Receive กับ Get ใช้ต่างกันยังไง?

หายท่านอาจจะสงสัยในหลักการใช้ คำว่า Receive กับ Get ว่าใช้ต่างกันอย่างไร ทั้งที่มีความหมายเดียวกัน วันนี้เราจะมาแนะนำบริบทที่แตกต่างของคำศัพท์สองคำนี พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพอย่างชัดเจน

 

Receive  (อ่านว่า รี ซีฟ)   แปลว่า ได้รับ

Receive จะใช้ในความหมายที่ว่า ได้รับมาโดยที่เราไม่ได้ใช้ความพยายามดิ้นรนอะไรมากมายนั 

I receive this birthday gift from my mother. 

ฉันได้รับของขวัญวันเกิดชิ้นนี้จากแม่  

ประโยคนี้ใช้คำว่า Receive เพื่อบอกเป็นนัยๆ ว่า ฉันไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรมากมายนักเพื่อที่จะให้ได้ของขวัญชิ้นนี้มา เพราะอย่างไรแม่ก็ต้องให้ฉันในวันเกิดอยู่แล้ว 

ตัวอย่าง

They are going to receive my letter. 

พวกเขาจะได้รับจดหมายของฉัน

Who receives the book?              

ใครรับหนังสือเล่มนี้?

My mother has received the box.           

คุณแม่ของฉันได้รับกล่องใบนี้

Related image

Get  (อ่านว่า เก็ท) แปลว่า ได้รับ

Get จะเป็นการได้รับมา โดยที่เราต้องใช้ความพยายามต่อสู้ดิ้นรนมากกว่า

I get this gift because I passed the exam.  

ฉันได้รับของขวัญนี้เพราะว่าฉันสอบผ่าน   

ประโยคนี้ใช้ get เพื่อสื่อว่า ฉันได้รับของขวัญนี้เพราะว่า ฉันพยายามอ่านหนังสืออย่างหนักจนสอบผ่าน ของขวัญชิ้นนี้เป็นเสมือนรางวัลแห่งความพยายามของฉัน 

ตัวอย่าง

He got a promotion because he worked hard .
เขาได้เลื่อนตำแหน่ง เพราะเขาทำงานหนัก

 I have a plan to get a new car because this project was successful.
ฉันมีแผนจะซื้อรถใหม่เพราะโครงการนี้ประสบความสำเร็จ

 

Image result for ได้เลื่อนตำแหน่ง

http://arjarnbomb.blogspot.com

 

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ บอกอารมณ์ ความรู้สึก (Feeling)

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ Emotion (อิโม-ฌัน) อารมณ์ ความรู้สึก ที่ควรรู้ เพื่อใช้สื่อสารบอกอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างเข้าใจ ชัดเจน และตรงประเด็น ตรงความรู้สึกมากขึ้น

afraid (อัฟเรด-) = เกรงกลัว, หวาดหวั่น
agitated (แอจ-อิเททิด) = ตื่นเต้น, กระวนกระวาย
alarmed (อะลามด-) = ตื่นตระหนก
angry (แอง-กริ) = โกรธ, โมโห
antsy (แอ๊น-ซี) = ประหม่า, วิตกกังวล
anxious (แอง-ฌัซ) = ร้อนใจ, กระวนกระวายใจ
apprehensive (แอพริเฮน-ซิฝ) = เกรงกลัว, หวาดหวั่น
ashamed (อะเฌมด-) = ละอายใจ
awful (ออ-ฟุล) = น่ากลัว, น่ายำเกรง
awkward (ออค-เวิด) = เชื่องช้า, อึกอัก

bashful (แบฌ-ฟุล) = อาย, เขิน
bewildered (บิวิ๊ล-เดิรด) = เลิกลั่ก, สับสน
bitter (บีท-เทอะ) = ขมขื่น
bored (บอร-ด) = เบื่อ
brave (บเรฝ) = กล้าหาญ

calm (คาม) = สงบ, ใจเย็น
caring (แค๊-ริ่ง) = เอาใจใส่, เป็นห่วง
cautious (คอ-ฌัซ) = รอบคอบ, ระมัดระวัง
cheerful (เชีย-ฟุล) = ร่าเริง, เบิกบาน
comfortable (คัมฟ-ถะเบิล) = สบาย, สุขสบาย
concerned (ค็อนเซินด-) = กังวล, เป็นห่วง
confident (คอน-ฟิเด็นท) = มั่นใจ, เชื่อมั่น
confused (ค็อนฟยูสด-) = สับสน, งงงวย
content (ค็อนเทนท-) = อิ่มอกอิ่มใจ
critical (ครีท-อิแค็ล) = ตึงเครียด
cross (คร็อซ) = โกรธ, ฉุนเฉียว
curious (คยู-เรียซ) = อยา่กรู้อยากเห็น
cynical (ซีน-อิแค็ล) = ดูถูก, เหยียดหยาม, เยาะเย้ย

depressed (ดิพเรซท-) = หดหู่, เศร้าซึม, ไม่เบิกบาน
delighted (ดีไล๊ท-ถึ่ด) = สุขใจ, ปิติยินดี
disappointed (ดิแซ็พพอยน-ทิด) = ผิดหวัง
discouraged (ดิสเก๊อะเรจช) = ท้อใจ
disgusted (ดิซกัซ-ทิด) = รังเกียจ
distressed (ดิซทเรซท-) = คับอกคับใจ
disturbed (ดิส-เทิรบด) = กระวนกระวายใจ
down (เดาน) = เศร้าใจ

eager (อี-เกอะ) = กระตือรือร้น, ทะเยอทะยาน
edgy (เอจ-อิ) = หงุดหงิด
embarrassed (เอ็มแบ-แร็ซท) = เขินอาย, ขวยเขิน
encouraged (เอ็น-คอเรจด) = มีกำลังใจ
enraged (เอ็นเรจด) = เกรี้ยวกราด
enthused (เอ็นธยูสด) = กระตือรือร้น
exasperated (เอ็กแสซ-เพอะเรทด) = ฉุนเฉียว
excited (เอ็คไซทด) = ตื่นเต้น
exhausted (เอ็กสอซทด) = เมื่อยล้า

fatigued (ฟะทีกด-) = เหน็ดเหนื่อย, เพลีย, ล้า
fearful (เฟีย-ฟุล) = หวั่นเกรง
fidgety (ฟีจ-เอะทิ) = หงุดหงิด
frightened (ไฟรท-อึ่นด) = ตกใจ
frustrated (ฟรัซทเรท-อิด) = สิ้นหวัง
funny (ฟัน-นิ) = ตลก, สนุกสนาน
furious (ฟยู-เรียซ) = กราดเกรี้ยว

gloomy (กลูม-อิ) = เศร้าใจ
greedy (กรีด-อิ) = โลภ, ละโมบ
grouchy (เกร๊า-ฌิ) = หงุดหงิด
guilty (กีล-ทิ) = รู้สึกผิด

happy (แฮพ-พิ) = สุขใจ
hassled (แฮซ-เซิล) = รบกวน
hateful (เฮท-ฟุล) = น่ารังเกียจ
helpless (เฮลพ-เล็ซ) = หมดหนทาง
hesitant (เฮส-อิ-แท็นท) = ลังเล
hopeful (โฮพ-ฟุล) = เต็มไปด้วยความหวัง
horrible (ฮ๊อ-เรอะเบิ่ล) = น่าขนลุก
hostile (ฮอซ-ทิล) = ไม่เป็นมิตร
hurt (เฮิท) = ช้ำใจ
hysterical (ฮิซเท-ริแค็ล) = รบกวน

impatient (อิมเพ-เฌ็นท) = กระวนกระวาย
indifferent (อินดีฟ-เฟอะเร็นท) = ไม่แยแส, ไม่ไยดี
inferior (อินเฟีย-เรียะ) = น้อยหน้า, ด้อย
insecure (อินซิคยูร-) = ไม่มั่นคง
intense (อินเทนซ-) = รุนแรง
irate (ไอเรท-) = โกรธ, แค้น
irked (เอริคด) = น่ารำคาญ
irritated (อี-ริเททด) = ขุ่นเคือง

jealous (เจล-อัซ) = อิจฉา
jittery (จิ๊ทะหริ่) = กระวนกระวายใจ
joyous (จอย-อัซ) = ครื้นเครง

lazy (เล-ซิ่) = เกียจคร้าน
leery (เลีย-ริ) = โกง
lonely (โลน-ลิ) = โดดเดี่ยว
loved (ลัฝด) = รักใคร่
loving (ลัฝ-อิง) = ซึ่งรักใคร่

mad (แม็ด) = คลั่ง
mean (มีน) = ใจแคบ
mischievous (มีซ-ชิฝัซ) = ร้าย
miserable (มีซ-ซรเบิ่ล) = ห่อเหี่ยว
moody (มูด-อิ) = หงุดหงิด

nervous (เนอ-ฝัซ) = หวาดกลัว
nice (ไนซ) = น่าคบหา
numb (นัม) = มึนงง
overwhelmed (โอเฝอะฮเวลม-ด) = ล้นหลาม

panicky (แพน-อิคิ) = เสียขวัญ
patient (เพ-เฌ็นท) = ใจเย็น
pessimistic (เพซิ-มีซ-ทิค) = มองโลกในแง่ร้าย
pleased (พลีสด) = ยินดี
proud (พเราด) = ภาคภูมิใจ
puzzled (พัซเซิลด) = งงงวย

queasy (ควี-สิ) = ไม่สบายใจ

reluctant (ริลัค-แท็นท) = กระอึกกระอัก
resentful (ริเสนท-ฟุล) = ขุ่นเคือง
restless (เรซท-เล็ซ) = ร้อนใจ
ridiculous (ริดีค-อิวลัซ) = น่าขัน
riled (ไรลด) = ระคายเคือง, ขุ่นเคือง

sad (แซ็ด) = เศร้าใจ
safe (เซฟ) = ปลอดภัย
scared (ซแคด) = หวาดหลัว
secure (ซิคยูร-) = มั่นคง, ปลอดภัย
sensitive (เซน-ซิทิฝ) = ใจน้อย
shaky (เฌค-อิ) = สั่นคลอน
shocked (ฌ็อค) = ผวา
shy (ไฌ) = เขินอาย
silly (ซีล-ลิ) = โง่เขลา
sleepy (ซลีพ-อิ) = งัวเงีย, ง่วงเหงา
sorry (ซอ-ริ) = อเสียใจ
stressed (ซทเร็ซด) = เครียด
surprised (เซิพไรส-ด) = ประหลาดใจ
suspicious (ซัซพิฌ-อัซ) = ไม่ไว้วางใจ
sympathetic (ซิมพะเธท-อิค) = เห็นใจ

terrified (เท-ริไฟด) = หวั่นกลัว
tired (ไทรด) = เหนื่อย
troubled (ทรั๊บเบิ่ลด) = เป็นทุกข์

uncomfortable (อัน-คอมฟถะเบิ่ล) = อึดอัด
unsafe (อัน-เซฟ) = ไม่ปลอดภัย
unsettled (อัน-เซทึ่ลด) = หลักลอย
upset (อัพ-เซ็ฑ) = อารมณ์เสีย, เสียใจ

vicious (ฝีฌ-อัซ) = ร้ายกาจ
victorious (ฝีค-โทะเรียซ) = มีชัย

warm (วอม) = อบอุ่น
weary (เวีย-ริ) = เหนื่อย, เมื่อยล้า
wonderful (วัน-เดอะฟุล) = มหัศจรรย์
worried (วอร-อิด) = กระวนกระวายใจ

excited (เอ็คไซท-อิด) = ตื่นเต้น
exhausted (เอ็กสอซ-ทิด) = หมดกำลัง

 

เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่พื้นฐาน ถึงระดับสูง

คำคมสอนใจภาษาอังกฤษ เตือนตัวเองให้ใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง และมีความสุข

You only live once, but if you “do it right”, “once is enough”. 
คุณใช้ชีวิตได้เพียงแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าใช้อย่างถูกต้อง ครั้งเดียวก็เพียงพอ

Do it now. Sometimes “later” becomes “never”.
จงทำซะตอนนี้ บางครั้งคำว่า “ไว้ทีหลัง” จะกลายเป็นคำว่า “ไม่มีวัน”

– When nothing is sure, everything is possible.
ในเมื่อไม่มีอะไรที่แน่นอน ทุกๆ สิ่งก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

Sometimes it”s very hard to move on, but once you move on, you”ll realize it was the best decision you”ve ever made. 
บางครั้งมันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะก้าวเดินต่อไป แต่ถ้าเริ่มก้าวเมื่อใด คุณจะพบว่า มันคือการตัดสินใจที่ดีที่สุด

Silence speaks when words can”t. 
ความเงียบงันเกิดขึ้น ในยามเอ่ยคำใดไม่ได้

If you don”t fight for what you want, don”t cry for what you lost.
ถ้าคุณไม่สู้เพื่อสิ่งที่คุณต้องการ ก็อย่าร้องไห้เวลาที่เสียมันไป

When you really pay attention, everything is your teacher. 
เมื่อคุณใส่ใจจริงๆ ทุกสิ่งก็คือครูของคุณ

The measure of intelligence is the ability to change. 
มาตรวัดความฉลาดคือความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง -อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์-

 A river cuts through a rock, not because of its power but its persistence.
แม่น้ำตัดผ่านหินได้ ไม่ใช่เพราะ พละกำลัง แต่เพราะความไม่ลดละ -จิม วัตคินส์-

We don”t grow when things are easy, we grow when we face challenges.
เราไม่ได้เติบโตขึ้นหากทุกสิ่งที่เจอนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่เราจะเติบโตขึ้นเมื่อเราเผชิญหน้ากับความท้าทาย

Somtimes you need to fall before you can fly. 
บางครั้งคุณจำเป็นต้องล้มก่อนที่จะลุก

Half of being smart is knowing what you”re dumb at. 
ครึ่งหนึ่งของความฉลาดคือการที่คุณรู้ว่าตัวเองโง่เรื่องไหนบ้าง -เดวิด เจอร์โรลด์- 

Pretty words are not always true and true words are not always pretty.
คำพูดที่สวยงามไม่ได้จริงเสมอไป และการพูดความจริงก็ไม่ได้สวยงามเสมอไปเช่นกัน

Every story has an end but in life every end is a new beginning.
เรื่องราวทุกเรื่องนั้นมีตอนจบ แต่ในชีวิตจริง ในทุกๆ ตอนจบคือการเริ่มต้นครั้งใหม่

The future depends on what we do in the present.
อนาคตขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำในปัจจุบัน

When nothing is sure, everything is possible. 
ในเมื่อไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างก็เป็นไปได้ทั้งนั้น -มาร์กาเร็ต แดร็บเบิ้ล-

The past cannot be changed, forgotten, edited or erased; it can only be ACCEPTED.
อดีตไม่อาจเปลี่ยน ลืม แก้ไข หรือลบทิ้งได้ ทำได้เพียง “ยอมรับ”

If you don”t fight for what you want, don”t cry for what you lost.
ถ้าคุณไม่สู้เพื่อสิ่งที่คุณต้องการ ก็อย่าร้องไห้เวลาที่เสียมันไป

The definition of insanity is doing the same thing over and over and expecting a different result.
นิยามของความวิกลจริตคือการทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และคาดหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป -อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์-

Our life is what our thoughts make it. 
ความคิดสร้างชีวิต

The hunger for love is much more difficult to remove than the hunger for bread.
การโหยหาในรักขจัดยากยิ่งกว่าความหิวโหยอาหาร

All life is an experiment. ชีวิตคือการทดลอง
The more experiments you make the better. ยิ่งทดลอง ก็ยิ่งช่ำชอง -ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน-

A good plan today is better than a perfect plan tomorrow.
แผนที่ดีของวันนี้ ย่อมดีกว่าแผนที่สมบูรณ์แบบของวันหน้า

It is by chance that we met, by choice that we became friends.
เป็นความบังเอิญที่เรามาพบกัน แต่เราเลือกเองที่จะเป็นเพื่อนกัน

The only real failure in life is the failure to try.
ความล้มเหลวที่แท้จริงเพียงสิ่งเดียวในชีวิต คือล้มเหลวในความพยายาม

I”m a slow walker, but I never walk back. 
ฉันอาจเป็นคนที่เดินอย่างเชื่องช้า แต่ฉันก็ไม่เคยเดินถอยหลัง -อับราฮัม ลินคอล์น-

You can”t make someone else”s choices so you shouldn”t let someone else make yours.
เราไม่อาจตัดสินใจแทนคนอื่นได้ เราจึงไม่ควรปล่อยให้คนอื่นมาตัดสินใจแทนเราเช่นกัน

You know you are getting old when the candles cost more than the cake.
คุณจะรู้ตัวว่าแก่ขึ้น เมื่อราคาเทียนแพงกว่าเค้ก -บ๊อบ โฮพ-

Losers make promises they often break. 
Winners make commitments they always keep. 
คนแพ้มักให้สัญญาแต่ไม่เคยรักษา
คนชนะมักให้สัญญาที่รักษาได้เสมอ -เดนิส เวตลีย์-

Freedom is the oxygen of the soul. 
เสรีภาพคือออกซิเจนของจิตวิญญาณ– โมเช่ ดายัน-

Do not pray for easy lives. Pray to be stronger men.
อย่าอ้อนวอนขอชีวิตที่เรียบง่าย แต่จงสวดขอให้เป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น -จอห์น เอฟ.เคนเนดี้-

Even peace may be purchased at too high a price. 
แม้ว่าสันติภาพจะมีราคาแพงแต่ก็ยังมีคนซื้อ -เบนจามิน แฟรงกลิน-

Everything has beauty, but not everyone sees it. 
ทุกสิ่งมีความสวยงาม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มองเห็น

Forgiveness is a gift you give yourself. 
การให้อภัยคือของขวัญที่คุณให้กับตัวเอง-ซูซานน์ ซอเมอร์-

– วาทะของ เยฟเกนี เยฟทุเชนโก (Yevgeny Yevtushenko) กวีชาวรัสเซีย
Envy is an insult to oneself. 
ความอิจฉาคือการดูถูกตัวเอง

When you forgive, you in no way change the past but you sure do change the future.
เมื่อให้อภัย คุณเปลี่ยนอดีตไม่ได้ แต่มั่นใจได้ว่าเปลี่ยนอนาคตได้ -เบอร์นาร์ด เมลต์เซอร์-

Never tell your problems to anyone…20% don’t care and the other 80% are glad you have them. 
อย่าบอกปัญหาของคุณกับใคร เพราะ 20% ไม่สน ส่วนอีก 80% สมน้ำหน้า

Defeat is not the worst of failures. Not to have tried is the true failure.
ความพ่ายแพ้ไม่ใช่ความล้มเหลวที่แย่ที่สุด แต่การไม่พยายามต่างหาก คือความล้มเหลว ที่แท้จริง -จอร์จ อี.วู้ดเบอร์รี่-

Anyone who trades liberty for security deserves neither liberty nor security.
ใครก็ตามที่แลกเสรีภาพกับความปลอดภัย จะไม่ได้รับทั้งเสรี ภาพและความปลอดภัย

 

http://www.enjoylike.com

คำคม ความรัก ฉบับภาษาอังกฤษ คมจนบาดหัวใจ (LOVE)

1. All you need is love.
สิ่งเดียวที่คนเราต้องการคือ “ความรัก”

2. Love those who love you.
จงรักคนที่เขารักคุณ

3. The best proof of love is trust.
หลักฐานของความรักที่ดีที่สุดคือความเชื่อใจ

4. Love is life. And if you miss love, you miss life.
ความรักคือชีวิต…และคนที่ไม่มีความรักก็เหมือนคนไร้ชีวิต

5. Love is letting go of fear.
ความรักคือการทิ้งความกลัวไป

6. Take away love and our earth is tomb.
หากไม่มีความรัก โลกเราก็เป็นสุสานดีๆนี่เอง

7. Life is the flower for which love is the honey.
หากชีวิตคือดอกไม้ ความรักก็เปรียบเสมือนน้ำผึ้งที่หอมหวาน

8. Love your beloved like there is no tomorrow.
จงรักคนข้างๆคุณราวกับว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต

9. You come to love not by finding the perfect person, but by seeing an imperfect person perfectly.
ความรักไม่ใช่การหลงใหลคนที่เพอร์เฟ็คในทุกๆด้าน…แต่คือการเห็นความเพอร์เฟ็คในคนที่มีข้อบกพร่องมากมายต่างหาก

10. If you love somebody, let them go, for if they return, they were always yours. And if they don’t, they never were.
หากคุณรักใครซักคนแล้ว ให้ปล่อยเขาไป หากเขากลับมา แสดงว่าเขาเป็นของคุณมาโดยตลอด แต่ถ้าไม่ แสดงว่าเขาไม่เคยเป็นของคุณเลย

11. Friendship often ends in love; but love in friendship – never.
มิตรภาพมักจะจบลงด้วยความรัก แต่ความรักไม่มีวันจบลงด้วยมิตรภาพ

12. The heart that loves is always young.
หัวใจที่มีความรักจะหนุ่มสาวอยู่เสมอ

13. Men always want to be a woman’s first love. Women like to be a man’s last romance.
ผู้ชายต้องการเป็นรักแรกของผู้หญิงเสมอ แต่ผู้หญิงปรารถนาจะเป็นรักสุดท้ายของเขา

14. Love isn’t blind; it just only sees what matters.
ความรักไม่ได้ทำให้เราตาบอด เพียงแต่จะทำให้เราเห็นในสิ่งที่สำคัญเท่านั้น

15. The hottest love has the coldest end.
ความรักที่แสนเร่าร้อนมักจะมีจุดจบที่เย็นชาที่สุด

16. Life without love is like a tree without blossoms or fruit.
ชีวิตที่ไร้ซึ่งความรักก็เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ไม่ผลิดอกออกผล

17. Love does not consist in gazing at each other but in looking together in the same direction.
ความรักไม่ใช่เพียงการมองหน้ากัน แต่คือการมองไปข้างหน้าด้วยกัน

18. Love is a game that two can play and both win.
ความรักเปรียบเสมือนเกมส์ที่มีผู้เล่นสองคน และมีผู้ชนะได้สองคน

19. Live Simply, Laugh Often, Love Deeply.
จงใช้ชีวิตให้เรียบง่าย หัวเราะบ่อยๆ และรักอย่างลึกซึ้งที่สุด

20. The three things that a guys should want to change about his girl, is her last name, address, and her viewpoint on men.
มีสามสิ่งที่ผู้ชายควรจะต้องการเปลี่ยนคนรักของเขา นั่นคือ นามสกุล ที่อยู่ และทัศนคติที่เธอมีต่อผู้ชาย

21. Some love lasts a lifetime. True love lasts forever.
ความรักทั่วไปจะคงอยู่ตลอดชีวิต ความรักแท้จะคงอยู่ตลอดกาล

22. Lies don’t always end the relationship. Sometimes it’s the truth that ends it.
การโกหกไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์จบลงเสมอไป บางครั้ง “ความจริง” ก็ทำให้มันจบลงได้เช่นกัน

23. True love begins when nothing is looked for in return.
รักแท้จะเกิดขึ้นเมื่อเราไม่หวังผลตอบแทนใดๆจากอีกฝ่าย

24. We don’t have to take our clothes off to have a good time.
เราไม่จำเป็นต้องเปลื้องผ้า เพื่อจะได้มีช่วงเวลาดีๆร่วมกัน

25. Don’t forget the things you should remember. Don’t remember the things you should forget.
อย่าลืมในสิ่งที่คุณควรจำ และอย่าจำในสิ่งที่คุณควรลืม

26. Love is the flower you’ve got to let grow.
ความรักเป็นเหมือนดอกไม้ คุณต้องให้เวลามันเติบโต

27. Love is when you have 100 reasons to leave someone, but you still look for one reason to fight for them.
ความรัก คือการที่คุณมีเหตุผลนับร้อยที่จะบอกลาใครบางคน แต่ก็ยังคงมองหาเหตุผลดี ๆ เพียงหนึ่งเหตุผลเพื่อที่จะอยู่ต่อ

28. We both have no idea if we’re going to be together in the end. But one thing is for sure, I’ll do everything I can to make it happen.
เราสองคนต่างไม่รู้ว่าเราจะเดินไปด้วยกันจนถึงปลายทางหรือไม่ แต่สิ่งเดียวที่ฉันแน่ใจ คือ ฉันจะทำทุกอย่างให้มันเป็นจริง

29. The longer you’re with someone, the tougher it is to part ways.
ยิ่งคุณอยู่กับใครสักคนนานเท่าไร ยิ่งจากกันได้ยากเท่านั้น

30. I’m happiest when being myself and I’m myself when I’m with you.
ฉันมีความสุขที่สุดที่ได้เป็นตัวของตัวเอง และฉันเป็นตัวของตัวเอง เมื่อได้อยู่กับคุณ

31. No man or woman is worth your tears and the only one who is, will never make you cry.
ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้อง เสียน้ำตาให้ ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด

32. It may take only a minute to like someone, only an hour to have a crush on someone and only a day to love someone but it will take a lifetime to forget someone.
มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสักคน และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน แต่มันจะใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น

33. You may only be one person to the world, but you may also be the world to one person
คุณอาจจะเป็นแค่ “คนๆ หนึ่ง” ในโลกใบนี้ แต่คุณอาจจะเป็น “โลกทั้งใบ” ของคนคนหนึ่งก็ได้

34. Don’t marry a person you can live with, marry somebody you can’t live without.
อย่าแต่งงานกับคนที่คุณ “อยู่ด้วยได้” แต่จงแต่งงานกับคนที่คุณ “ขาดไม่ได้”

35. If you love someone tell them. Don’t wait or you will lose the chance.
ถ้าคุณรักใคร บอกเค้าซะ อย่ารีรออยู่เลย ไม่งั้นคุณจะเสียโอกาสนะ

36. One of the best feelings is when you hug someone and they hug you back even tighter.
ความรู้สึกที่ดีที่สุด คือตอนที่คุณกอดใครซักคน แล้วเขาก็กอดคุณกลับแบบแน่นขึ้นไปอีก

37. Even though we fight a lot, I still want you in my life.
ถึงแม้ว่าเราจะทะเลาะกันบ่อยแค่ไหน ฉันก็ยังอยากให้เธอมาอยู่ในชีวิตของฉันอยู่ดี

38. Be with someone who knows exactly what they have when they are with you. Not someone who realizes it after they’ve lost you.
จงเลือกรักคนที่เห็นคุณค่าของเราตอนที่เรายังอยู่ ไม่ใช่คนที่เห็นคุณค่าของเรา เมื่อสูญเสียเราไปแล้ว

39. A relationship is like a house. When a light bulb burns out you do not go and buy a new house, you fix the light bulb.
ความรักก็เหมือนบ้าน เมื่อหลอดไฟในบ้านเสีย คุณไม่จำเป็นต้องไปซื้อบ้านใหม่ คุณแค่ต้องซ่อมหลอดไฟเท่านั้น

40. If another girl steals your man, there’s no better revenge than letting her keep him. Real men can’t be stolen.
ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งแย่งคนรักของคุณไป ไม่มีการแก้แค้นใดจะดีไปกว่าการปล่อยให้เธอได้เขาไป เพราะผู้ชายที่รักใครจริง จะไม่มีใครแย่งไปได้หรอก

41. You can’t be good enough for everybody, but you will always be the best for the one who deserves you.
คุณอาจไม่ใช่คนที่ดีพอสำหรับคนทุกคน แต่คุณจะเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คู่ควรกับคุณเสมอ

42. We may love the wrong person, cry for the wrong person. But one thing is sure; mistakes help us find the right person.
เราอาจจะรักคนผิด ร้องไห้กับคนที่ไม่ใช่ แต่สุดท้าย ความผิดพลาดจะช่วยให้เราได้เจอกับคนที่ใช่เสมอ

43. When you’re found someone good, don’t go looking for someone better.
เมื่อเราค้นพบคนรักที่ดีแล้ว ก็อย่าได้มองหาคนที่ดีกว่าเลย

44. It hurts when you have someone in your heart but you can’t have them in your arms.
มันเจ็บนะเวลาที่เรามีใครบางคนอยู่ในใจ แต่เราไม่สามารถให้เขามาอยู่ในอ้อมแขนเราได้

45. You know when you love someone when you want them to be happy, even if their happiness means that you’re not part of it.
คุณรู้ว่าคุณรักเค้าก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะไม่มีคุณอยู่ด้วยก็ตาม

46. Love will die if held too tightly, love will fly if held too lightly. 
รักจะเฉาตายถ้ายึดไว้แน่นเกินไป และรักจะโบยบินไปถ้ายึดไว้หย่อนเกินไป

47. It’s hard to pretend you love someone when you don’t, but it’s harder to pretend that you don’t love someone when you really do.
การแกล้งทำเหมือนรักใครสักคนทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากกว่า คือการแกล้งทำเหมือนไม่รักทั้งๆ ที่รู้ดีว่ารักเต็มหัวใจ

48. Ever has it been that love knows not its own depth until the hour of separation.
กว่าจะรู้จักหัวใจตัวเองว่าสามารถรักคน ๆ หนึ่งได้มากมายขนาดไหน ก็ต่อเมื่อมาถึงเวลาแห่งการพลัดพรากเสมอ

49. When love is in your heart you’re happy doing the simple chores of life.
เมื่อคุณมีรักในหัวใจ แม้เรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันก็สามารถทำให้คุณมีความสุขได้

50. You can close your eyes to things you don’t want to see, but you can’t close your heart to things you don’t want to feel.
คุณสามารถหลับตาเพื่อไม่ให้มองเห็นในสิ่งที่ไม่อยากเห็นได้ แต่ไม่อาจปิดกั้นหัวใจของตัวเองไม่ให้รู้สึกในสิ่งที่รู้สึกได้

 

www.dailyenglish.in.th

คำศัพท์สไตล์ British English และ American English ต่างกันยังไง?

โดยทั่วไประบบการเรียนการสอนของไทยมักจะยึดแบบ “American English” เป็นหลัก รวมถึงหลายประเทศทั่วโลก แต่การใช้ภาษาอังกฤษแบบ British English ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด สามารถเลือกใช้ได้ทั้งสองแบบแต่ไม่ควรใช้ปะปนกัน ไปดูกันว่าคำศัพท์ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ มีคำไหนบ้างเป็นแบบอังกฤษ และอเมริกัน มีจุดสำคัญ 3 ข้อด้วยกันที่ทำให้คำศัพท์ทั้ง 2 แบบแตกต่างกันคือ

1. ตัวสะกด (Spelling) 

เกิดจากความแตกต่างของรากภาษาที่มาจากภาษาละติน และภาษากรีก จึงทำให้การสะกดคำของทั้ง 2 แบบแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

 

2. การออกเสียง (Pronunciation)

การออกเสียงคำศัพท์บางตัวทั้งแบบบริติช และแบบอเมริกัน จะมีการเน้นเสียง (Stress) ที่แตกต่างกันออกไป เช่น

 

3. คำศัพท์ (Vocabulary) 

คำศัพท์ในแบบบริติช และอเมริกัน ที่เราพบเห็นได้บ่อยครั้งทั้งที่มีความหมายเหมือนกัน แต่เขียนต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น

คำศัพท์เกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

คำศัพท์เกี่ยวกับอาหาร

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

คำศัพท์บนท้องถนน

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

คำศัพท์ทั่วไป

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

 

www.manager.co.th

เรียนรู้และเข้าใจ “คำย่อ” ภาษาอังกฤษ

ปัจจุบันผู้คนมักพูดคุยกันผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ หรืออุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ต่างๆกันมากขึ้น ซึ่งบางครั้งเราจะพบว่ามีการใช้คำย่อภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ เราจะมาทำความรู้จักคำย่อ พร้อมความหมาย ซึ่งจะมีคำไหนน่าสนใจบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย…

1. BFF = Best Friend Forever = เพื่อนรักตลอดกาล
2. LOL = Laughing out Loud = ขำกลิ้ง ฮาแตก
3. TC = Take Care = ดูแลตัวเองนะ
4. LUV = LOVE = รัก
5. OSM = Awesome = เจ๋งมากๆ
6. BTW = By the Way = ยังไงก็ตาม
7. OMG = Oh My God! = โอ้พระเจ้า
8. P.S = Post Script = ปล.
9. MHM = Yes! = ใช่ เห็นด้วย มาจากเสียง อื้ม
10. JK = Just Kidding = ล้อเล่น

11.IOU = I Owe You = ฉันติดหนี้เธอนะ
12.ASAP = As Soon As Possilbe = เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
13.Ave = Avenue = ถนนที่มีสายหลัก
14.99 = Nighty Night =  Good Night
15.PC = Personal Computer = คอมพิวเตอร์
16.WTF = What The F**K
17.BYOB = Bring Your Own Beer = สามารถนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากินเองได้
18.SMS = Short Message Service = บริการส่งข้อความ
19.VS = Versus = ตรงข้ามกัน / ต่อสู้กัน
20.Corp = Corporation = บริษัท สมาคม

21.B-R-B = Be Right Back = เดี๋ยวกลับมา
22.TTYL = Talke to You later = คุยกันวันหลังนะ
23.ATM = At the moment = ในตอนนี้
24.BC = Because = เพราะว่า
25.BG = Big grin = (ยิ้มอยู่)
26.BOTOH = But on the other hand = แต่ในทางกลับกัน
27.BTDT = Been there, done that = ไปมาแล้วทำเรียบร้อยแล้ว
28.BTW = By the way = อย่างไรก็ตาม
29.COZ = Because = เพราะว่า
30.CU = See you = แล้วเจอกัน

31.CUL or CUL8R = See you later = แล้วเจอกัน *
32.EZ = Easy = ง่าย
33.FAQ = Frequently asked questions = คำถามที่ถามบ่อย
34.FYI = For your information = แจ้งเพื่อรับทราบ
35.GJ = Good job = ทำได้ดีมาก!
36.GL = Good luck = โชคดีนะ
37.GRT = Great = เยี่ยม!
38.GW = Good work = ทำได้ดีมาก
39.HAND = Have a nice day = โชคดีนะ
40.IC = I see = เข้าใจล่ะ41.IMO = In my opinion ฉันคิดว่า…
42.IMPOV = In my point of view = ฉันคิดว่า….
43.IOW = In other words = ถ้าจะพูดอีกอย่างก็..
44.IRL = In real life = ในชีวิตจริง
45.JIC = Just in case = เผื่อไว้
46.JTLYK = Just to let you know =แค่บอกให้รู้ไว้
47.KIS = Keep it simple = เอาง่ายๆ
48.KIT = Keep in touch = ติดต่อกันอีกนะ
49.NBD = No big deal = ไม่มีปัญหาเรื่องเล็กน้อย
50.NP = No problem = ไม่มีปัญหา
51.NVM = Never mind = ไม่เป็นไร
52.PCM = Please call me = โทรมาหาที
53.PLS = Please = ได้โปรด
54.PLZ = Please = ได้โปรด
55.Q = Question = คำถาม
56.SIT = Stay in touch = แล้วติดต่อกันใหม่
57.SOZ, SRY = Sorry = ขอโทษที
58.SYS = See you soon = แล้วพบกันใหม่
59.THX = Thanks = ขอบใจจ้า
60.TLP = Tham Love Pay = ขอบใจจ้า
61.TIA = Thanks in advance = ขอบคุณล่วงหน้า
62.TY = Thank you = ขอบคุณ
63.U = You = คุณ
64.WB = Welcome back = ขอต้อนรับกลับมา
65.WFM = Works for me = สำหรับฉันแล้วได้ผลนะ
66.XOXO = Hugs and kisses = รักนะจุ๊บๆ
67.Y = Why = ทำไม
68.YW = You are welcome ด้วยความยินดี

lifestyle.campus-star.com