เรียนรู้ประโยคก่อนเดินทาง ตอบคำถามยังไงให้ผ่าน ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง)

เชื่อว่าหลายคนที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ยังกังวลว่าต้องตอบคำถามยังไงถึงจะผ่าน ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง) ได้ และเค้าจะถามอะไรเราบ้าง วันนี้เรามีประโยคพื้นฐานที่ ตม. ถามก่อนเข้าประเทศ และวิธีตอบมาฝากกัน จะน่าสนใจแค่ไหน ตามไปดูกันเลย…

จุดประสงค์ของการมาที่นี่ (ตัวอย่างประโยค)

1.What’s the purpose of your visit? (purpose แปลว่า จุดประสงค์)
2.Why are you here? (คำถามตรงประเด็น)
3.Why are you coming here?
ตอบ = I’m here on vacation.
แปล = ฉันมาที่นี่เพื่อพักร้อน หรือตอบสั้นๆ ว่า to travel. มาเพื่อท่องเที่ยว

 

เป็นครั้งแรกใช่หรือไม่ที่คุณเดินทางมาที่นี่ (ตัวอย่างประโยค)
Is this your first time here? (first time แปลว่า ครั้งแรก)
ตอบ = Yes, this is my first time.
แปล = ใช่ นี่คือครั้งแรกของฉัน

 

อาศัยอยู่นานเท่าไหร่ (ตัวอย่างประโยค)
1.How many day are you planning to be here?
2.How long are you. going to be in ……? (ชื่อประเทศ) (How long แปลว่า นานเท่าไหร่)
ตอบ = I’II be here for …… days. (ชื่อประเทศ)
แปล = ฉันจะอยู่ที่นี่ …… วัน หรือตอบสั้นๆ ว่า …… Day. (จำนวนวัน)

 

คุณเดินทางมากับใคร (ตัวอย่างประโยค)
Who are you traveling with? (traveling with แปลว่า เดินทางกับ?)
ตอบ I’m alone. แบบสั้นๆ หรือ I’m traveling alone. (ตอบได้ทั้ง 2 ประโยค)
แปล ฉันเดินทางมาคนเดียว หรือ I’m traveling with my friend. ฉันเดินทางมากับเพื่อน

 

คุณเดินทางมาคนเดียวหรือไม่ (ตัวอย่างประโยค)
Are you traveling alone? (traveling alone แปลว่า เดินทางคนเดียว?)
ตอบ = No, I’m traveling with my friend.
แปล = ไม่, ฉันเดินทางมากับเพื่อน
หรือถ้ากับครอบครัวพูดว่า I’m traveling with my family. (2 คำถามนี้ คำตอบก็จะคล้ายๆ กันค่ะ)

 

คุณจะพักที่ไหน (ตัวอย่างประโยค)
1.Where are you staying? (staying แปลว่า อาศัยอยู่)
2.Where will you be staying?
ตอบ = I’ll be staying at …… (ชื่อโรงแรม)
แปล = ฉันจะพักอยู่ที่…… (ชื่อโรงแรม)

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: lifestyle.campus-star.com

เรียนรู้เทคนิคการเกลาประโยคภาษาอังกฤษให้สุภาพ อ่อนโยน

ภาษามีระดับตั้งแต่ปกติที่เราใช้กับคนที่สนิทด้วยไปจนถึงสุภาพและให้เกียรติผู้สนทนา’ บางครั้งเราพูดภาษาอังกฤษได้จนเริ่มชินแล้ว เราก็อยากพัฒนาให้ภาษาของเราดูสุภาพ อ่อนโยน ดูแบบ เหยยยย ผู้ดีมาเองอ่ะ ถึงไม่ใช่เจ้าของภาษาหากใช้เคล็ดลับง่ายๆ ที่ นำมาเสนอในวันนี้ก็สามารถยกระดับประโยคของคุณได้ง่ายๆ เน้นการสื่อประโยคที่ไปทางลบให้ดูอ่อนโยนได้ ฮั่นแน่ อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะ เรามาดูกันเลยค่ะ

1. หากเราต้องการจะบอกสิ่งที่ผู้ฟังไม่อยากได้ยิน

แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ข่าวดีแน่นอนค่ะ แต่การจะพูดอย่างตรงไปตรงมาบ้างครั้งก็อาจจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่ดีได้ ดังนั้นเราจึงใช้รูปประโยคว่า ‘…might… a slight…’

ยกตัวอย่างเช่น

‘She tells me that there will be heavy rain tonight’
‘She tells me that there might be a slight rain tonight’

จากประโยคแรกจะแปลว่า หล่อนบอกว่ามีฝนตกหนักมาก ในประโยคแรกคือมีการใช้คำว่า ‘heavy’ เป็นการบอกปริมาณแล้ว ซึ่งผู้ฟังอาจจะไม่มีความสุขนักเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เราจึงเลือกใช้รูปประโยค ‘…might… a slight…’เข้ามาช่วย แปลว่า หล่อนบอกว่าอาจจะมีฝนตกนิดหน่อย ซึ่งเวลาเราใช้คำว่าอาจจะเนี่ย จะช่วยเพิ่มความคลุมเครือให้กับประโยคเป็นอย่่างมาก ที่เหลือก็ให้ผู้ฟังไปคิดเองละกันนะ

 

2. ใช้คำที่แทนปริมาณไม่มาก

ส่วนมากก็ใช้วางไว้หน้าคำคุณศัพท์ (Adj.) หรือแทนคำว่า ‘very’ ไปเลยในกรณีที่คำคุณศัพท์นั้นมีความหมายที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่หนัก โดยคำที่สามารถมาแทน very และช่วยทำให้ประโยคดูอ่อนโยนนุ่มนวลลงได้โดยใช้คำเหล่านี้

‘a little, a bit, a little bit, slight, slightly และ one or two(+noun)’

เรามาดูตัวอย่างกันค่ะ

‘Actual sales volume will be under forecast this month.’
เปลี่ยนเป็น ‘Actual sales volume will be slightly under forecast this month’

‘These documents have so many unreasonable points’
เปลี่ยนเป็น ‘These documents have one or two unreasonable points’

 

3. ประโยคออกแนวคำสั่ง

กรณีที่เราต้องการจะบอกคู่สนทนาให้ทำตามที่เราบอก บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสมควรนักและจะเป็นการบังคุบฝืนใจอีกฝ่ายมากเกินไปนะคะ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้รูป ‘Negative Question’ หรือเปลี่ยนให้ประโยคกลายเป็นประโยคคำถามแทน

ยกตัวอย่างเช่น

‘We should hold this project now!’
สามารถเปลี่ยนเป็น ‘Shouldn’t we hold this project now?’

 

4. พูดอ้อมๆ เพื่อลดความตรงไปตรงมาของเจตนาลง

ถือเป็นเทคนิคขั้นสูงเลยก็ว่าได้ค่ะ มีจุดประสงค์เพื่อที่จะสื่อในเรื่องที่เราต้องการแต่อาจจะดูตรงเกินไปหน่อยจนเกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะไม่สบายใจ เราสามารถเปลี่ยนประโยคดังกล่าวให้เป็นรูป ’Past Continuous Tense’ หรือ ‘Subject + verbช่วยช่องที่ 2 + v.ing’ แทน เพียงเท่านี้ประโยคก็จะดูอ่อนลงค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

‘I think you can take me to a coffee shop this weeknd’
สามารถเปลี่ยนเป็น ‘I was thinking you could take me to a coffee shop this weekng’

‘We guess she is John’s wife’
สามารถเปลี่ยนเป็น ‘We were guessing she was John’s wife

 

5. หลีกเลี่ยงการกล่าวหาฝ่ายตรงข้าม

การกล่าวหาคนอื่นว่าทำไม่ถูกต้องเป็นเรื่องที่อาจจะเสียมารยาทไปสักหน่อยในบางครั้งนะคะ ยิ่งถ้าเราไม่สนิทฝ่ายตรงข้ามล่ะก็ไม่สมควรอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ เพราะถ้าไม่เป็นไปตามที่เรากล่าวหา ความสัมพันธ์มิสิทธิ์พังทันที เราสามารถหลีกเลี่ยงการกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามได้โดยการเปลี่ยนประโยคให้เป็น Passive voice และนำประธานของประโยคออกไป ยกตัวอย่างเช่น

‘You stole my work!’ (แรงมากกกกก)
แนะนำให้เปลี่ยนเป็น Passive voice อย่างไว ‘My work was stolen’

‘I confirm your resignation effective today’
สามารถเปลี่ยนเป็น ‘It is confirmed that your resignation is effective today’

ถือว่าเป็นเคล็ดลับการใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นประโยชน์มากทีเดียวค่ะ สามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ที่สิ่งที่เราจะพูดไปในแง่ลบและเกรงว่าจะกระทบใจฝ่ายตรงข้าม ยังไงก็อย่าลืมเอาไปปรับใช้กันนะคะ รับรองว่าคุ้มค่า!

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.dailyenglish.in.th

 

ประโยคพื้นฐานคุยกับลูกน้อย ฝึกเด็กสองภาษา

เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่ที่อยากฝึกให้ลูกเป็นเด็กสองภาษาควรพูดคุยกับลูกเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่พวกเค้าเป็นเด็ก…วันนี้เรามีประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานไว้ให้คุณพ่อคุณแม่พูดคุยกับลูกในชีวิตประจำวันมากฝากกัน พร้อมแล้วก็ตามไปดูกันเลย!

Have a nice day. ขอให้เป็นวันที่ดีๆ นะ
Have a good trip. ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ
Have fun. ขอให้สนุกนะ
Do you understand? เข้าใจไหมจ๊ะ
I don’t get it. พ่อ (แม่) ไม่เข้าใจ

 

Can you repeat that? พูดซ้ำอีกครั้งได้ไหมจ๊ะ
Follow me. ตามพ่อ (แม่) มา
Go right ahead./Go straight. ตรงไปข้างหน้าจ้ะ
Turn left/right. เลี้ยวซ้าย (ขวา) จ้ะ
Do you need help? ให้ช่วยไหมจ๊ะ

Image result for คุยกับลูก

I’m alright. Thank you for asking. ไม่เป็นไร ขอบคุณที่ถามจ้ะ
No, thanks. ไม่จ้ะ ขอบคุณนะ
Don’t be late. อย่าสายนะจ๊ะ
You are late/early. มาสายนะ, มาเร็วนะ
Sorry, I’m late. ขอโทษที่มาสายจ้ะ

 

Absolutely not/No way ไม่เด็ดขาดจ้ะ
I (don’t) think so. พ่อ, แม่ ไม่คิดอย่างนั้นจ้ะ
Congratulations ยินดีด้วยนะลูก
Happy Anniversary สุขสันต์วันครบรอบจ้ะ
Happy birthday สุขสันต์วันเกิดนะลูก

Certainly/Of course แน่นอนอยู่แล้วจ้ะ
It’s delicious/tasty. มันอร่อยดีนะ
It smells good. มันหอมดีนะ
It’s very spicy. มันเผ็ดมากเลย
That’s enough. นั่น พอแล้วจ้ะ

 

It’s too much. มันมากเกินไปจ้ะ
Can I have some more? ขออีกหน่อยได้ไหมจ้ะ
What’s going on? เกิดอะไรขึ้นจ้ะ
Wait a minute. รอเดี๋ยวนะ
Don’t do that. อย่าทำอย่างนั้นจ้ะ

Image result for คุยกับลูก

 

www.amarinbabyandkids.com

วิธีฝึกเด็ก 2 ภาษา ประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆ คุยกับลูก

ปัจจุบันภาษาอังกฤษถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรจะเรียนรู้ เพื่อให้สื่อสารกับคนอื่นได้ทั่วโลก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมตัวฝึกฝนลูกน้อย ด้วยการพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษกับพวกเค้าตั้งแต่เด็ก ด้วยประโยคง่ายๆ ดังเช่นตัวอย่างที่เรานำมาเสนอกันวันนี้…

Good morning สวัสดีตอนเช้า
Did you sleep well? หลับสบายไหมจ๊ะ
Brush your teeth แปรงฟัน
Wash your face. ล้างหน้าล้างตา
Put on your cloths ใส่เสื้อผ้าจ้ะลูก

Do you need help? ให้ช่วยไหมจ๊ะ
Yes, please ค่ะ (ครับ) ได้โปรด
No, thank you. ไม่ต้องค่ะ (ครับ) ขอบคุณ
Eat your food กินข้าวนะลูก
Is it yummy? อร่อยไหมลูก

Image result for แม่ป้อนข้าว

Are you hungry? หิวไหม
Do you want more? เอาเพิ่มไหม
What do you want? อยากได้อะไรคะ
Let’s play มาเล่นกันเถอะ
What is this? นี่คืออะไร

Image result for เล่นกับลูก

This is a rainbow. นี่คือสายรุ้ง
It’s your turn. ตาลูกแล้ว
Tidy up, please เก็บของด้วยค่ะลูก
I’m done. ทำเสร็จแล้ว
Where is the bird? นกอยู่ที่ไหน

Image result for เก็บของเล่น

Please come over here. มาตรงนี้หน่อยค่ะ
Is it fun? Be careful! สนุกไหม? ระวังนะ
Please don’t cry ไม่ร้องไห้นะ
Be nice. ทำตัวดีๆ นะคะ
I’m sorry. ขอโทษนะคะ

Image result for แบ่งของเล่นเพื่อน

share with your friend. แบ่งกับเพื่อน ๆ ด้วยนะ
We are going home. เรากำลังกลับบ้านกันนะ
Let’s take a bath. อาบน้ำกันเถอะ
Turn on/off the light. เปิด (ปิด) ไฟ
Good night and sweet dreams. ราตรีสวัสดิ์และฝันดีนะคะ

 

www.amarinbabyandkids.com

 

จะท้อแท้…หรือหมดหวัง กำลังใจมีให้เสมอ ประโยค วลีให้ “กำลังใจ” ภาษาอังกฤษ

“การให้กำลังใจ” เป็นการแสดงความรู้สึกดีดีกับคนที่เรารัก เมื่อใครซักคนรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง หรือสิ้นกำลังใจ บางครั้งคำพูดของเราอาจจะช่วยให้พวกเค้ามีแรงฮึดสู้! ขึ้นมาอีกครั้งก็ได้ วันนี้เราจึงมีประโยค หรือวลีภาษาอังกฤษสั้นๆ ไว้ใช้เมื่อเราอยากปลอบใจ หรือให้กำลังใจมาฝากกัน จะน่าสนใจแค่ไหน ตามไปดูกันเลย

 

Be strong!    เข้มแข็งไว้นะ

 

Cheer up!    ร่าเริงหน่อยสิ

 

Chill out!    ใจเย็นๆ นะ

 

Don’t discourage.    อย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลย

 

Don’t feel so bad.    อย่ารู้สึกแย่ไปเลย

 

Don’t think too much.    อย่าคิดมากเลยน่า

 

Don’t worry about it.    อย่ากังวลใจไปเลย

 

I feel for you.    ฉันเห็นใจเธอนะ

 

I’ ll encourage you.    ฉันจะเป็นกำลังใจให้นะ

 

It can’t be that bad.    มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง

 

Pull yourself together.    ทำตัวให้สดชื่นหน่อย

 

Snap yourself out of it.    ลืมมันไป  ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ

 

Look on the bright side.    มองโลกในแง่ดีบ้างเถอะ

 

It’s could happen to anyone.    เรื่องแบบนี้อาจเกิดกับใครก็ได้

 

I hope you get well soon.    หวังว่าคุณคงจะหายดีเร็วๆ นี้นะ

 

I hope you get better soon.    หวังว่าคุณคงจะดีขึ้นเร็วๆ นี้นะ

 

keep fighting  สู้เค้า

 

fight on  สู้ต่อไป (ทาเคชิ)

 

keep going  ก้าวต่อไป

 

hang in there  สู้ๆ อย่าหยุด

 

hang on / hang on there  สู้ดิเฮ้ย

 

don’t give up  อย่ายอมแพ้

 

don’t get discouraged  อย่างเพิ่งหมดกำลังใจ

 

it’s gonna be ok  เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง

 

You’ll get through this  เดี๋ยวเธอก็ผ่านมันไปได้นะจ๊ะ

 

I’m always here for you   ฉันอยู่ข้างเธอเสมอนะ

 

smile on chin up  ยิ้ม เริ่ด เชิด จบ

 

You can do it  เธอทำได้แน่

 

May the force be with you  ขอให้พลังจงสถิตอยู่กับคุณ

เวลาให้กำลังใจคนอื่นเป็นภาษาอังกฤษ คนไทยส่วนใหญ่ชอบใช้คำว่า “fighting!!” แต่จริงๆ แล้วมันผิด มันแปลว่า “กำลังสู้กับอะไรซักอย่าง” ซึ่งคนละเรื่องกับการให้กำลังใจเลยนะ นอกจากคำด้านบนแล้ว ยังมีประโยคอีกมากมายให้กำลังใจพูดได้หลายแบบ ไปดูกันเลย

 

Don’t worry, be happy !  แปลว่า อย่ากังวัลไปเลย จงมีความสุขซะนะ

 

Cheer up! It’s not that bad! หรือ Come on, it isn’t that bad.  แปลว่า ร่าเริงหน่อย มันไม่ได้แย่หรอกนะ

 

Come on, just look on the bright side, you could have  แปลว่า ไม่เอาน่า มองไปยังด้านดีๆ ที่คุณมีซิ

 

Every cloud has a silver lining.  แปลว่า หลังก้อนเมฆมีแสงสว่างเรืองรองอยู่เสมอ หรือก็คือ ย่อมมีสิ่งดีๆ ตามหลังจากสิ่งที่ไม่ดีเสมอ

 

Nothing lasts forever.  แปลว่า ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนหรอก (อย่าเสียใจไปเลยนะ)

 

There are plenty more fish in the sea.  แปลว่า ยังมีปลาอีกมากมายในท้องทะเล ใช้ปลอบเพื่อนเวลาอกหัก ว่ายังมีคนดีๆ รออยู่อีกเยอะ อย่าเสียใจไปเลย

 

Get over it!  แปลว่า อย่าไปคิดถึงมันเลย (ไปทำอย่างอื่นดีกว่า)

 

Just count your blessings.  แปลว่า ลองนับสิ่งดีๆ ที่คุณมีสิ (อย่าไปคิดมากกับเรื่องที่ไม่ดีเลย)

 

There’s a light at the end of the tunnel.  แปลว่า มีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงเสมอ (ความหวังไม่เคยหมดไปหรอกนะ)

 

It’s not the end of the world.  แปลว่า มันไม่ใช่จุบจบของโลกหรอกนะ (อย่าคิดมากไปเลย)

 

Keep on fighting. / Never give up. / Fight on.  แปลว่า สู้ๆ นะจ๊ะ

 

I’m behind you all the way. / I’m right behind you.  แปลว่า ฉันจะอยู่ข้างหลังคุณตลอดทั้งเส้นทาง (จะคอยเป็นกำลังใจให้คุณนั่นเอง)

 

You have my full support. / You have my backing.  แปลว่า คุณมีแรงสนับสนุนของฉันอย่างเต็มกำลังเลย

 

Keep going, I’ll support you.  แปลว่า ทำต่อไปนะ ฉันจะสนับสนุนคุณ

 

Keep going, I’ll cheer you up.  แปลว่า สู้ต่อไปนะ ฉันให้กำลังใจคุณอยู่

 

www.natui.com.au

เตรียมตัวก่อน “ออกเดท” ให้เค้าประทับใจ เดทยังไงไม่ “นก”

ปัจจุบันโลกที่เปิดกว้าง ทำให้คนไทยมีเพื่อนชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด แล้วถ้าคุณอยากออกเดทกับพวกเค้าล่ะ! จะเตรียมตัวยังไง วันนี้เรามีประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้สำหรับการออกเดทมาฝาก จะน่าสนใจแค่ไหนตามไปดูเลย…

 

ประโยคเมื่อเริ่มทำความรู้จักกัน

Can I buy you a drink?

= ให้ฉันเลี้ยงเครื่องดื่มคุณสักแก้วนะ

Would you like a drink?

= คุณอยากดื่มอะไรสักหน่อยไหม

Can I get you a drink?

= เอาเครื่องดื่มอะไรสักแก้วไหม

Are you on your own?

= มาคนเดียวหรือ

Would you like to join us?

= คุณอยากร่วมสนุกกับพวกเราไหม

Do you mind if I join you?

= จะว่าอะไรไหมหากฉันร่วมสนุกกับคุณ

Do you mind if we join you?

= จะว่าอะไรไหมหากพวกเราร่วมสนุกกับคุณ

Do you come here often?

= คุณมาที่นี่บ่อยไหม

Is this your first time here?

= คุณมาที่นี่ครั้งแรกหรือเปล่า

Have you been here before?

= คุณเคยมาที่นี่ก่อนหน้านี้ไหม

Would you like to dance?

= อยากจะเต้นกันไหม

การชวนใครสักคนออกเที่ยว (ออกเดท)

Do you want to go for a drink sometime?

= คุณอยากจะออกไปดื่มอะไรบ้างไหม

I was wondering if you’d like to go out for a drink sometime.

= เมื่อคุณว่าง คุณอยากออกไปดื่มด้วยกันไหม

If you’d like to meet up sometime, let me know!

= ถ้าคุณอยากเจอกัน บอกฉันนะ!

Would you like to join me for a coffee?

= คุณอยากจะดื่มกาแฟกับฉันไหม

Do you fancy getting a bite to eat?

= คุณอยากทานของว่างอะไรไหม

Do you fancy lunch sometime?

= ว่างๆ ไปทานอาหารกลางวันกันไหม

Do you fancy dinner sometime?

= ว่างๆ ไปทานอาหารค่ำกันไหม

Do you fancy going to see a film sometime?

= ว่างๆ ไปดูหนังกันไหม

That sounds good.

= ก็ฟังดูดีนะ

I’d love to!

= ดีเลย (ฉันก็ชอบสุดๆ) !

Sorry, I’m busy.

= ขอโทษนะ ฉันยุ่ง

Sorry, you’re not my type!

= ขอโทษนะ คุณไม่ใช่สเป็คของฉัน

[ตอบตรงไปนิด ระวังเขาเสียใจหนักมากนะครับ]

Here’s my number.

= นี่คือเบอร์โทรศัพท์ของฉัน

What’s your phone number?

= เบอร์โทรศัพท์ของคุณเบอร์อะไร

Could I take your phone number?

= ขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณได้ไหม

การพูดชมคนที่เราไปเที่ยวด้วยเป็นภาษาอังกฤษ

You look great.

= คุณดูดีมาก

You look very nice tonight.

= คืนนี้คุณดูดีมาก

I like your outfit.

= ฉันชอบชุดของคุณ

outfit (เอาทฺ’ฟิท) เครื่องแต่งกาย

You’re beautiful.

= คุณสวย (ใช้พูดกับผู้หญิง)

You’re really good-looking

= คุณดูดีมากจริงๆ

You’re really sexy.

= คุณเซ็กซี่จริงๆ

You’ve got beautiful eyes.

= ตาคุณสวยมาก

** eyes อย่าลืมเติม s นะครับ เพราะคนเรามีตา 2 ข้าง

You’ve got a great smile.

= คุณมีรอยยิ้มที่งดงามมาก

Thanks for the compliment.

= ขอบคุณสำหรับการชม.

ประโยคภาษาอังกฤษเมื่อออกเดท

What do you think of this place?

= คุณคิดว่าที่นี่เป็นอย่างไร

Shall we go somewhere else?

= เราไปต่อที่อื่นกันไหม

I know a good place.

= ฉันรู้จักสถานที่ดีๆ

Can I kiss you?

= ฉันขอจูบคุณได้ไหม

Can I walk you home?

= ฉันเดินไปส่งคุณที่บ้านได้ไหม

Can I drive you home?

= ให้ฉันขับรถไปส่งคุณที่บ้านได้ไหม

Would you like to come in for a coffee?

= คุณอยากเข้ามาดื่มกาแฟข้างในไหม

Would you like to come back to mine?

