5 เทคนิค ฝึกลูกพูด ด้วยหนังสือเด็ก หนังสือภาพ

 หนังสือเด็ก หนังสือภาพ หนังสือนิทาน ชวนลูกออกเสียง

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีสมาธิจดจ่อได้ สนใจหนังสือ ชอบหนังสือ ชอบภาพนะคะ เลือกในเรื่องที่เด็กชอบและสนใจก่อนนะคะ

  1. นั่งตรงข้ามในตำแหน่งที่เด็กเห็นหน้า เห็นปากชัดๆ หรือให้นั่งตักคุณพ่อ แล้วให้คุณแม่ชวนออกเสียง เลือกตามความถนัดของทางบ้านได้เลยค่ะ
  2. เลือกที่จะร้องเพลง เล่นกันก่อนได้ ชวนให้เด็กสนใจ อารมณ์ดี พร้อมเรียนรู้ง่ายขึ้น
  3. ชี้ที่รูปและแสดงคำให้ชัดเจนด้วยปาก สีหน้า ท่าทาง เรายังคุยกับเด็กด้วยโทนเสียงและความเร็วปกติ แต่จะเน้นคำให้ เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น
  4. เมื่อการออกเสียงเน้นตรงจุดใดให้ชี้ตรงจุดนั้น เช่นริมฝีปาก คอ และสัมผัสที่ตัวเด็กให้มราบตำแหน่งที่ถูกต้อง
  5. การเรียนรู้ของเด็กให้มีส่วนระบบประสาทมาร่วมให้มากที่สุดเช่น
  • ตา มองเห็น
  • หู ได้ยินชัด,สัมผัสผิวหนัง เช่นนำมือหรือนิ้วมาแตะที่รูป
  • จับมือเด็กบีบเบาๆ หรือขยับนิดๆ หากเด็กเริ่มไม่มอง
  • บีบข้อมือเบาๆบ้าง สัมผัสถึงกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ช่วยกระตุ้นได้
  • คำที่มีลมออกจากปาก ให้นำมือเด็กมาสัมผัส รับรู้ได้ว่า คำนี้มีลมออกมาจากปาก

สิ่งเหล่านี้ทำสลับกันไป ตามโอกาส ตามจังหวะที่เหมาะสมนะคะ ที่สำคัญอย่าลืม ความสนุกสนาน ความน่าสนใจนะคะ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนจากภายในให้เด็กอยากเรียนรู้ เป็นกำลังใจให้ทุกบ้านค่ะ

 

ครูแหม่ม โชติรักษ์

นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

 

5 เทคนิค ฝึกลูกพูด ลูกไม่พูด ลูกพูดช้า

เทคนิคต่างๆเหล่านี้ปรับใช้ได้กับหลากหลายสถานะการณ์ในชีวิตประจำวัน

1.สิ่งที่ลูกทำ ชวนลูกพูดคุย ในสิ่งที่กำลังทำอยู่และน่าสนใจ ทำอะไร จับอะไร เห็นอะไร รู้สึกอย่างไร

ควรใช้คำที่สั้น ง่าย และสนุก คือเด็กสนใจนั่นเอง เช่น

  • หม่ำข้าว กินหนม อ้ำๆ
  • นก นก อู้ยๆๆ หมา หมา เห็น ชอบ สนุก ชี้ให้ดู ออกเสียงชวนให้ตื่นเต้น เที่ยวสวนสัตว์ก็สนุกมากค่ะ
  • โยนบอล ตู้ม !!!   เตะบอล ตู้ม !! มีเสียงเสริมให้สนุก ทำท่าตลกๆ ให้หัวเราชอบใจ อยากทำช้ำ อยากเล่น หยุดรอจังหวะให้เด็กพูดบ้าง 5-7 วินาที
  • ร้องเพลง เต้น ตบมือ กระโดดอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่เด็กกำลังรู้สึกจริงๆ ดีใจ เสียใจ ตกใจ กลัว เจ็บ เป็นต้น เป็นเรื่องสำคัญให้เด็กสามารถสื่อสารความรู้สึกกับเราได้ทั้งภาษากาย และภาษาพูด

2.Self Talk

สิ่งที่เรากำลังทำ ลูกเห็น ลูกมองอยู่ หรือทำให้ลูกสนใจ เช่น

แม่ล้างจาน, พ่อล้างรถ, แม่ปวดฉี่, ยายทำกับข้าว, มือเปียก, อู้ยยยย เจ็บๆๆ คำศัพท์ พร้อมสีหน้าท่าทาง ในชีวิตประจำวันนั่นเอง

3.ไม่ถามหลายคำถามหรือซับซ้อนในคราวเดียว

เช่น ลูกกำลังเล่นตุ๊กตาหมีอยู่

คุณ : โอ้ววว พี่หมี    (นิ่ง รอการสื่อสาร หากไม่มีก็ถามต่อ) พี่หมีไปไหนคะ? (นิ่ง รอการสื่อสาร หากไม่มีก็ถามต่อ)

เราจะไม่ถามหลายคำถามซ้ำในคราวเดียว รอจังหวะให้เด็กตอบสนองด้วย

4.ตั้งคำถามแบบให้ทางเลือก

เช่น ลูกชอบ เรือ กับรถตักดิน เราก็ถือเรือและรถ ไว้คนละมือ ให้ลูกเห็นชัดเจน

ลูกเล่นอันไหนดีคะ เรือ (ก็ยกเรือขึ้นให้ลูกเห็นชัดๆ ) หรือ เล่นรถดีคะ (ก็ยกรถขึ้นมาให้ลูกเห็นชัดๆ)  นิ่งรอการตอบโต้ เมื่อลูกชี้เลือกอันใดอันหนึ่ง ก็ใส่คำให้ชัดๆ ชวนลูกออกเสียง

5.ช่วยขยายคำศัพท์ให้ลูก

เมื่อลูกเริ่มมีคำศัพท์ สั้นๆ ง่ายแล้ว เราก็ช่วยเสริมให้ทีละคำ ให้รูปประโยคถูกต้องขึ้น เช่น

หม่ำๆ >>> หม่ำนม >> หนูหิวนม

นก >>> นกมา >>>> นกบินมา

 

เริ่มต้นง่ายๆ ทำสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อ และบริหารกล้ามเนื้อบริเวณปากด้วยนะคะ

ทุกส่วนในร่างกายเชื่อมโยงกัน ร่างกายแข็งแรง สมองสั่งการได้ดี ร่างกายตอบสนองไว

 

ครูแหม่ม โชติรักษ์

นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก