากัด พยายามเคี้ยวช่วยบริหารกล้ามเนื้อปากได้ดีค่ะ อาหารที่เหนียวและแข็งคอยสังเกตนะคะ ว่าลูกเคี้ยวได้ไหม ระวังติดคอ เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับลูกก่อน
  • ฝึกเป่าลม ร้องเพลงเป่าเทียนวันเกิด เป่านกหวีดเป็นทหาร เป่าหลอดลงน้ำในแก้วให้เกิดฟองอากาศ เป่าลูกโป่งฟองสบู่
  • นวดปากให้สนุกๆ ถ้าแปรงไฟฟ้าลูกพอไหวก็ใช้แปรงไฟฟ้าช่วย โดยเอาแปรงไฟฟ้ามาเล่นสนุกๆก่อนให้คุ้น ไม่ตกใจ
  • กิจกรรมบางอย่างชวนออกเสียง พอออกเสียงได้ พูดได้ก็ให้ขนมทาน ให้ของเล่น การให้ของโปรด ควรให้ทีละน้อยๆ ให้ขออีก พูดอีก สนุกอีกนะคะ ถ้าให้พร้อมกันหมดทีเดียวรับรองไม่สนใจเราแน่
  • ภาษาพูดของเรา ควรมีท่าทาง พร้อมให้เห็นหน้าเห็นปากชัดๆด้วย น้องจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น

https://www.youtube.com/watch?v=FXyd6sThIaA

เทนนิคพูดช้ำ เล่นสนุก ชวนลูกพูด

ตัวอย่างกิจกรรม เช่น มีของเล่นชิ้นโปรดเป็น “รถถัง” เปลี่ยนของเล่นได้ตามที่เด็กชอบ

1.ใช้มือจับรถ พูด พร้อมยื่นรถให้ลูกเห็นชัดๆ “รถมาแล้ว ปรื้นๆๆๆๆๆ ปรื้นๆๆๆๆ”(ชวนลูกออกเสียงได้บริหารกล้ามเนื้อริมฝีปากไปด้วยกัน)  ให้รถวิ่งไต่ไปตามตัวลูก จนมาอยู่บนหัว หรือส่วนสำคัญบนร่างกายที่อยากสอนคำศัพท์ “ถึงหัวแล้ว เย้ๆๆ ตก ตู้มมม” ได้คำว่าหัว และตก เน้นๆ ชัดๆ ตอนตกตู้ม เราก็ทำท่าทางเหมือนกลิ้งตก ถ้าเด็กชอบจะหัวเราะหัวเราะถูกใจ ทำช้ำหลายๆรอบให้สนุก พอไปเก็บรถถังขึ้นมา ก็ทำท่าทางดีใจ  “เก็บได้แล้วววว เย้ๆๆๆ” สิ่งต่างๆจะเป็นกรสอนคำสั้นๆง่ายๆ ตามเหตุการณ์จริง รูปแบบเส้นทางประโยคต่างๆ และมีการทำช้ำได้ต่อเนื่อง เด็กจะจำได้ง่าย เพราะมีท่าทางและสิ่งของให้เห็นชัด

2.พอเด็กเริ่มสนใจ สนุก อยากทำช้ำบ่อย เปลี่ยนให้เด็กทำบ้าง ยื่นให้ พร้อมพูด “นี่รถถัง” เด็กจะเลียนแบบทำตามเท่าที่จำได้ เราก็ร่วมเล่นให้สนุก เปลี่ยนไปมา ช่วยเชียร์ ช่วยเล่นสนุกไปด้วยกัน

3.รอให้มีการโต้ตอบ อย่าพึ่งเร่งหรือถามเด็กๆช้ำๆ บ่อยๆ นิ่งรอประมาณ 5 วินาที ดูจังหวะ สังเกตการตอบสนอง สีหน้าแววตา จะรับรู้ได้ไว ว่าเด็กสื่อสาร หรือชอบอะไร สนุกกับอะไร

ใช้ในการเล่นรูปแบบอื่นๆได้ดี โดยจำรูปแบบหลักๆ

1.ทำช้ำ Repetition

2.รูปแบบประโยค Strategy

3.ให้เวลา Wait time

สิ่งที่เด็กจะได้ในการเล่น

สนใจร่วมเล่นกิจกรรม

มีการสื่อสาร ตอบกลับ ไม่มากก็น้อย ทั้งภาษาพูด ภาษากาย

ระบบ Sensory ในการเรียนรู้ต่าง สบตา หูสนใจฟัง การทำช้ำ ทำให้เกิดการโต้ตอบได้เร็วขึ้น ผิวสัมผัส

ที่สำคัญ ความผูกพันต่อกัน อยากพูด อยากเล่น อยากทำช้ำด้วยหัวใจสนุกภายใน เป็นการเรียนรู้ที่มีความสุข

 

10 สัญญาณเตือนลูกเป็นออทิสติก พร้อมวิธีป้องกัน

10 สัญญานเตือน ลูกเป็นออทิสติก

1.ขยำมือ บีบมือ สะบัดมือบ่อยๆ
2.
เขย่งเท้าเดิน
3.
นั่งกระแทก กระตุ้นตัวเองตลอด
4.
กรีดร้อง
5.
เล่น สนใจบางอย่างกลับไปกลับมา เช่น รินน้ำ ทิชชู่ ล้อหมุน
6.
กัดหรือหยิกผู้อื่น [เพราะสื่อสารแบบปกติไม่ได้]
7.
มีรอยคล้ำใต้ตาค่อนข้างชัด
8.
เล่นบางอย่างน้อยกว่าหนึ่งนาที หรือเล่นบางอย่างเป็นชั่วโมงๆ สมาธิสั้น ไม่จดจ่อ หรือ อยู่กับสิ่งนั้นนานเกินปกติ
9.
ร้องไห้แบบไม่ทราบสาเหตุ เราหาสาเหตุไม่เจอ
10.
ไม่สนใจเสียง ไม่สบตา เรียกไม่หัน

ป้องกันลูกเข้าสู่ภาวะออทิสติกเทียม

  • มีเวลาเล่นด้วยสม่ำเสมอ ให้เด็กสนใจ จดจ่อ ชวนเล่นโต้ตอบไปมาได้ต่อเนื่อง
  • งดการดู ทีวี การ์ตูน youtube ในเด็กเล็ก ก่อนพูดได้ เพราะการอยู่นิ่ง สนใจของเด็ก เป็นการเรียนรู้ที่ผิดธรรมชาติ ลูกจะพูดภาษาและความรู้สึกจริงๆของตัวเองไม่ได้ อาจจะท่อง A B C แต่สื่อสารไม่เป็น
  • เมื่อมีความรู้สึกอะไรที่ชัดเจนให้เติมคำให้ทันทีเช่น โกรธ เจ็บ กลัว ชอบ ดีใจ เสียใจ รักแม่ พูด สัมผัส เราก็แสดงสีหน้าที่ชัดเจนกับลูกตามอารมณ์นั้นๆจริงๆด้วยนะคะ เป็นการเน้นย้ำคำที่ใช้บอกความรู้สึกต่างๆเพื่อสื่อสารได้ดีขึ้น เมื่อสื่อสารได้บอกได้ อารมณ์ก็ไม่รุนแรง
  • ออกกำลังกาย ให้มีกิจกรรมสม่ำเสมอ เช่น ออกสนามเด็กเล่นปีนป่าย ฝึกร่างกายให้ใช้งานได้คล่องแคล่วขึ้นปั่นจักยาน ว่ายน้ำ วิ่งเล่น ประมาณนี้นะคะ ถ้าเล่นร่วมด้วย ช่วยเชียร์ ชื่นชม ให้กำลังใจเล่นในสิ่งที่เด็กสนใจและชอบจริงๆ ไม่ใช่ของเล่นที่แพง ไม่ใช่สถานที่ที่ไกล แต่อยู่ที่หัวใจเข้าใจกัน สังเกตกันได้ดี