= คุณอยากกลับมาหาฉัน(ที่บ้าน)อีกไหม

Thanks, I had a great evening.

= ขอบคุณนะที่ทำให้ฉันมีคืน(ช่วงเย็น)ที่แสนวิเศษ

When can I see you again?

= ฉันจะได้พบคุณอีกเมื่อไหร่

Give me a call!

= โทรหาฉันนะ!

I’ll call you.

= ฉันจะโทรหาคุณ

พูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึก

What do you think of me?

= คุณคิดอย่างไรกับฉัน

I enjoy spending time with you.

= ฉันสนุกมากเวลาที่อยู่กับคุณ

I find you very attractive.

= ฉันคิดว่าคุณมีเสน่ห์มาก

attractive (อะแทรค’ทิฟว) มีเสน่ห์, มีแรงดึงดูด

I like you.

= ฉันชอบคุณ

I like you a lot.

= ฉันชอบคุณมาก

I’m crazy about you.

= ฉันคลั่งไคล้คุณ

I love you!

= ฉันรักคุณ!

Will you marry me?

= คุณจะแต่งงานกับผมไหม

I miss you

= ฉันคิดถึงคุณ

I’ve missed you

= ฉันคิดถึงคุณมาตลอด (ตั้งแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้)

 

www.tonamorn.com

 

ประโยคแอบรักภาษาอังกฤษ เด็ด! โดนใจ บอกความรู้สึกเป็นนัยๆให้เค้ารู้

คุณต้อง “แอบรัก” ไปถึงเมื่อไหร่ บางทีมันก็ยากเหลือเกินที่จะบอกความรู้สึกดีดีนี้กับใครซักคน แต่ไม่ต้องห่วง! วันนี้เรามีประโยคที่แอบบอกเป็นนัยๆว่า “ฉันรักเธอ” มาฝากกัน จะมีประโยคไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันเลยคะ…

I really like everything about you.
…ฉันชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณจริงๆ นะ

I have so much that I want to say to you, but I can’t say a word.
…ฉันมีอะไรมากมายที่อยากบอกเธอไปแต่ฉันไม่สามารถพูดได้แม้แต่คำเดียว

Every time I see you I can’t stop smiling
…ทุกครั้งที่ฉันเห็นคุณ ฉันหยุดยิ้มไม่ได้จริงๆ

It’s sort of crazy how much you, just one person, can make me smile.
…มันค่อนข้างจะบ้านะที่แค่คนๆ เดียว ทำให้ฉันยิ้มได้มากขนาดนี้

I want to talk with you, even you don’t want to talk to me.
…ฉันอยากคุยกับคุณ แม้ว่าคุณจะไม่อยากคุยกับฉันก็ตาม

Our love is just a dream, The impossible.
…ความรักของเราเป็นเพียงแค่ความฝัน…ที่เป็นไปไม่ได้.

If you get lonely I will always be here for you.

Image result for แอบรัก
…เมื่อคุณรู้สึกโดดเดี่ยว ฉันจะอยู่ตรงนี้ข้างๆ คุณเสมอ

I know with you my life means more.
…ชีวิตของฉันมีความหมายมากขึ้นเมื่ออยู่กับคุณ

I MISS YOU
…ผมคิดถึงคุณ

I think of you every beat of my heart.
…ฉันคิดถึงคุณทุกลมหายใจของฉัน

Not a day goes by that I don’t think of you.
…ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงคุณ

I miss you when I lonely, are you really thinks likes me.
…ฉันคิดถึงเธอเวลาที่ฉันอยู่คนเดียว เธอล่ะเคยคิดเหมือนฉันบ้างหรือป่าว

I want someone who feels lucky to have me.
…ฉันต้องการใครสักคนที่รู้สึกโชคดีที่มีฉัน

Only you can set my heart on fire.
…มีเพียงเธอคนเดียวที่ทำให้ใจของฉันรุ่มร้อน

Something never changes, like I still love you.
…บางสิ่งบางอย่างก็ไม่เปลี่ยนไปเหมือนดั่งที่ฉันยังคงรักเธอ

Your words can effect to me feeling.
…คำพูดของคุณสามารถส่งผลต่อความรู้สึกของฉันได้เลยนะ

Doesn’t require the possession of what we love, but I’m happy.
…ไม่จำเป็นต้องได้ครอบครองสิ่งที่เรารักก็ทำให้ฉันมีความสุขได้

I just think about you, it make me smile.
…เพียงแค่ฉันคิดถึงเรื่องคุณ ก็ทำให้ฉันยิ้มได้

I love that feeling I get when I see your smile.
…ฉันรักความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเธอ

Related image

I’m not a smart man but I know what love is.
…ถึงผมจะไม่ใช่คนฉลาด..แต่ผมก็รู้ว่ารักคืออะไร

Please tell me if you do not feel anything.
…โปรดบอกฉันถ้าคุณไม่รู้สึกอะไร

I want to be your love.
…ฉันอยากจะเป็นความรักของคุณ

For you, I was a chapter.
For me, you were a book.
…สำหรับเธอ ฉันเป็นเพียงแค่บทๆ หนึ่ง
สำหรับฉัน เธอคือหนังสือทั้งเล่ม

I met a lot of people but I choose to love you.
…ฉันพบเจอผู้คนมากมาย แต่ฉันเลือกที่จะรักคุณ

You’ve made my routine days become more meaning.
…เธอทำให้วันคืนอันแสนธรรมดา เป็นวันที่มีความหมาย

Seeing someone you love being happy is all one could wish for.
…การที่เราได้เห็นคนรักมีความสุข แค่นี้เราก็มีความสุขละ

You’re all I need.
…คุณ คือ ทั้งหมดที่ฉันต้องการ.

Related image

“I don’t have a type. If I like you, I like you. Simple as that.”

…ฉันไม่มีสเปคหรอก ถ้าชอบ…ก็คือชอบ ง่ายๆแบบนั้นเลยแหละ

You make me smile.
…คุณทำให้ฉันมีรอยยิ้ม

Not a day goes by that I don’t think of you.
…ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงคุณ

 I miss you when I lonely. Are you really thinks likes me.
…ฉันคิดถึงเธอเวลาที่ฉันโดดเดี่ยว  เธอเคยคิดเหมือนฉันบ้างรึเปล่า

You’re in my thought. You’re in my days and in my heart always.
…เธออยู่ในความคิดถึงและทุกที่ที่มีฉัน…เธออยู่ในคืนวัน อยู่ในความผูกพันของหัวใจ

 

www.bkkseek.com

ประโยคแทนคำว่ารักภาษาอังกฤษ มากกว่าคำว่า “รัก”

บอกรักในภาษาอังกฤษ

บอกรักในภาษาอังกฤษสามารถบอกได้หลายวิธี นอกจาก “I love you” แล้ว ยังมีประโยคอื่นๆที่ใช้บอกความรู้สึกดีดีนี้กับคนพิเศษของคุณ วันนี้เรามีประโยคบอกรักมากมายมาแนะนำ จะมีประโยคไหนบ้างที่น่าสนใจตามไปดูกันเลย…

I adore you. ฉันหลงไหลในตัวคุณ
I can’t bear to be apart from you.

 

ฉันคงทนไม่ได้ถ้าต้องอยู่ห่างจากคุณ
I can’t imagine being with anyone else. ฉันไม่สามารถจะวาดภาพถึงการคบกับคนอื่นได้
I can’t live without you. ฉันไม่อยู่ได้โดยไม่มีคุณ
I can’t spell the word love without you. ฉันไม่สามารถสะกดคำว่ารักได้หากไม่มีคุณ
I can’t stop thinking about you.

 

ฉันไม่สามารถหยุดนึกถึงคุณได้
I can’t take my eyes off you.

 

ฉันไม่สามารถที่จะละสายตาจากคุณ
I care for you.

 

ฉันห่วงใยคุณ
I dream of you.

 

ฉันฝันถึงคุณ
I feel something for you.

 

ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างกับคุณ
I have a soft spot for you.

 

เธอคือจุดอ่อนของฉัน
I have feelings for you.

 

ฉันมีความรู้สึกที่ดีให้กับคุณ
I live for our love.

 

ฉันอยู่เพื่อความรักของเรา
I lost my heart on you.

 

ฉันทำหัวใจหายไปกับคุณ
I love being around you.

 

ฉันรักที่อยู่กับคุณ
I love you from the bottom of my heart.

 

ฉันรักคุณจากก้นเบื้องของหัวใจ
I love you with all my heart.

 

รักคุณหมดใจ
I love you.

 

ฉันรักคุณ
I must have you.

 

ฉันต้องได้คุณมา
I need you by my side.

 

ฉันต้องการคุณอยู่เคียงข้างฉัน
I need you.

 

ฉันต้องการคุณ
I need your love.

 

ฉันต้องการความรักของคุณ
I think about you all the time.

 

ฉันคิดถึงคุณตลอดเวลา
I think you’re the one.

 

ฉันคิดว่าคุณเป็นคนที่ใช่คนนั้น
I want a lifetime with you.

 

ฉันต้องการเวลาทั้งชีวิตกับคุณ
I want to be better for you.

 

ฉันอยากจะเป็นคนที่ดีกว่านี้เพื่อคุณ
I want to spend the rest of my life with you.

 

ฉันอยากจะใช้ชีวิตที่เหลือกับคุณ
I want you.

 

ฉันต้องการคุณ
I was made for loving you.

 

ฉันเกิดมาเพื่อรักคุณ
I will risk it all for you.

 

ฉันยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อคุณ
I’ll never let you go.

 

ฉันจะไม่มีวันปล่อยคุณไป
I’ll stand by you no matter what.

 

ฉันจะยืนอยู่ข้างคุณไม่ว่าจะยังไง
I’m addicted to your love.

 

ฉันเสพติดรักของคุณ
I’m all about you.

 

ฉันชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ
I’m better because of you.

 

ฉันดีขึ้นเพราะคุณ
I’m crazy about you.

 

ฉันคลั่งไคลในตัวคุณ
I’m down with you.

 

ฉันโอเคกับเธอ
I’m happy to have you in my life.

 

ฉันดีใจที่มีคุณอยู่ในชีวิตของฉัน
I’m hooked on you.

 

ฉันติดกับคุณ
I’m in love with you.

 

ฉันหลงรักคุณ
I’m lost without you.

 

ฉันจะหลงทางถ้าหากไม่มีคุณ
I’m lucky to have you in my life.

 

ฉันรู้สึกโชคดีที่มีคุณอยู่ในชีวิต
I’m nothing without you.

 

ฉันคงไม่เหลืออะไรหากไม่มีคุณ
Your smile melts my heart.

 

รอยยิ้มของคุณทำให้หัวใจของฉันละลาย
You’ve shown me what love means.

 

คุณได้เผยให้ฉันเห็นว่า รัก คืออะไร
You’re the only one who makes me feel this way.

 

คุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้

 

You’re the best thing that ever happened to me.

 

คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตฉัน

 

 

www.talk-american.com

 

เข้าใจความหมายของ “Do” หลักการนำไปใช้ในประโยคภาษาอังกฤษ

do มีความหมายพื้นฐานว่า “ทำ” ซึ่งหากอยากรู้ว่าทำอะไร ก็ต้องพิจารณาจากบริบท 

do สามารถใช้เป็นอกรรมกริยา และสกรรมกริยาเพื่อบอกว่าการกระทำนั้นส่งผลกระทบต่อใครหรือสิ่งใดบ้าง

เข้าใจแก่นความหมาย

01 Do your homework before going out to play. ทำการบ้านของหนูก่อนออกไปเล่นนะจ๊ะ

ความหมายของ do ที่คุ้นเคยกันดีคือ “ทำ”

  • I’m so sick and tired of you telling me to do this or that

          ฉันเบื่อหน่ายเหลือเกินที่เวลาคุณบอกให้ฉันทำนั้นทำนี้

  • What are you doing tonight?

          คืนนี้คุณจะทำอะไร

do อาจใช้ถามเรื่องหน้าที่การงานก็ได้ ในกรณีที่ do เป็นอกรรมกริยาไม่ต้องมีนามตามหลัง

  • What will you do when you leave the army?

          หลังจากปลดประจำการแล้วคุณทำงานอะไร

  • What do you plan to do after graduation?

           หลังเรียนจบเธอจะทำงานอะไรหรอ

02 Do your teeth before you go to sleep. แปรงฟันก่อนนอนด้วยนะ

ในบางกรณี เมื่อใช้ do + นาม จะไม่ได้แปลว่า “ทำ” อย่างเดียว  แต่จะมีความหมายเหมือนกริยาที่เกี่ยวข้องกับนามนั้น

  • Where did you do your hair? 

          คุณไปทำผมที่ไหนมา

  • I hate it when my wife spends hours doing her face.

          ผมเบื่อตอนภรรยาใช้เวลาแต่งหน้าหลายชั่วโมง 

  • You do the floor, I’ll do the flowers.

          เธอถูพื้นไปนะ เดี๋ยวฉันจะจัดดอกไม้เอง

  • Will you please do the dishes?

          ที่รักคะ คุณช่วยล้างจานได้มั้ยคะ

  • He’s doing a paper on modern culture

          เขากำลังทำรายงานเรื่องวัฒนธรรมสมัยใหม่

  • Who did James Bond this time?

          ภาคนี้ใครเล่นเป็นเจมส์ บอนด์หรอ

เนื่องจาก do เปลี่ยนความหมายให้สัมพันธ์กับนามที่ตามมาได้ เราจึงต้องพิจารณาบริบทของประโยคเช่นกัน เพื่อให้เข้าใจความหมายของ do ที่ถูกต้อง เช่นในประโยค 

  • Can you do s chimpanzee

ประโยคข้างต้นอาจแปลได้ว่า “คุณเลียนแบบท่าทางชิมแปนซีได้มั้ย” หรืออาจจะแปลว่า “เธอวาดรูปชิมแปนซีได้รึเปล่า” ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท ของการสนทนา ดังนั้นบริบทโดยรอบจึงมีความสำคัญมากต่อการเข้าใจความหมายของคำ

03 The accident did much harm to our financial plan. อุบัติเหตุส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อแผนการเงินของเรา

หากใช้ do + กริยาวิเศษณ์/บุพบท จะหมายถึง “ส่งผล” หรือ “ทำให้เกิด”

  • My company did well last year.

        ปีที่แล้วบริษัทเราไปได้สวย

 

ที่มา: หนังสือกริยาฮอต วลีฮิต เก่งภาษาอังกฤษแบบเน้นๆ

ประโยคภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการซื้อสินค้า (Shopping)

วันนี้เอาใจคนรักการช้อปปิ้งด้วยประโยคเกี่ยวกับการซื้อสินค้าภาษาอังกฤษ รู้ไว้…จะซื้อของที่ไหน ก็ได้ดั่งใจ จะมีประโยคอะไรที่น่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันเลยคะ

 

May I help you?
เมย์ ไอ เฮลพ ยู
(How) can I help you?
(ฮาว) แคน ไอ เฮลพ ยู
Do you want any help?
ดู ยู วอนท เอนนี เฮลพ
Do you need any help?
ดู ยู นีด เอนนี เฮลพ
Would you like any help?
วูด ยู ไลค เอนนี เฮลพ
Have you been helped?
แฮฟว ยู บีน เฮลพท
Anything can I do for you?
เอนนีธิง แคน ไอ ดู ฟอร์ ยู
What can I do for you?
วอท แคน ไอ ดู ฟอร์ ยู

ซึ่ง part นี้ จะแนะนำประโยคที่สนทนากันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย เช่นการถามความค้องการของลูกค้า การบอกความต้องการสินค้าที่สนใจ กรณีขอดูสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ การลองสินค้าพวกเสื้อผ้า เป็นต้น

Is there anything/something I can do for you?
อีส แธร์ เอนนีธิง/ซัมธิง ไอ แคน ดู ฟอร์ ยู
มีอะไรที่ฉันพอจะทำให้คุณได้บ้าง
Yes, please. / No, thanks.
เยส พลีซ / โน แธงคส
มีครับ / ไม่มีครับ ขอบคุณ

ประโยคที่ผู้ขายใช้ถามความต้องการของลูกค้าสามารถนำไปใช้กับการนำเสนอสินค้าประเภทต่างๆ ได้ เช่น

what would you like, sir?
วอท วูด ยู ไลค เซอะ
คุณต้องการซื้ออะไรค่ะ
What are you looking for?
วอท อาร์ ยู ลุคคิง ฟอร์
คุณกำลังมองหาอะไรอยู่ครับ
Which one do you need?
วิช วัน ดู ยู นีด
คุณต้องการอันไหนครับ
What kind do you want?
วอท ไคนด ดู ยู วอนท
คุณต้องการประเภทไหน
What style do you prefer?
วอท สไทล ดู ยู พรีเฟอะ
คุณชอบรูปทรงแบบไหน
What is your size?
วอท อิส ยัวร์ ไซซ
เบอร์อะไรครับ
What size do you wear?
วอท ไซซ ดู ยู แวร์
คุณใส่เบอร์อะไร
What color do you prefer?
วอท คัลเลอะ ดู ยู พรีเฟอะ
คุณชอบสีอะไร
What kind of… would you like?
วอท ไคนด ออฟ… วูด ยู ไลค
คุณชอบ…แบบไหนค่ะ
What kind of… would you care for?
วอท ไคนด ออฟ… วูด ยู แคร์ ฟอร์
คุณสนใจแบบไหนค่ะ
What would you like to have?
วอท วูด ยู ไลค ทู แฮฟว
คุณต้องการจะซื้ออะไรครับ
What brand do you have in mind?
วอท แบรนด ดู ยู แฮฟว อิน ไมนด
คุณอยากได้ยี่ห้ออะไร
Would you take it?
วูด ยู เทค อิท
คุณจะซื้อไหมคะ
May I take your order?
เมย์ ไอ เทค ยัวร์ ออเดอะ
คุณจะสั่งสินค้าเลยไหมครับ

การบอกความต้องการในการเลือกซื้อสินค้าสามารถใช้ประโยชน์ต่างๆได้ตังต่อไปนี้

I would like…
ไอ วูด ไลต…
ผมอยากได้….ครับ
I would like to buy…
ไอ วูด ไลต ทู บาย…
ฉันอยากจะซื้อ… ค่ะ
I am looking for…
ไอ แอม ลุคคิง ฟอร์…
ผมกำลังมองหา…อยู่ครับ
I need some…
ไอ นีด ซัม…
ฉันต้องการ…ค่ะ
I will take it/this.
ไอ วิล เทค อิท/ธิส
ฉันอาอันนี้
I’m interested in buying…
ไอม อินเทอะเรสทิด อิน บางอิง…
ผมสนใจจะซื้อ …ครับ
Can I see…on the shelf?
แคน ไอ ซี…ออน เธอะ เชลฟ
ผมขอดู…บนชั้นหน่อยครับ
Let me have…please.
เลท มี แฮฟว…พลีซ
ขอ…ให้ฉันหน่อยค่ะ
where can I find the…please?
แวร์ แคน ไอ ไฟนด เธอะ…พลีซ
ฉันจะหา…ได้จากที่ไหน
Could you tell me where the…is?
คูด ยู เทล มี แวร์ เธอะ…อีส
บอกหน่อยได้ไหมว่า…อยู่ครงไหน
Do you have?
ดู ยู แฮฟว
คุณมี …ไหม
Do you sell…?
ดู ยู เซล…
คุณมี…ขายไหม
Do you have any…?
ดู ยู แฮฟว เอนนี…
คุณพอจะมี….บ้างไหม
Sorry, we don’t sell them.
ซอรี วี โดนท เซล เธม
เสียใจครับ เราไม่ได้ขายของพวกนั้น
Sorry, we don’t have any left.
ซอรี วี โดนท แฮฟว เอนนี เลฟท
เสียใจค่ะ เราไม่มีสินค้าเหลือเลย

หากในกรณีที่ยังไม่ต้องการซื้อสินค้า อาจสามารถใช้ประโยคต่อไปนี้ได้

I’m just looking.
ไอม จัสท ลุคคิง
ขอดูก่อน
I want to have a look first.
ไอ วอนท ทู แฮฟว อะ ลุค เฟิร์สท
ขอดูก่อน
I’m just browsing, thanks.
ไอม จัสท เบราซิง แธงคส
ผมแค่ดูเฉยๆ ขอบคุณครับ
I just want to look around.
ไอ จัสท วอนท ทู ลุค อะเรานด
ฉันขอเดินดูรอบๆ ก่อน
We just want to have a look.
วี จัสท วอนท ทู แฮฟว อะ ลุค
เราแค่ต้องการเดินดูก่อนครับ

การสนทนาเกี่ยวกับการลองเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย

Can I try it on?
แคน ไอ ไทร อิท ออน
ขอลองหน่อยได้ไหมครับ
Could I try this on?
คูด ไอ ไทร ธิส ออน
ขอลองอันนี้หน่อยได้ไหม
Where’s the fitting room?
แวร์ส เธอะ ฟิททิง รูม
ห้องลองเสื้ออยู่ที่ไหน
Do you haver a fitting room?
ดู ยู แฮฟว อะ ฟิททิง รูม
มีห้องลองเสื้อผ้าไหม
Do you have this in a size…?
ดู ยู แฮฟว ธิส อิน อะ ไซซ
คุณมีแบบนี้/พวกนี้ เบอร์…ไหม
Have you got this in a smaller/ larger size?
แฮฟว ยู กอท ธิส อิน อะ สมอลเลอะ/ลาร์จเจอะ ไซซ
คุณมีแบบนี้แต่ไซส์ เล็ก/ใหญ่ กว่านี้ไหม
Does this come in other colors?
ดาส ธิส คัม อิน อัธเธอะ คัลเลอะส
แบบนี้มีสีอื่นๆ ไหม
Do you have this in other sizes?
ดู ยู แฮฟว ธิส อิน อัธเธอะ ไซซิส
แบบนี้มีเบอร์อื่นไหมครับ
Do you have any of these in stock?
ดู ยู แฮฟว เอนนี ออฟ ธีส อิน สทอค
คุณมีแบบนี้ในสต๊อคเหลืออยู่บ้างไหม
What size are you?
วอท ไซซ อาร์ ยู
คุณใส่เบอร์อะไร
I take a size…
ไอ เทค อะ ไซซ…
ฉันใส่เบอร์…
Do you want to try it on?
ดู ยู วอนท ทู ไทร อิท ออน
คุณต้องการลองใส่ไหม
Does it fit well?
ดาส อิท ฟิท เวล
ใส่พอดีไหม
Is that a good fit?
อีส แธท อะ กูด ฟิท
ใส่พอดีไหม
It’s just right.
อิทส จัสท ไรท
พอดีแล้ว
It doesn’t fit.
อิท ดัซซึนท ฟิท
ไม่พอดี
A little tight.
อะ ลิทเทิล ไทท
คับไปหน่อย
A little loose.
อะ ลิทเเทิล ลูส
หลวมไปหน่อย
It’s much too big.
อิทส มัช ทู บิก
ใหญ่เกินไป
It’s much too small.
อิทส มัช ทู สมอล
เล็กเกินไป
It’s a little too big / small.
อิทส อะ ลิทเทิล ทู บิก / สมอล
ใหญ่/เล็ก เกินไปหน่อย
It suits to you.
อิทส ซุทส ทู ยู
มันเหมาะกับคุณ
It looks very good on you.
อิท ลุคส เวรี กูด ออน ยู
คุณใส่แล้วดูดีมากเลย
What are this made of?
วอท อาร์ ธิส เมด ออฟ
ตัวนี้ทำมาจากอะไร
Is this good quality?
อีส ธิส กูด ควอลิที
คุณภาพดีหรือเปล่า
I’ll take this one.
ไอล เทค ธิส วัน
ผมเอาตัวนี้ครับ
Do you have a new one?
ดู ยู แฮฟว อะ นิว วัน
มีตัวใหม่ไหม
Sorry, this is the last one.
ซอรี ธิส อีส เธอะ ลาสท วัน
ขอโทษครับ นี่ตัวสุดท้ายแล้ว

 

engenjoy.blogspot.com