 

 

 

https://www.youtube.com/watch?v=r1CqboCzxSc&t=48s

ทำอย่างไรลูกเข้าสู่ภาวะออทิสติก

สิ่งสำคัญแรกๆ เลยนะคะ

1.ลงไปเล่นด้วยกันให้สนุกๆ สนใจคนให้มากที่สุดนะคะ เรื่องนี้สำคัญมากๆเลยค่ะ

2.เมื่อมีความรู้สึกอะไรที่ชัดเจนให้เติมคำให้ทันทีเช่น โกรธ เจ็บ กลัว ชอบ ดีใจ เสียใจ รักแม่ พูด สัมผัส เราก็แสดงสีหน้าที่ชัดเจนกับลูกตามอารมณ์นั้นๆจริงๆด้วยนะคะ เป็นการเน้นย้ำคำที่ใช้บอกความรู้สึกต่างๆเพื่อสื่อสารได้ดีขึ้น เมื่อสื่อสารได้บอกได้ อารมณ์ก็ไม่รุนแรง

3. ออกกำลังกาย ให้มีกิจกรรมสม่ำเสมอ เช่น ออกสนามเด็กเล่นปีนป่าย ฝึกร่างกายให้ใช้งานได้คล่องแคล่วขึ้นปั่นจักยาน ว่ายน้ำ วิ่งเล่น ประมาณนี้นะคะ ถ้าเล่นร่วมด้วย ช่วยเชียร์ ชื่นชมจะดีมากค่ะ

ตัวอย่างกิจกรรม

  • ชวนเล่นสนุก
  • ฝึกพูด ฝึกสื่อสาร
  • สอนเด็กพูดช้า

อ่านเพิ่มเติม “ทำอย่างไรลูกเข้าสู่ภาวะออทิสติก”

ลูกติด Youtube

 

คุณแม่ทำได้ ^^
ช่วงแรกสงสารลูก กลัวลูกไม่ทานข้าว
พอคุณแม่ใจแข็ง สิ่งที่ได้ก็มหัศจรรย์
ลูกพูดได้มากขึ้นเยอะ
มีสมาธิมากขึ้นด้วย ยอดเยี่ยมมากๆเลยค่ะ

(เทคนิคจากคุณแม่)
ระบายวันละ 1 แผ่นคะ อย่างน้อยๆให้มีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ทำ 5 นาที

ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

เทคนิค ชวนเล่นให้พูดชัด พูดได้

 

ลูกไม่พูด ลูกพูดช้า พูดไม่ชัด
เทคนิคชวนเล่นเสียงสนุกๆ ฝึกกล้ามเนื้อ

ชวนลูกเล่น สนุกๆ ตลกๆ เช่น
1.
ทำท่าติดกระดุม ทำเสียงเดาะลิ้น เดอะ เดอะ เดอะ เดอะ เดอะ ติดเสร็จแล้วเย้ ๆ
ควรทำช้ำ 3-4 รอบ
แล้วชวนลูกออกเสียงบ้าง
คราวนี้ตาหนูติดบ้าง ทำท่าทางตื่นเต้น ชี้ไปที่ลูก เว้นจังหวะให้ลูกได้ลอง

2.รถของเล่นคันเล็กๆ เราทำเสียงปรื้นๆๆๆๆ แต่ใช้วิธีการเป่าลมผ่านริมฝีปากรัวๆๆ เน้นบริหารกล้ามเนื้อริมฝีปาก
ทำช้ำ 3-4 ครั้ง ปรื้นๆๆๆๆ ใช้รถของเล่นขับไปมา เสียงพร้อมท่าทางประกอบ

3.ฮัดชิ๊ว หาอะไรชักอย่างวางไว้ที่หัวเรา
ทำท่าทางฮัดชิ่ว ของตกลงจากหัว แล้วก็พูด อ้าวตกแล้ว
ทำช้ำแบบนี้ 3-4 ครั้ง แล้วก็ชวนลูกทำบ้าง

4.รูดซิป ซีปปปปปปป เปอะ ! พ่นลมออกระหว่างฟันยาวๆ (ลูกได้ฝึกออกเสียงคำชัดๆ เช่น ส.เสือ)
ทำท่ารูดซีป ชี้ปปปปปป เปอะ !
ทำท่าทางรูดขึ้น รูดลง ให้สนุก แล้วชวนลูกออกเสียงและทำตาม

ลองเล่นดูนะคะ เลือกดูว่าลูกชอบแบบไหน แล้วก็สลับเล่นไปมา บริหารกล้ามเนื้อปาก ชวนออกเสียงให้ชัดเจนอีกวิธีค่ะ

    ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

10 เทคนิค ช่วยให้ลูกพูด

เทคนิค ช่วยให้ลูกพูด เรียนรู้การพูดได้เร็วขึ้น

  1. เล่นสนุกด้วยกัน ในแต่ละครั้งได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ พูดสั้นๆ ชัดๆ พูดช้ำ 2-3 ครั้ง ตรงเหตุการณ์จริง เช่น ‘1 2 3 วิ่ง วิ่ง วิ่ง
  2. สังเกตว่าลูกพยายามพูดคำไหน และช่วยด้วยการพูดทวนคำให้ ให้ลูกเห็นปาก และได้ยินเสียงที่ชัดขึ้น
  3. เมื่อลูกพูดได้ดี ถูกต้อง ให้เราชื่นชม และให้ลูกรู้ว่าคำนั้นถูกต้องแล้ว
    เช่นใช่ค่ะลูก นั่นเครื่องบิน
  4. ช่วยให้ลูกเห็นว่าคำนั้น และการกระทำเชื่อมโยงกัน
    เช่น กำลังถอดเสื้อให้ลูก
    แม่ถอดเสื้อให้นะ ถอดเสื้อ ถอดเสื้อ
  5. ถึงเวลาทานอาหาร หรือเวลาต้องทำอะไร ให้เติมคำให้ลูกด้วย
    เช่นเราจะกินข้าวกัน กินข้าวนะ
    พูดขณะที่จัดจาน หรืออุ้มเด็กมาทานข้าวที่โต๊ะ คือ เห็นเหตุการณ์ และคำศัพท์ที่ตรงกัน
  6. ในระหว่างวัน ชวนลูกพูดคุย เล่นสนุกไปด้วยกัน เมื่อตั้งคำถาม ให้นิ่งรอกระบวนการคิด ให้ลูกได้ตอบสนอง หรือตอบเราด้วย ให้เวลาลูกชัก 7-10 วินาที
  7. ฝึกให้เด็กสังเกตจากการเดินเล่นหรือนั่งรถเที่ยว ด้วยการชี้ชัด ให้เห็น ให้สนุก ตื่นเต้น เช่นว้าวววว รถบัสคันใหญ่ รถบัส
  8. พูดช้ำ ทวนคำให้ลูก บ้าง
    เช่น ลูกพูดเมี๊ยวเมื่อเจอแมว
    ใช่ค่ะ แมวเหมียว .. แมวเหมียว เมี๊ยว เมี๊ยว
  9. เวลาพูดกับลูก ให้ใช้คำหลักๆ ชัดๆ สั้นๆ แต่พูดคุยกันจังหวะปกติ จะเน้นเวลาจะเติมคำศัพท์ให้ลูกเท่านั้น
  10. อย่าเปิดทีวีหรือวิทยุทิ้งไว้ เสียงแบร็คกราวต่างๆจะรบกวนการได้ยิน ทำให้ลูกได้ยินไม่ชัดและพูดไม่ชัด

ปล. เล่นกับลูกให้เวลาลูกมากๆ

อย่าปล่อยให้ลูกดูทีวี หรือยูทูปนานๆ เป็นการสื่อสารที่ผิดธรรมชาติ ลูกจะติดขัด และพูดโต้ตอบได้ช้า หรือไม่สามารถสื่อสารได้เลย นอกจากกรี้ดๆ โวยวาย

   ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก