คำศัพท์คล้าย ดูดีดีก่อนใช้ เพราะพวกเขาอาจทำให้คุณ สับสน!!!

ในภาษาอังกฤษมีคำศัพท์อยู่หลายคำที่อาจจะเขียนเหมือนกันหรือออกเสียงคล้ายๆกัน ซึ่งก็สร้างความสับสนให้กับคนใช้ภาษาอังกฤษไม่น้อยเลยทีเดียว ลองมาดูกันสิว่ามีคำว่าอะไรบ้าง

—- advise // advice —-

advise เป็นคำกริยา แปลว่า ให้คำแนะนำ, แนะนำ

She advised me to go to the doctor for a checkup.
เธอแนะนำให้ฉันไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกาย

advice เป็นคำนาม แปลว่า คำแนะนำ

He doesn’t need my advice.
เขาไม่ต้องการคำแนะนำของฉัน

—- compliment // complement—-

compliment หมายถึง คำชม คำยกยอ หรือ ชม,ยกยอ

The manager complimented him on his achievement.
ผู้จัดการชื่นชมเขาที่ทำงานได้สำเร็จ

complement หมายถึง ส่วนที่ทำให้สมบูรณ์

The wine would be nice complement to your dish.
ไวน์จะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้อาหารจานนี้สมบูรณ์

—- affect // effect —-

affect เป็นคำกริยา แปลว่า กระทบ

That kind of behavior affects your honour.
พฤติกรรมแบบนั้นมันกระทบกับเกียรติของคุณ

effect เป็นคำนาม แปลว่า ผลกระทบ

Aspirin has no effect on the blood pressure.
แอสไพรินไม่มีผลกระทบกับความดันเลือด

—– accept // except —-

Accept แปลว่า ยอมรับ ตอบรับ

I’m afraid I can’t accept your invitation.
ฉันเกรงว่าจะรับคำเชิญของคุณไม่ได้

Except แปลว่า ยกเว้น, ไม่นับรวม

I can except no one from the rules.
ฉันไม่สามารถให้ใครเป็นข้อยกเว้นจากกฎได้

—- principle // principal —-

Principle แปลว่า แหล่งที่มา ทฤษฎี หลักเกณฑ์

It’s against my principles to tell a lie.
การพูดโกหกมันขัดกับหลักการของฉัน

Principal แปลว่า ผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุด

Our principal is accessible to students.
ครูใหญ่ของเราเข้าถึงนักเรียน

—- aboard // abroad —-

Aboard แปลว่า อยู่บนยานพาหนะประเภทหนึ่ง เช่น รถไฟ เครื่องบิน

It’s time to get aboard.
ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว

Abroad แปลว่า ในต่างประเทศ

How long did you stay abroad?
คุณอยู่ต่างประเทศนานแค่ไหนแล้ว

คำเหล่านี้มักจะทำให้เราสับสนเวลาใช้ ตรวจสอบให้ดีก่อนใช้นะคะ ^^

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.pasaangkit.com

คำศัพท์โบราณ น้อยคนเคยได้ยิน “บุพเพสันนิวาส”

กระแสละครบุพเพสันนิวาส แนวพีเรียดย้อนยุคบวกกับความข้ามชาติข้ามภพ มาแรงหนักมากในตอนนี้ นางเอกของเรื่อง เบลล่า ราณี ผู้รับบทแม่การะเกด ก็ตีแตกบทร้ายได้สาแก่ใจนัก รวมถึงบทของเกศสุรางค์ที่ได้มาอยู่ในร่างการะเกด ก็ดูเป็นสาวหลงยุคที่ดูฉลาด แสนซน เพราะมีความรู้ด้านโบราณคดีและภาษาฝรั่งเศส สร้างสีสัน ชวนคนดูหัวเราะได้อย่างดี งานนี้ติดงอมแงม วันนี้เราเลยขอยกคำศัพท์โบราณ ที่ถูกพูดในเรื่องมานำเสนอกัน จะมีคำว่าอะไรบ้างนั้นมาติดตามกันค่ะ

 

1.ออเจ้า (You)

หมายถึง เจ้าหรือเธอ เพียงแต่เอาไว้เรียกคนที่อายุน้อยกว่า อาวุโสน้อยกว่า เป็นคำโบราณสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มีบอกไว้อยู่ในจดหมายเหตุลาบูแบร์ซึ่งเป็นบันทึกของบาทหลวงฝรั่งเศสที่เข้ามาในอยุธยาสมัยนั้น

2.เวจ (Toilet)

หมายถึง ที่ถ่ายอุจจาระ หนักเบาสมัยกรุงศรีอยุธยา ลักษณะเป็นส้วมหลุมนั่งยองๆ มีไม้หรือหินพาดรองไม่ให้หลุมถล่ม มักใช้กันเฉพาะคนในสังคมชั้นสูง

3. แชเชือน (Wander)

ยกตัวอย่าง พูดแชเชือน ก็คือ การพูดแบบเถลไถล ไม่ตรงไปตรงมา

4. วิปลาส (Queer)

หมายถึง ความรู้เห็นที่คลาดเคลื่อนหรือความรู้เข้าใจอันผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง

5. เพลาชาย (one o’clock in the afternoon)

หมายถึง ช่วงเวลาบ่ายโมง

6. โดนเอ็ด (be blamed)

หมายถึง โดนว่า โดนตำหนิ

7. ลางที (Sometime)

หมายถึง บางที, บางครั้ง

8.ฟะรังคี (Foreigner)

 

หมายถึง ฝรั่ง หรือชาวต่างชาติ

9. คำว่า 5 บาท 10 บาท (ที่ใช้กับเวลา)

5 บาท หมายถึง ครึ่งชั่วโมง (Half an hour)

10 บาท หมายถึง หนึ่งชั่วโมง (One hour)

10. ชม้อย ชะม้าย ชายตา (Smile gleefully, Shy, Glance )

หมายถึง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เอียงอาย ส่งสายตาโปรยเสน่ห์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก teen.mthai.com

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรียนรูวิถีชาวบ้าน

ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และมากมายหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรียนรู้วัฒนธรรม มรดกทางประวัติศาสตร์ เยี่ยมชมงานสถาปัตยกรรม และสัมผัสวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนต่างๆ  ซึ่งวันนี้เรามี 3 สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสุดชิวในประเทศไทยมาฝากกัน จะมีที่ไหนบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย!!!!

๑. เขมราฐ นาแวง และเจียด อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี


เริ่มกันที่ภาคอีสานกับชุมชนสุดน่ารักอย่างเขมราฐ นาแวง และเจียด อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ชุมชนแห่งนี้มีประวัติที่ยาวนาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ที่นี่จึงมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ด้วยมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ รวมทั้งวิถีชีวิตและประเพณีท้องถิ่นอันโดดเด่น ชาวบ้านใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย มีโฮมสเตย์ให้พักผ่อน จึงตอบโจทย์ต่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวในบรรยากาศสบาย ๆ และอยากเรียนรู้วัฒนธรรมในอีกรูปแบบของชาวอีสานริมฝั่งแม่น้ำโขง

ภายในชุมชนมีแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ไปเยือนหลากหลายรูปแบบ พร้อมทั้งยังมีประเพณีที่หาชมได้ยาก อย่าง “การแข่งเรือยาว” และ “การรำตังหวาย” ให้ได้เยี่ยมชม หรือหากอยากจะทำบุญไหว้พระ เขมราฐก็มี “พระเจ้าองค์หมื่น” บ้านอูบมุง และพระเจ้าใหญ่องค์แสน วัดโพธิ์เขมราฐ ให้ได้ไปไหว้ขอพรสักการะกันอีกด้วย

พระเจ้าใหญ่องค์แสน วัดโพธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวเขมราฐ

 

ที่เที่ยวที่น่าสนใจในเขมราฐ

วัดชัยภูมิการาม (วัดกลาง)

วัดชัยภูมิการาม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดกลาง วัดที่เก่าแก่และเป็นที่เคารพของชาวบ้านในเมืองเขมราฐ สิ่งที่สำคัญของวัดแห่งนี้ก็คือภาพวาดฝาผนังภายในศาลาด้านหน้าพระอุโบสถ ซึ่งเป็นภาพวาดฝาผนังเก่าแก่โดยช่างศิลป์ในสมัยก่อน

 

หาดทรายสูง บ้านลาดเจริญ ตำบลนาแวง 

เรียกได้ว่า หาดทรายสูง เป็นไฮไลท์อีกหนึ่งสิ่งของอำเภอเขมราฐที่ต้องมาเช็กอินกันให้ได้สักครั้งเลยทีเดียว ด้วยหาดทรายแห่งนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นแนวหินและหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำโขง เกิดจากการสะสมของทรายที่พัดพามาของน้ำและลม จนทำให้หาดทรายแห่งนี้สูงมาก โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง ที่เมื่อน้ำในลำน้ำโขงลดระดับ หาดทรายแห่งนี้ก็จะโผล่ขึ้นมาให้ได้ยลโฉมอย่างชัดเจน

ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมักที่จะมาเที่ยวชมในช่วงเย็น เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งมีบรรยากาศที่สวยงามโรแมนติกสุด ๆ ยิ่งถ้าได้ลองกินอาหารพื้นเมืองแบบพาแลง พร้อมกับชมศิลปะการแสดงและประเพณีท้องถิ่นอย่างการฟ้อนรำบายศรีสู่ขวัญ, การร้องหมอลำทำนองตังหวาย, การร้องหมอลำทำนองภูไท หรือการร้องหมอลำแบบผญา ที่ผู้ฟ้อนรำผู้หญิงจะนุ่งซิ่นบิน อันเป็นผ้าพื้นเมืองอันสวยงาม ก็จะยิ่งประทับใจชุมชนแห่งนี้ขึ้นไปอีกเท่าตัว

 

พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดภูถ้ำพระศิลาทอง ตำบลเจียด

ถ้าใครมาเที่ยวเขมราฐ อยากจะแนะนำให้ลองมาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดภูถ้ำพระศิลาทองเป็นจุดแรก ๆ ค่ะ เพราะที่นี่คือแหล่งรวบรวมวัตถุโบราณที่ขุดพบในท้องถิ่น ทั้งเครื่องปั้นดินเผา, โครงกระดูกมนุษย์โบราณ, เครื่องมือเหล็ก, เครื่องประดับสำริด ฯลฯ ซึ่งมีอายุราว ๆ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ปี ซึ่งก็จะเป็นการทำความรู้จักกับชุมชนไปในตัวอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ภายในชุมชนบ้านเจียดก็ยังมีประเพณีที่น่าสนใจมากมายให้ได้มาเที่ยวชม อาทิ งานทรงน้ำพระวัดถ้ำพระศิลาทอง, งานพิธีไหว้ศาลปู่ตา, งานแข่งขันตีกลองเส็ง เป็นต้น

 

กลุ่มทอผ้าแม่ติ๋ว เมืองเขมราษฎร์ธานี

 

วัดโขงเจียมปุราณวาส

ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในเขตตำบลนาแวง อำเภอเขมราฐ ซึ่งนอกจากจะมีทัศนียภาพที่สวยงามน่ามาเที่ยวพักผ่อนแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งชาวไทยและชาวลาวศรัทธามาก ด้วยในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เคยมาทรงประทับที่นี่เมื่อครั้งเสด็จฯ มาเยี่ยมบ้านนาแวง

 

ถนนสายวัฒนธรรมเขมราฐ

 

มาเที่ยวเขมราฐแล้วถ้าไม่ได้มาเที่ยวชมถนนสายวัฒนธรรมเขมราฐ หรือถนนคนเดินเขมราฐ ก็ถือว่ายังเที่ยวที่นี่ได้ไม่สมบูรณ์แบบนัก เพราะถนนสายวัฒนธรรมเขมราฐ จะตั้งอยู่บนถนนวิศิษฐ์ศรี ตำบลขมราฐ อำเภอเขมราฐ ซึ่งเป็นถนนที่มีบ้านเรือนไม้เก่าแก่สวยงามตั้งอยู่ทั้งสองฟากฝั่งถนน และยังเป็นการรวบรวมทั้งอาหารพื้นเมือง สินค้าพื้นเมือง และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาไว้ในที่เดียวกัน โดยจะจัดขึ้นในทุกวันเสาร์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน ใครอยากไปเป็นฮิปสเตอร์แห่งแดนเขมราฐ ต้องแวะไปเช็กอินที่นี่กันนะคะ

ศูนย์ประสานงานชุมชนเขมราฐ-นาแวง-เจียด
ที่ตั้ง : เลขที่ ๒๓ หมู่ที่ ๑๐ บ้านลาดเจริญ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี
โทรศัพท์ : ๐๘ ๑๗๑๘ ๖๙๐๔, ๐๘ ๗๔๖๐ ๗๙๘๘, ๐๘ ๙๙๓๔ ๗๖๘๙
เฟซบุ๊ก : ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเขมราฐ นาแวง เจียด

 

๒. ชุมชนบ้านปากโสม และบ้านลำภูพาน จังหวัดหนองคาย

เธอ ๆ…อยากไปเที่ยวดูทะเลหมอกชิล ๆ บรรยากาศสบาย ๆ ไปเที่ยวที่ไหนดี ? ติ๊กต๊อก…ติ๊กต๊อก…คิดออกไหมคะ ถ้าคิดไม่ออกตามเรามาทางนี้ค่ะ เราจะพาไปเที่ยวชุมชนแห่งทะเลหมอกของอีสานกัน นั่นก็คือ ชุมชนบ้านปากโสม และบ้านลำภูพาน ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งของสถานที่ชมทะเลหมอกที่มีความงามอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นผาชมหมอก, จุดชมวิวสกายวอร์ควัดผาตากเสื้อภูผาดัก และผาวัดใจ

และถ้าหากอยากฟินกับที่นี่ให้มากขึ้นต้องลองมานอนพักที่โฮมสเตย์ของชาวบ้าน เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่อยู่อาศัยกันอย่างเรียบง่าย ชมประเพณีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งร่วมกิจกรรมชิค ๆ อย่างการทำขนมจีนโบราณ, ขนมเทียนสูตรเฉพาะของชุมชน, ทดลองทำผลิตภัณฑ์จากผลไม้ท้องถิ่นอย่างหมากหลอด, ตักบาตรทำบุญร่วมกันกับชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวภายในชุมชน

 

ที่เที่ยวที่น่าสนใจในชุมชนปากโสม และบ้านลำภูพาน

ผาชมหมอก

ผาชมหมอก เป็นจุดชมวิวทะเลที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของตำบลผาตั้ง โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่นี่จะอากาศเย็นสบาย มีทะเลหมอกให้ชมแทบทุกวัน ใครเห็นเป็นต้องบอกว่านี่มันสวรรค์ชัด ๆ

 

จุดชมวิวสกายวอร์ค วัดผาตากเสื้อ

จุดชมวิวสกายวอร์ค วัดผาตากเสื้อ ก็มีวิวทะเลหมอกที่งดงามไม่น้อยหน้ากันเลยค่ะ ซึ่งนอกจากจะได้ชมทะเลหมอกสุดตระการตาลอยละล่องเหนือลำน้ำโขงแล้ว ยังจะได้ตื่นเต้นไปกับสกายวอร์ค ทางเดินลอยฟ้ากระจกใสที่อยู่สูงเหนือพื้นดินกว่า ๕๐๐ เมตร อีกด้วย หูย…ทั้งสวย ทั้งเสียวแบบนี้จะพลาดกันได้ไง

 

ถ้ำดินเพียง

ถ้ำดินเพียง ถือได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติเลยทีเดียว เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของถ้ำใต้ดิน ที่เชื่อกันว่าสามารถเชื่อมต่อไปยังลำนำโขงได้ ภายในถ้ำเป็นซอกซอยเล็ก ๆ มากมาย มีน้ำไหลใต้ถ้ำตลอดทั้งปี ชาวบ้านจึงเชื่อว่าที่นี่เป็นที่อยู่ของพญานาค

 

วัดพระพุทธบาทผาจ่อง

มาเที่ยวชมธรรมชาติอย่างเดียว เดี๋ยวจะไม่ครบรส ต้องไปแวะไหว้พระทำบุญกันสักหน่อย ซึ่งเราก็ขอแนะนำวัดพระพุทธบาทผาจ่อง เป็นวัดที่ชาวบ้านให้ความศรัทธาอย่างมาก มีรอยพระพุทธบาทจำลองให้เราได้ไปกราบไหว้ขอพรกัน ยิ่งถ้าใครมากับครอบครัวหรือคนพิเศษก็จะได้ทำบุญด้วยกัน เรียกได้ว่ามาเที่ยวและยังได้ทำสิ่งดี ๆ ไปกับคนที่เรารักอีกด้วย

 

หาดทรายแสงทอง

อยากดูพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ ต้องไม่พลาดไปเที่ยวชมหาดทรายแสงทองกันค่ะ ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี น้ำในลำน้ำโขงจะลดระดับลงจนสามารถเห็นหาดทรายสีทองกว้างใหญ่ริมแม่น้ำโขง ช่วงเย็น ๆ บรรยากาศจะดีมาก มีลมเย็น ๆ พัดมาตลอดเวลา แสงของพระอาทิตย์ที่สะท้อนลงบนหาดทรายก็ดูนุ่มนวล น่าหลงใหล ลองชวนคนข้าง ๆ มาเดินเล่นที่นี่ดูนะคะ รับรองได้เลยว่าจะต้องประทับใจแน่นอน

 

ศูนย์ประสานงานชุมชนบ้านปากโสม และบ้านลำภูพาน

โทรศัพท์ : ๐๘ ๙๒๔๕ ๒๑๔๙ (นางนวลละออง วิภูษณะ ประธานกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนปากโสม-ลำภูพาน)

 

๓. ชุมชนปากน้ำประแส จังหวัดระยอง

ชุมชนปากน้ำประแส จังหวัดระยอง เป็นตัวเลือกที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะนอกจากจะใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่นานแล้ว ที่นี่ยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และมีบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านอยู่อาศัยกันแบบเรียบง่าย ที่สำคัญยังจะได้ชิมลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่แบบจุใจกันอีกด้วย

ถนนคนเดินตลาด 100 ปี ประแส

ภายในชุมชนปากน้ำประแส นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว ก็ยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ให้บริการมากมาย บางแห่งอยู่ติดริมแม่น้ำ บางแห่งอยู่ติดป่าชายเลน แต่ไม่ว่าจะวิวแบบไหนก็รับรองได้เลยว่าผู้มาเยือนจะได้พักผ่อนและเพลิดเพลินกับชุมชนแห่งนี้อย่างเต็มที่แน่นอน

 

ที่เที่ยวที่น่าสนใจในชุมชนปากน้ำประแส

ทุ่งโปรงทอง

ทุ่งโปรงทอง ภาพจากคุณธนดิษ ศรียานงค์

 

ทุ่งโปรงทอง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่เที่ยวอันโดดเด่นของชุมชนปากน้ำประแสเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของภาคตะวันออกเลยทีเดียว เพราะความสวยงามของป่าชายเลนและต้นโปรงทองริมทะเลที่มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ด้านในมีสะพานไม้ยาวกว่า ๒.๖ กิโลเมตร ลัดเลาะไปตามทุ่งโปรงทอง ทำให้เดินเที่ยวชมที่นี่ได้อย่างใกล้ชิด เมื่อสีเขียวทองของใบไม้ตัดกับท้องฟ้าอันสดใส ช่างภาพและนางแบบทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น รวมทั้งนักท่องเที่ยวจึงหลงใหลที่อยากจะมาเช็กอินที่นี่กันสักครั้ง 

ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

          ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประแส เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในชุมชน ชาวบ้านจะให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก หากใครแวะมาเที่ยวที่ชุมชนแห่งนี้ ก็มักที่จะแวะเวียนมาไหว้ขอพร ถือเป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต 

 

บ้านพิพิธภัณฑ์ปากน้ำประแส 

บ้านพิพิธภัณฑ์ปากน้ำประแส เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรก ๆ ของชุมชนที่อยากให้มาเที่ยวชมกัน เพราะที่นี่คือแหล่งรวบรวมภาพเก่าแก่ของชุมชนปากน้ำประแส มีการจัดแสดงความเป็นมา บอกเล่าถึงวิถีชีวิตและประเพณีที่สำคัญของคนท้องถิ่น รวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวภายในชุมชน อีกทั้งตัวอาคารยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมีเอกลักษณ์

 

อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส

เคยใฝ่ฝันอยากจะสัมผัสกับเรือรบลำใหญ่ ๆ กันบ้างไหมคะ ? ไม่ต้องไปเที่ยวที่ไหนไกล เพราะที่ชุมชนแห่งนี้ก็มีเรือรบหลวงประแสให้ได้ยลโฉมกันด้วย โดยอนุสรณ์เรือรบหลวงประแสนั้นจะตั้งอยู่ที่บริเวณชายหาดประแส หมู่ที่ 1 ตำบลปากน้ำกระแส นักท่องเที่ยวสามารถที่จะไปเที่ยวชมได้ทุกวัน ถ่ายภาพเซลฟี่เก๋ ๆ กันให้หนำใจไปเลย

 

ศูนย์ประสานงานชุมชนปากน้ำประแส

ที่ตั้ง : เลขที่ ๕๙/๓ หมู่ ๑ ตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
โทรศัพท์ : ๐๘ ๑๘๖๔ ๓๒๖๕ (นายภาณุ ธนะสาร)

 

คำศัพท์ในการเดินทาง

by bicycle = ทางรถจักรยาน
by boat = ทางเรือ
by bus = ทางรถประจำทาง
by car = ทางรถส่วนตัว
by coach = ทางรถโดยสาร
by ferry = ทางเรือข้ามฟาก
by motorcycle = ทางรถจักรยานยนต์
by plane = ทางเครื่องบิน
by train = ทางรถไฟ
on foot = ทางเท้า
ticket office = ค่าโดยสาร
travel agent = ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว
brochure = แผ่นพับ
price = ราคา
fare = ค่าโดยสาร
ticket = ตั๋ว
booking = การจอง
reservation = การสำรอง
passenger = ผู้โดยสาร
destination = จุดหมายปลายทาง
itinerary = กำหนดการเดินทาง
journey = การเดินทาง
travel insurance = การประกันการเดินทาง
holiday = วันหยุด
sightseeing = การเที่ยวชม
business trip = เดินทางเพื่อธุรกิจ
to book = จอง
to cancel a booking = ยกเลิกการจอง

to arrive = ถึง
to leave = ออกเดินทาง
to depart = จากไป
to travel = ท่องเที่ยว
to visit = เยี่ยมชม
cancellation = การบอกเลิก
customs = ศุลกากร
delay = การล่าช้า
information desk = โต๊ะให้ข้อมูล
luggage / baggage = สัมภาระ
map = แผนที่
passport control = ด่านตรวจหนังสือเดินทาง
suitcase = กระเป๋าเดินทาง
cancelled = ยกเลิกแล้ว
delayed = ล่าช้า

 

ขอบคุณข้อมูลจาก:

travel.kapook.com

th.speaklanguages.com

ลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์ด้วย 7 วิธีง่ายๆ

อัลไซเมอร์เป็นอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัว และเป็นอุปสรรค์ต่อการดำเนินชีวิต แต่หากเราปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ก็สามารถลดความเสี่ยงจากโรคนี้ได้ วันนี้เรามีวิธีปกกันโรคอัลไซเมอร์มาฝากกัน จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย…

1. กินแป้งทุกเช้า

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยทัฟส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า คนที่หลีกเลี่ยงการทานแป้งในมื้อเช้า มักจะมีแนวโน้มสูญเสียความทรงจำ กลายเป็นคนขี้หลงขี้ลืมมากกว่าคนที่รับประทานแป้งในมื้อเช้าเป็นประจำ เนื่องจากเซลล์สมองของเราต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อไปเปลี่ยนเป็นกลูโคส ส่งพลังงานให้ร่างกายขับเคลื่อนทำกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างราบรื่น

ฉะนั้นอาหารจำพวกแป้ง และคาร์โบไฮเดรตทุกชนิดจึงมีความสำคัญต่อร่างกายมาก แต่ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุด ก็อาจจะต้องเลือกทานแป้งที่ไม่ขัดสี จำพวกข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ โฮลวีท โฮลเกรน หรือธัญพืชแทนแป้งขัดขาวด้วยนะคะ

 

2. ออกกำลังกายตอนเช้าเป็นประจำ

การออกกำลังกายไม่ว่าจะเวลาไหนก็ดีกับร่างกายทั้งนั้น แต่ถ้าอยากปกป้องตัวเองจากโรคความจำเสื่อม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้ออกกำลังกายเรียกเหงื่อกันตั้งแต่เช้าตรู่เลยค่ะ นั่นก็เป็นเพราะว่า การทำกิจกรรมที่ต้องออกแรง หรือเคลื่อนไหวร่างกายจนได้เหงื่อจะช่วยให้เลือดไหลเวียนผ่านสมองอย่างสะดวกมากขึ้น เพิ่มออกซิเจนในเลือดแถมให้อีกอย่างด้วย รวมทั้งยังกระตุ้นให้ร่างกายดึงคาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลมาเปลี่ยนเป็นกลูโคส ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นสารที่สำคัญต่อเซลล์สมอง บำรุงความทรงจำให้มีอายุยืนยาวได้อีกนาน

3. ท่องเว็บไซต์กระตุ้นความทรงจำ

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียศึกษามาแล้วว่า การใช้เวลาเพียง 1 ชั่งโมงในแต่ละวัน เพื่อหาข้อมูลบางอย่าง สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้า ให้ฝึกจำข้อมูลในระยะสั้น ๆ ได้อย่างดี ดังนั้นหลังเวลาพักเที่ยง หรือช่วงไหนก็แล้วแต่ที่คุณว่าง ก็ถือโอกาสท่องเว็บไซต์หาข้อมูลที่สนใจ (ทริปท่องเที่ยว หรือเรื่องวาไรตี้น่ารู้) ทุกวัน เป็นการฝึกให้สมองส่วนหน้าได้ทำหน้าที่ของตัวเอง สมองจะได้ไม่เสื่อมเร็วกว่าที่ควร

4. กวาดตามองจุดจอดรถซ้ำอีกครั้ง

เกือบทุกครั้งที่ไปห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ตลาดแถวบ้าน ก็มักจะลืมว่าตัวเองจอดรถไว้ตรงไหนแทบจะทุกที ! ใครเป็นแบบนี้เป็นประจำมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโพลิแทน ประเทศอังกฤษเขาก็แนะนำว่า หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว ให้คุณลงมายืนกวาดตามองตำแหน่งที่จอดรถซ้ำอีกสักรอบ หรือหลาย ๆ รอบได้ก็จะดี เพียงแค่นี้ก็ช่วยกระตุ้นความทรงจำของคุณได้มากขึ้นถึง 10% แล้วล่ะค่ะ ไม่เชื่อลองทำดูนะ

5. ดื่มแอลกอฮอล์เคล้ามื้อเย็น

อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเราสนับสนุนให้ดื่มเหล้าเมายาทุกวันนะคะ เพราะจริงแล้ว ๆ แค่อยากจะบอกว่า การดื่มเหล้าในปริมาณที่เหมาะสม (ไวน์หรือเบียร์ 1 แก้วต่อวัน) ก็มากพอให้แอลกอฮอล์เข้าไปทำความสะอาดเซลล์ ต้านการอักเสบในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนอย่างสะดวกไปทุกสัดส่วนแล้ว ซึ่งแพทย์ก็ยืนยันแล้วด้วยว่า การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเหมาะสมแบบนี้ สามารถช่วยลดความเสี่ยงความจำเสื่อมได้อีกทางหนึ่งจริง ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ทดลองที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยในแต่ละวัน

 

6. ขัดฟันเป็นประจำทุกวัน

ไม่เพียงแต่การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยให้คุณมีสุขภาพปากที่ดีเท่านั้น แต่ทางการแพทย์ก็การันตีสำทับมาอีกว่า การขัดฟันเป็นวิธีป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในปาก ไม่ให้เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้กลายเป็นของหมักหมมที่อาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ เดือดร้อนไปถึงขัดขวางการทำงานของเซลล์สมองให้เกิดความผิดปกติขึ้นได้ ดังนั้นเรามาขัดฟันกันดีกว่าค่ะ

 

7. เปลี่ยนฟอนต์ตัวหนังสือ

อาจจะดูเป็นวิธีที่น่างงไปนิด แต่การันตีได้ว่าการเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรที่เราใช้อย่างคุ้นเคยมาทุกวัน ไปเป็นฟ้อนต์ตัวอักษรที่แปลกตา จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคคามจำเสื่อมได้แน่ ๆ เพราะการสลับโหมดไปใช้ของที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน จะทำให้เราต้องใช้สมาธิมากขึ้น สมองก็ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานมากขึ้นไปด้วย เสมือนเป็นการฝึกสมองไปในตัวนั่นเองจ้า

 

คำศัพท์น่ารู้

 risk = ความเสี่ยง

protect = ป้องกัน

memory = ความทรงจำ

weaken remembrance = ความจำเสื่อม

 forgetful = ขี้ลืม

health = สุขภาพ

brain = สมอง

concentration = สมาธิ

activity = ออกกำลังกาย

parking = ที่จอดรถ

alcohol = แอลกอฮอล์

wine = ไวน์

beer = เบียร์

coarse rice = ข้าวกล้อง, ข้าวซ้อมมือ

grain = ธัญพืช

benefit = ประโยชน์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก health.kapook.com

ฮวงจุ้ยห้องนอนไม่ดี ชีวิตนี้ก็ “นก” ตลอด

1. มีต้นไม้หรือน้ำพุอยู่ในห้อง

ถ้าอยากได้ความสดชื่นจากธรรมชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นไม้ ดอกไม้สด หรือน้ำพุมาประดับตกแต่งห้องนอน เพราะธรรมชาติเหล่านี้มีพลังหยาง (พลังแห่งการตื่นตัว) อยู่มาก อาจจะทำลายพลังหยิน (พลังแห่งความสงบ) ในห้องนอนไปจนหมด ทำให้มีปัญหากับการนอนหลับ แถมยังทำให้มีโอกาสอาภัพรักสูงอีกด้วย

2. วางเตียงใต้คานบ้าน

ลองเงยหน้าขึ้นบนเพดาน หากเห็นคานอยู่ตรงกับส่วนใดส่วนหนึ่งของเตียง ควรรีบขยับหนีถ้าไม่อยากโสดซ้ำซากทุกปี เพราะการวางเตียงไว้ใต้คาน โดยเฉพาะคนที่มีคู่หรือดู ๆ ใจกันอยู่ จะทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียด การทะเลาะเบาะแว้ง อาจลามไปถึงการเลิกราหรือหย่าร้าง

 

3. มีมากกว่า 1 เตียงในห้องเดียวกัน

ห้องนอนควรมีเตียงนอนแค่เตียงเดียวเท่านั้น ไม่ควรมีมากกว่านี้ เพราะการนำเตียงนอนมาไว้ในห้องนอนมากกว่า 2 เตียงขึ้นไป ทางฮวงจุ้ยถือว่าจะมีพลังด้านลบชักนำบุคคลที่สามให้เข้ามาข้องเกี่ยวในความสัมพันธ์ของคู่รัก


4. ติดกระจกในห้องนอน

ข้อดีของการติดกระจกในห้องอาจทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น แต่ข้อเสียของมันก็คือ กระจกจะเป็นสิ่งที่สะท้อนพลังงานด้านลบไปสู่ผู้อยู่อาศัยในขณะนอนหลับ ทำให้ชีวิตมีอุปสรรค รวมไปถึงด้านความรัก และยังทำให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาจนรบกวนการพักผ่อน

5. ใช้สีฟ้าทาผนัง

เพราะสีฟ้าเป็นตัวแทนแห่งความโศกเศร้า ฉะนั้นถ้าอยากโชคดีในเรื่องความรักกับเขาบ้าง แนะนำให้เปลี่ยนเป็นสีชมพู สีขาว หรือสีแดง ที่เป็นสีแห่งความรักดีกว่า เพราะสีเหล่านี้จะช่วยดึงดูดความรักเข้ามา ส่วนคนมีคู่ก็จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณและคนรักให้แน่นแฟ้นมายิ่งขึ้น หรือจะเพ้นท์ลวยลายหัวใจและลายอื่น ๆ ที่สื่อถึงความรักด้วยก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่

6. ทำทุกอย่างในห้องนอน

เนื่องจากห้องนอนต้องการพลังหยิน (พลังแห่ความสงบ) เพื่อช่วยในการพักผ่อนนอนหลับได้เต็มที่ แถมยังเป็นพลังที่ช่วยดึงดูดความรักเข้ามาหา แต่หากนำพลังหยาง (พลังแห่งการตื่นตัว) เช่น การทำงานหรือออกกำลังกายในห้องนอนเป็นประจำ จะทำให้พลังหยินถูกรบกวน ฉะนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจหากยังคงสถานะโสดและไร้วี่แววจะมีคู่

7. บรรยากาศเศร้า

ถ้าอยากให้มีความดี ๆ เข้ามาหา ควรจะปรับบรรยากาศห้องนอนให้ดูสดใส สดชื่น ส่วนของตกแต่งที่ทำให้บรรยากาศดูหม่น ๆ เช่น รูปคนรักเก่า ต้นไม้ที่ตายแล้ว ควรย้ายออกจากห้องนอนซะ แล้วนำของตกแต่งที่สื่อถึงความรักมาวางไว้แทน อย่างเช่น ประดับด้วยตุ๊กตาคิวปิด เซรากรูปหัวใจ หรือสร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นเทียนหอม ส่วนบนเตียงก็วางของเป็นคู่ เพื่อเตรียมชีวิตให้พร้อมกับความรักดี ๆ ที่กำลังจะเข้ามา

8. ปล่อยให้ห้องรกรุงรัง

การที่ปล่อยให้ห้องนอนรกรุงรังและไม่เป็นระเบียบนั้น จะเป็นสิ่งที่คอยขวางกั้นไม่ให้มีเรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต ดังนั้นเราจึงต้องทำความสะอาดและจัดระเบียบห้องอยู่เป็นประจำ และถ้าในห้องมีสิ่งของที่ทำให้นึกถึงความสัมพันธ์อันเศร้าโศกในอดีต ก็ขอให้ทิ้งไปหรือเก็บไว้ในที่ที่มิดชิดดีกว่า

 

คำศัพท์สิ่งของในห้องนอน

 

Bed  (เบค) = เตียงนอน

Single bed  (ซิง’เกิล) = เตียงเดี่ยว

Double bed (ดับ’เบิล) =เตียงคู่

Bedspread (เบค’สเพรด) = ผ้าคลุมเตียง

Blanket (แบลง’คิท) = ผ้าห่ม

Books (บุค) = หนังสือ

Broom (บรูม) = ไม้กวาด

Carpet (คาร์’พิท) = พรม

Clothes (โคล) =เ สื้อผ้า

Coat hanger (โคลซ แฮงเกอร์) = ไม้แขวนเสื้อ

Comforter (คัม’เฟิร์ท เทอะ) = ผ้านวม

Curtains (เคอร์‘’เทน) = ม่าน

Cupboard (คัพ’บอร์ด )ตู้

Dolls (ดอล) = ตุ๊กตา

Drawer (ดรอ’เออะ) = ลิ้นชัก

vanity (แวน’นิทิ) = โต๊ะเครื่องแป้ง

Headboard( เฮด’บอร์ด) = หัวเตียง

Fan (แฟน) = พัดลม

Flat sheet (แฟลท ชีท) = ผ้าปูเตียง

Footboard (ฟุต บอร์ด) = ท้ายเตียง

Lamp(แลมพ) = โคมไฟ

Nostrum (นอส’ทรัม) = ยาสามัญประจำบ้าน

Mattress (แมท’ทริส) = ฟูกที่นอน

Mirror (มี’เรอะ) = กระจก

Mosquito-repellent (มัสคี’โท  รีเพล’เลินท) = ยากันยุง

Night table (ไนท เทเบิล) = โต๊ะหัวเตียง

Photograph (โฟ’ทะแกรฟ) = รูปภาพ

Pillow (พิล’โล) = หมอน

Pillow case (พิล’โล เคส) = ปลอกหมอน

Sofa (โซ’ฟะ) = โซฟา

Telephone (เทล’เลโฟน) =โทรศัพท์

Television (เทล’ละวิชเชิน) = โทรทัศน์

Wardrobe (วอร์บ’โรบ) = ตู้เสื้อผ้า

Alarm clock (อะลาร์ม คลอด) = นาฬิกาปลุก

Air-conditioner (แอร์คอนดิช’เชินเนอะ) = เครื่องปรับอากาศ

 

 

ที่มา: home.kapook.com

www.engjang.com

วิธีบอกรักของเจ้าตูบที่มีต่อเจ้านาย รักนะฮะ!

วิธีบอกรักของเจ้าตูบที่มีต่อเจ้านาย รักนะฮะ!…สุนัขถือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์  เพราะไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา หรือท้อใจ พวกเขาก็อยู่เคียงข้างเราเสมอ เจ้าตูบเหล่านี้มีวิธีแสดงออกถึงความรักที่พวกเขามีให้เจ้าของหลากหลายวิธี จะมีวิธีไหนบ้างตามไปดูกันเลยค่ะ…

แบ่งปันความสกปรกให้นายเป็นพวกเดียวกัน

อย่าเพิ่งตกใจจนขวัญหนีดีฟ่อหรือเดินหนีหน้ากันไปไหน หากเจ้าแสนซน 4 ขาเดินเข้ามาออดอ้อนและซุกไซ้ตามแขนขาแม้จะมีกลิ่นตัวเหม็น ๆ เพราะนั่นแสดงว่าหมากำลังบอกรักคุณอยู่นั่นเอง ก็หมาพูดภาษาคนไม่ได้นี่เนอะ ร้องโฮ่ง ๆ ก็กลัวไม่เข้าใจ เลยขอใช้วิธีถูไถคราบไคลและกลิ่นตามตัวของมันไปติดตัวเจ้านายไว้สักหน่อย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพวกเราเป็นพวกเดียวกันแล้วนะ

คลอเคลียเจ้านายทุกครั้งหลังอาหารมื้อหลัก

ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเจ้านายน้องหมา แต่อย่าไปเอ็ดพวกมันเลยเชื่อเถอะ เพราะพฤติกรรมชอบคลอเคลีย เอาตัวซุกไซ้ตามแขนขา และเรอใส่หน้าเจ้านายหลังกินข้าวเสร็จทุกครั้ง เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เป็นสัญญาณว่าน้องหมาพยายามจะบอกรักเจ้านายอยู่นะ การทำเช่นนี้ของน้องหมาก็อารมณ์คล้าย ๆ กับการกินยาหลังอาหารนั่นแหละ หากไม่ได้ทำก็จะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป

 

เลียนแบบท่าทางการอ้าปากของนาย

 

เคยสังเกตไหมว่าทุกครั้งที่เราอ้าปากเหมือนจะหาว น้องหมาก็จะมองและหาวตามทุกครั้ง ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องตลกในสายตาคนอย่างเรา แต่ในความคิดของน้องหมาการกระทำแบบนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีบอกรักให้เจ้านายรู้ ถ้าไม่เคยสังเกตมาก่อนก็ลองทดสอบดูได้นะคะ

 

อดทนนั่งรอที่ประตูจนกว่านายจะกลับ

ขนาดคนยังห่วงหาอาทรเมื่อคนรักต้องไกลห่าง แล้วนับประสาอะไรกับน้องหมาที่รู้สึกใจหายเมื่อนายออกไปทำงานนอกบ้าน ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหรอกหากไล่ตูบกี่ทีกี่ครั้ง เจ้าจอมซนตัวนี้ก็ยังพยายามจะกระโดดขึ้นรถหรือนั่งรอคุณอย่างใจจดใจจ่อที่ประตูทุกวันไม่เคยมีเบื่อ และกระโดดโลดเต้นยิ่งกว่าได้ของเล่นใหม่เมื่อเห็นว่าคุณเปิดประตูเข้ามาในบ้าน แม้ในเวลาที่กลับมาเอาของที่ลืมไว้แป๊บเดียวก็เถอะ 

 

กระโจนเข้าใส่ด้วยความดีใจเมื่อนายกลับบ้าน

หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมเจ้าตูบต้องดีใจออกนอกหน้าในเมื่อเจอกันทุกวันและอยู่กันแบบนี้มาตลอด แถมยังดีใจแบบโอเว่อร์แอ็คติ้ง เช่น กระดิกหางรัว ๆ วิ่งวนไปมารอบตัวจนเจ้านายอย่างเราปวดหัวแทน เห่าเสียงดังจนกลัวว่าเพื่อนบ้านจะรำคาญ หรือกระโจนพุ่งเข้าใส่ทำเหมือนยังเป็นหมาตัวเล็ก ๆ จนเราเองเกือบเซล้มไม่เป็นท่า อาการทั้งหมดนี้ก็เป็นการบอกรักของน้องหมาอีกเหมือนกันนั่นแหละ

 

จ้องตาเขม็งเพื่อเรียกร้องความสนใจจากนาย

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ในการเลี้ยงสุนัขก็อาจจะฉงนใจว่าหมาจะจ้องตาเขม็งทำไม หรืออาจจะคิดไปไกลว่ามันไม่พอใจอะไรหรือเปล่า จริง ๆ แล้วพฤติกรรมน่าประหลาดแบบนี้ไม่มีอะไรผิดปกติหรอกค่ะ แต่กลับเป็นการเรียกร้องความสนใจให้เจ้านายหันมาเล่นและพูดคุยด้วยเท่านั้นเอง ถ้าหากคุณยอมทำตามแล้วละก็ สายตาแข็ง ๆ แบบนั้นจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นมาทันที

 

ยักคิ้วใส่เมื่อเจอหน้าเจ้านาย

อาการยักคิ้วหลิ่วตาเนี่ยไม่ได้มีแค่คนเท่านั้นนะที่ทำได้ เพราะน้องหมาก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำเพราะอยากหว่านเสน่ห์หรืออะไรหรอก ที่สำคัญหากคุณไม่ใช่คนเลี้ยงหมาจริง ๆ ก็ยากที่จะเห็น เพราะน้องหมาจะยักคิ้วเมื่อต้องการบอกรักเจ้านายเท่านั้น ซึ่งก็จะมีแต่เจ้านายของมันจริง ๆ เท่านั้นแหละที่ได้เห็นบ่อย ๆ จนชิน สำหรับคนทั่วไปแล้วคงฟังดูเป็นเรื่องตลกไปเลยใช่ไหมล่ะ

 

เอนตัวพิงขาเจ้านาย

เวลาที่เราอยู่ใกล้ ๆ คนรักก็มีอารมณ์อยากจะออดอ้อนออเซาะกันบ้างแหละ เรื่องแบบนี้เหล่าเจ้าตูบก็เป็นเหมือนกันนะจะบอกให้ ฉะนั้นอย่าเพิ่งใช้ขาเตะพวกมันเพื่อไล่เจ้าตูบไปไกล ๆ ตอนที่พวกมันกำลังพยายามจะทำตัวอ่อนแอบอิงออเซาะที่ขาเสียล่ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้พวกมันเสียอกเสียใจแอบไปนั่งซึมมุมห้อง เพราะบอกรักคุณไปแล้วแต่คุณดันไม่สนใจอะไรเลยก็ได้ 

 

นอนขวางบนเตียงนอน

อย่าเพิ่งอารมณ์เสียและคิดว่าน้องหมากำลังแย่งที่นอนของคุณ เพราะจริง ๆ แล้วการที่น้องหมานอนขวางเป็นแนวทแยงมุมบนเตียงนอนของคุณนั้น แสดงให้เห็นว่าทุกที่ที่คุณนอนมันก็นอนได้เหมือนกัน ซึ่งเป็นเพราะว่ามันอยากอยู่ใกล้นายสุดที่รักยังไงล่ะ

 

ได้กลิ่นความรักแท้จากนาย

                      

น้องหมาเป็นสัตว์ที่เกิดมาพร้อมกับจมูกอันแสนพิเศษ สามารถดมกลิ่นได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งความรูสึกที่แท้จริง ทุกครั้งที่คุณส่งความรักและความเมตตาให้มันโดยที่ไม่แสดงท่าทางออกมา แต่จะรับรู้ได้ด้วยกลิ่นของความรักที่อบอวลอยู่รอบตัวและจะเข้าไปแสดงความรักตอบกลับให้คุณทันที

 

คำศัพท์น่ารู้สำหรับคนรักสัตว์

adopt (อะดอพท) – รับเลี้ยง

I want to adopt a baby tiger.

ชั้นอยากรับเลี้ยงลูกเสือจังเลย

 

puppy (พัพ’พี) – ลูกสุนัข

I think puppies are way more cuter than kittens.

ชั้นว่าลูกสุนัขน่ารักกว่าลูกแมวนะ

 

aggressive (อะเกรส’ซิฟว) – ก้าวร้าว

My dog is very aggressive to other dogs.

เจ้าตูบของชั้นก้าวร้าวกับตัวอื่นมากๆเลย

 

kitten (คิท’เทิน)- ลูกแมว

We adopted a kitten last weekend and wanted to spend all week with her.

พวกเราเพิ่งรับเลี้ยงลูกแมวเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนและต้องการใช้เวลากับเธอทั้งอาทิตย์

 

breed (บรีด) – สายพันธุ์

Is a rottweiler considered an aggressive breed ?

ร็อตไวเลอร์ถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ก้าวร้าวไหม ?

 

feed (ฟีด) – ให้อาหาร

It’s time to feed my puppy.

ถึงเวลาให้อาหารเจ้าลูกหมาน้อยของชั้นแล้ว

 

owner (โอน’เนอะ) – เจ้าของ

Dog owners are happier than non-dog owners.

คนเลี้ยงสุนัขมีความสุขมากกว่าคนที่ไม่ได้เลี้ยง

 

obedient (โอบี’เดียนทฺ) – เชื่อฟัง

Dogs are more obedient than cats.

สุนัขเชื่อฟังมากกว่าแมว

 

adorable (อะดอราเบิล) – น่ารัก น่าเอ็นดู

Adorable animals will make your heart explode from cuteness.

เหล่าสัตว์ที่น่าเอ็นดูจะทำให้หัวใจของคุณระเบิดออกด้วยความน่ารัก

 

loyalty (ลอย’เอิลที) – ความจงรักภักดี

Dogs are famous for their loyalty.

สุนัขขึ้นชื่อเรื่องความจงรักภักดี

 

ที่มา: pet.kapook.com

FB: English Genius : เพราะคำศัพท์คือหัวใจของภาษาอังกฤษ

วีธีเติมความหวาน จนน้ำตาลเรียกพี่ ให้คู่รักของคุณ

วีธีเติมความหวาน จนน้ำตาลเรียกพี่ ให้คู่รักของคุณ

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม และเป็นความรู้สึกดีดีที่คนสองคนมีให้กัน ในช่วงคบกันแรกๆความรักก็จะสดใส และเบ่งบานราวกันสวนดอกไม้ในเทพนิยาย แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ความรักอาจจะลดความหวานลงบ้าง จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นการทะเลาะและไม่เข้าใจกันอยู่บ่อยๆ วันนี้เราจึงมีวิธีเติมความหวานให้คู่รักมาฝากกัน จะมีวิธีไหนบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

เติมน้ำตาลด้วยความน่ารัก

 

ผู้หญิงอย่างเราจะไปโทษแต่อีกฝั่งว่าเขาทำตัวไม่ดี ดีแต่ทำให้เราเสียใจก็ไม่ได้นะคะ เราเองนี่แหละตัวดี “อาร์ตตัวแม่” ของจริงล่ะค่ะ ยิ่งช่วงวันนั้นของเดือน อารมณ์ไม่คงเส้นคงวาเมื่อไหร่ รู้กัน!!! ช่วงนี้เองเราอาจจะไปทำตัวไม่น่ารักใส่อีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ ดังนั้น วิธีเติมความหวานแบบง่ายๆข้อแรก คือ ทำตัวน่ารักใส่ซะเลย เช่น ทำเบนโตะให้ตอนเช้า กอดกันให้มากขึ้น ส่งข้อความหากัน แอบแชร์เพลงสื่อความรู้สึก

 

 

 

ผู้ชายคนไหนบ้างจะชอบผู้หญิงไม่น่ารัก? ยิ่งถ้าปกติเราชอบเหวี่ยงวีนใส่ แล้วจู่ๆ ไปออดอ้อนใส่เขา ทำตัวเป็นเด็กดี ลูกไก่ในกำมือ ถ้าเขาไม่กลับมาหลงให้มันรู้ไปสิ!

 

ใช้เวลาด้วยกันให้มากขึ้น

สังเกตเหล่าคู่รักดาราเวลาให้สัมภาษณ์ตอนเลิกกันบ้างมั้ยคะ? หนึ่งในเหตุผลยอดฮิตคงหนี้ไม่พ้น “เราไม่มีเวลาให้กัน” อยากจะบอกว่าคนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน การให้เวลากับคนสำคัญไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามเลยด้วยซ้ำค่ะ ถ้ายังรักกันอยู่ เพียงแค่แบ่งเวลาจากการทำงาน เพื่อไปมีเวลาส่วนตัว นั่งพูดคุย กินข้าว ไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง รักคงกลับมาหวานได้ไม่ยากหรอกค่ะ บางคู่เหมือนแค่คบกันผ่านโลกออนไลน์ ไลน์กันไปไลน์กันมา ตอบบ้างไม่ตอบบ้างแบบนี้รอดยากค่ะ! พูดเลย

 

ยอมแพ้บ้างก็ได้

บางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องหาคนผิดก็ได้ ลองย้อนไปดูว่ากันทะเลาะกันแต่ละครั้ง แล้วจบไม่ลง เพราะเรามัวแต่หาคนผิด หรือ ไม่มีใครพูดคำว่า “ขอโทษ” เคยได้ยินคนพูดว่าการที่ใครพูดคำว่าขอโทษ แม้ว่าคนนั้นจะไม่ผิด สะท้อนให้เห็นว่าเขาแคร์ความรู้สึกอีกฝ่ายมากกว่า มากจนแบบเออ “ฉันผิดก็ได้” แม้จะไม่ผิดเลยก็ตาม นี่แหละ “ความรัก” ไม่ว่าความสัมพันธ์ไหนๆ เราก็ควรห่วงความรู้สึกของกันและกันให้มาก มากพอที่จะยอมแพ้บ้างก็ได้ยังไงล่ะค่ะ

 

ทําเซอร์ไพรส์ให้สิ!

การทำเซอร์ไพรส์นี่แหละ เป็นการเติมน้ำตาลให้ชีวิตคู่ที่แท้จริง ไม่มีใครไม่ชอบการเซอร์ไพรส์หรอกค่ะ ยิ่งเป็นอีเว้นท์ที่จัดให้เพื่อคนๆ นั้นโดยเฉพาะ เพราะในความตกใจก็แอบปลื้มใจอยู่ไม่น้อย คนไม่รักกัน เขาไม่ทำให้กันหรอกเนอะ รักจืดเมื่อไหร่ จัดไปอย่าให้เสียค่า รับรองความหวานคืนกับมาอย่างแน่นอน อีกอย่างไม่ต้องรอถึงวันสำคัญก็ทำได้นะคะ

 

จับมือกันให้แน่นกว่าเดิม

ในวันที่รู้สึกรักที่มีมันเริ่มเจือจางแต่รู้สึกว่ายังอยากอยู่กับคนๆ นี้อยู่ลอง “จับมือกันให้แน่นกว่าเดิม” ในที่นี้ หมายถึง จงมั่นคงและมั่นใจในความรักที่มีให้กันและกันให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าสาเหตุที่ทำให้รักจืดชืดจะเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นระยะทาง ความห่างเหิน พูดกันน้อยลง ทะเลาะกันมากขึ้น หรืออะไรก็ตามแต่ เชื่อเถอะว่าสิ่งที่ทั้งสองคนผ่านมาด้วยกัน หรือความรู้สึกที่มีให้กัน ถ้ามันมากพอทั้งสองฝ่าย ต่อให้รักจืดเหมือนหมากฝรั่งหมดรสชาติแล้ว พวกเขาคงไม่ปล่อยมือกันง่ายๆ หรอกค่ะ นอกซะจากว่า “เขาไม่รักกันแล้ว”

 

คำเรียก “แฟน” น่ารักๆ เก็บไว้ไปอ้อนกันเถอะ!

My lady (นายหญิงของป๋มมมม) : เรียกขนาดเป็นนายหญิง เทอดทูนยิ่งกว่าแม่กันไปเลย

My Prince (เจ้าชายของชั้น) : แทบจะหลุดมาจากนิยาย เป็นเจ้าชายในฝันของเก๊าเลยย

Darling  : ที่รัก ยอดยาหยี๋ จะใช้ในโอกาสของคนที่กำลังมีความรักที่หวานแหวว กำลังรักอย่างลึกซึ้งมาก

Baby Doll (ตุ๊กตาน่ารัก) : เห็นเธอแล้วนึกถึงตุ๊กตาตัวน้อย ๆ น่าทะนุถนอม

Teddy Bear (พี่หมีเท็ดดี้) : คนไทยบอกผู้หญิงเป็นแม่หมี แต่ฝรั่งจะเป็นผู้ชาย พ่อหมีตัวใหญ่ๆ นุ่มๆ นิ่มๆ เป็นตุ๊กตาหมี น่ากอด น่าฟัด จะตาย (>.,<)

Sweetie : มาจากคำเต็มว่า Sweetheart ดังนั้นสองคำนี้เหมือนกัน แต่คำว่า sweetie มักจะใช้กับเด็กๆ ส่วน sweetheart มักจะใช้กับผู้ใหญ่แล้ว

Baby : มักจะใช้กับความรักของคนที่ยังอายุน้อยอยู่ มักจะได้ยินผู้ชายเรียกแฟนหรือคนรักว่า babe อ่านว่า เบบ

Stinky (ไอเน่า!) : เล่นแต่เกมส์ น้ำท่าไม่อาบ ฟันก็ไม่แปรง แกนี่มันเน่าชัด ๆ!

Munchkin (ยัยเปี๊ยก!) : คำนี้คงไม่ค่อยคุ้นกันเนอะ อ่านว่า มันชคิน เอาไว้เรียกคนตัวเล็ก ๆ แบบเอ็นดู ก็คงเหมือนคนไทยเรียกกันว่า ยัยเปี๊ยกอ่ะแหละ

My love : ที่รัก

My boy / My girl : ผู้ชายของฉัน / ผู้หญิงของผม

My Boo : ความหมายคล้าย My love

Love of my life

My little sunshine

Beloved : ที่รัก

 

ที่มา: www.beautyhunter.co.th

teen.mthai.com

บทสนทนาเมื่อเรา “หลงทาง” (Getting lost)

การเดินทางทุกครั้งเราควรศึกษาเส้นทางอย่างรอบครอบเสียก่อน แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงได้ เช่น “การหลงทาง” วันนี้เราจึงนำประโยคที่ใช้ขอความช่วยเหลือหากเกิดกรณีนี้ขึ้น จะน่าสนใจขนาดไหนตามพวกเราไปดูกันเลย!!

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ Getting lost (เมื่อเราหลงทาง)

Example sentences

Help me, please. I’m lost.
เฮลพ์ มี พลีส ไอม ลอส
ช่วยด้วยครับ ผมหลงทาง
I think we are lost.
ไอ ธิงค์ วี อา ลอส
ฉันคิดว่าเราหลงทางนะ
Excuse me, we are looking for….
เอ็กซคูสมี วี อา ลุคคิ่ง ฟอ…
ขอโทษนะคะ พวกเรากำลังมองหา….
Where is the …please?
แวร์ อีส เธอะ …พลีซ
….อยู่ที่ไหนค่ะ
Do you know where it is?
ดู ยู โนว แว อิท อีส
เธอรู้ไหมว่ามันอยู่ไหน
Can you tell me the way to the …. ?
แคน ยู เทล มี เธอะ เวย์ ทู เธอะ …
ช่วยบอกทางไป …… หน่อยได้ไหมครับ
Are you lost?
อา ยู ลอส
คุณหลงทางรึป่าว

Related image

ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษ (Conversation) เกี่ยวกับ เมื่อเราหลงทาง (Getting lost)

Penny :
เพนนี
Josh, I think we are lost. We passed here 3 times already!
จอช ไอ ธิงค์ วี อา ลอส วี พาส เฮีย ทรี ไทมส์ ออลเรดี้
จอช ฉันคิดว่าเราหลงทางนะ เราผ่านตรงนี้มาตั้ง 3 ครั้งแล้ว
Josh :
จอช
Yeah, I think so as well. There are so many small streets in this town and I think the map isn’t updated.
เย่ ไอ ธิงค์ โซ แอส เวล แด อา โซ แมนี่ สมอล สตรีท อิน ดิส ทาวน์ แอน ไอ ธิงค์ เดอะ แมพ อิสึ้น อัพเดท
ใช่ ฉันก็คิดว่างั้น มีตรอกซอกซอยเยอะมากในเมืองนี้ และฉันก็คิดว่าแผนที่มันไม่ได้รับการอัพเดท
Penny :
เพนนี
Really? Should we ask someone here?
เรียลรี้? ชู้ด วี อาสก์ ซัมวัน เฮีย?
จริงหรอ เราควรถามใครที่นี่ดีไหม
Josh :
จอช
Yes, let’s ask them.
เยส เลทส์ อาสก์ เด็ม
ได้ งั้นถามพวกเขากัน

They walk into a restaurant nearby
เด วอล์ค อินทู อะ เรสเทอรอน เนียบาย
พวกเขาเดินเข้าไปในร้านอาหารใกล้ๆ

บทสนทนาภาษาอังกฤษ 3 คน

Penny :
เพนนี
Excuse me, we are looking for a coffee shop called Lullaby. Do you know it?
เอ็กซคูสมี วี อา ลุคคิ่ง ฟอ อะ คอฟฟี่ช็อป คอล ลัลลาบาย ดู ยู โนว อิท
ขอโทษนะคะ พวกเรากำลังมองหาร้านกาแฟที่ชื่อว่าลัลลาบาย คุณรู้จักไหมคะ
Stranger :
สเตรนเจอร์
คนแปลกหน้า
hmm No, I’ve never heard about it before.
ฮืมม โน ไอฟ์ เนเวอ เฮิร์ด อะเบ้า อิท บีฟอร์
ไม่นะ ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
Penny :
เพนนี
Oh I see. Thank you.
โอ้ ไอ ซี แธ้งคิ่ว
อ้อ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
Josh :
จอช
What did he say?
ว็อท ดิด ฮี เซ
เขาว่าไง
Penny :
เพนนี
He doesn’t know it.
ฮี ดาสึ้น โนว อิท
เขาไม่รู้จัก
Josh :
จอช
Oh, alright.
โอ้ ออลไรท์
โอ้ งั้นหรอ
Penny :
เพนนี
Are you sure Jeff gave us the right location?
อา ยู ชัว เจฟ แกฟ อัส เดอะ ไรท์ โลเคชั่น
เธอแน่ใจหรอว่าเจฟให้ตำแหน่งที่ตั้งมาถูกต้อง
Josh :
จอช
Yes, I think so. Let me ask that girl, maybe she knows.
เยส ไอ ธิ้งค์ โซ เลท มี อาสก์ แดท เกิร์ล เมบี ชี โนวส์
ใช่ ฉันคิดว่างั้นนะ เดี๋ยวฉันลองถามเด็กผู้หญิงคนนั้น เธออาจจะรู้ก็ได้

Image result for ถามทาง

Josh asks the girl who’s passing by
จอช อาสก์ เดอะ เกิร์ล ฮู พาสซิ่ง บาย
จอชถามเด็กผู้หญิงที่เดินผ่านมา

บทสนทนาภาษาอังกฤษ 3 คน

Girl :
เกิร์ล
เด็กผู้หญิง
Hello, are you lost?
เฮลโล่ อา ยู ลอส
สวัสดีค่ะ พวกคุณหลงทางรึป่าวค่ะ
Josh :
จอช
Yes, we are. I’m looking for a coffee shop named Lullaby. Do you know where it is?
เยส วี อา แอม ลุคคิ่ง ฟอ อะ คอฟฟีช็อป เนม ลัลลาบาย ดู ยู โนว แว อิท อีส
ใช่ ฉันกำลังมองหาร้านกาแฟที่ชื่อว่าลัลลาบาย เธอรู้ไหมว่ามันอยู่ไหน
Girl :
เกิร์ล
เด็กผู้หญิง
Yes, I’m going there to meet a friend. Do you want to come with me?
เยส แอม โกอิ้ง แด ทู มีท อะ เฟรน ดู ยู วอนท์ ทู คัม วิธ มี
รู้ค่ะ ฉันกำลังจะไปพบเพื่อนที่นั่น ไปด้วยกันเลยไหม
Josh :
จอช
of course. That would be great. We spent almost 30 minutes finding it but it seems we came to the same corner 3 times already.
ออฟ คอร์ส แดท วู้ด บี เกรท วี สเพนท์ ออโมส เทอตี้ มินิส ไฟนดิ้ง อิท บัท อิท ซีมส์ วี เคม ทู เดอะ เซม คอรเนอร์ ทรี ไทมส์ ออลเรดี้
ได้สิ เยี่ยมไปเลย เราใช้เวลาเกือบ 30 นาทีหามัน แต่ก็เหมือนเราเดินกลับมาที่เดิมตั้ง 3 ครั้งละ
Girl :
เกิร์ล
เด็กผู้หญิง
Oh, that’s too bad. Okay follow me.
โอ้ แดทส์ ทู่ แบด โอเค ฟอลโล่ว มี
โอ้ แย่จัง โอเค ตามฉันมาเลยค่ะ
Penny :
เพนนี
Thank you so much.
แธ้งคิ่ว โซ มัช
ขอบคุณมากเลยนะ
Girl :
เกิร์ล
เด็กผู้หญิง
That’s alright. I’m going there anyway.
แดทส์ ออลไรท์ แอม โกอิ้ง แด เอนี่เวย์
ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงฉันก็จะไปที่นั่นอยู่แล้ว

engenjoy.blogspot.com

ประโยคภาษาอังกฤษบอกอาการเจ็บป่วย (Sickness)

เมื่อต้องการสอบถามอาการไม่สบายของอีกฝ่าย

What’s the matter?
วอทส เธอะ แมทเทอะ
เกิดอะไรขึ้น, เป็นอะไรหรือ
What’s the problem?
วอทส เธอะ พรอบเลิม
มีปัญหาอะไรหรือ
How are you feeling?
ฮาว อาร์ ยู ฟิลลิง
คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
Are you feeling alright?
อาร์ ยู ฟิลลิง ออลไรท
คุณไหวไหม
Are you feeling any better?
อาร์ ยู ฟีลลิง เอนนี เบทเทอะ
คุณรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม
I hope you feel better soon.
ไอ โฮพ ยู ฟีล เบทเทอะ ซูน
หวังว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้นเร็วๆ นี้
Get well soon!
เกท เวล ซูน
หายไวๆ นะ

การบอกอาการเจ็บป่วย และบอกว่า ฉันเป็น หรือมีอาการ… พร้อมยกตัวอย่างอาการต่างๆ ดังต่อไปนี้

I’m not well.
ไอม นอท เวล
ฉันรู้สึกไม่ดีเลย
I feel very weak.
ไอ ฟีล เวรี วีค
ฉันรู้สึกอ่อนเพลียมาก
I’m not feeling very well.
ไอม นอท ฟีลลิง เวรี เวล
ฉันรู้สึกไม่ดีเอามากๆ เลย
I feel ill/sick.
ไอ ฟีล อิล/ซิค
ฉันรู้สึกไม่สบาย/ป่วย
I’m going to be sick.
ไอ โกอิง ทู บี ซิค
ฉันกำลังป่วย
I’ve been sick.
ไอฟว บีน ซิค
ฉันป่วย
I feel faint.
ไอ ฟีล เฟนท
ฉันรู้สึกเหมือนจะเป็นลม
My head is giddy.
มาย เฮด อีส กิดดี
ฉันรู้สึกเวียนศีรษะ
My tongue is coated.
มาย ทัง อีส โคททิด
ลิ้นของผมเป็นฝ้าขาว
I’m asthmatic.
ไอม แอชแมททิค
ฉันเป็นโรคหอบหืด
I’m epileptic.
ไอม เอพพะเลพทิค
ฉันเป็นโรคลมบ้าหมู
I’m diabetic.
ไอม ไดอะเบททิค
ฉันเป็นโรคเบาหวาน

Image result for ป่วย

การใช้รูปประโยค เพื่อบอกว่า ฉันเป็น หรืออาการ… ” I have (got)…” ใช้กับอาการต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

a headache อะ เฮดเอค ปวดหัว
a toothache อะ ทูธเอค ปวดฟัน
a sore throat อะ ซอร์โธรท เจ็บคอ
a cough อะ คอฟ ไอ
a cold อะ โคลด เป็นหวัด
a fever อะ ฟีเวอะ มีไข้
a flu อะ ฟลู เป็นไข้หวัดใหญ่
a rash อะ แรช ผื่นขึ้น
a lump อะ ลัมพ ฉันมีก้อนนูน
diarrhoea ไดอะเรีย ท้องร่วง

 

I’m congested.
ไอม คันเจสทิด
ฉันมีเลือดคั่ง
I’ve cut myself.
ไอฟว คัท มายเซลฟ
ฉันถูกมีดบาด
I have broken my…
ไอ แฮฟว โบรเคิน มาย…
ฉันทำ…(ของฉัน)หัก
I cough constantly.
ไอ คอฟ คอนสเทินทลี
ฉันไออยู่ตลอดเวลาเลย
I feel thirsty.
ไอ ฟีล เธิร์สที
ฉันรู้สึกกระหายน้ำ
My nose is bleeding.
มาย โนส อีส บลีดดิง
ฉันมีเลือดกำเดาไหล
My…are hurting.
มาย…อาร์ เฮิร์ททิง
…ของฉันเจ็บ
My…hurts.
มาย…เฮิร์ทส
…ของฉันเจ็บ
My…are aching.
มาย…อาร์ เอคชิง
…ของฉันปวด
It hurts here.
อิท เฮิร์ทส เฮียร์
ปวดตรงนี้
The dog bit me (in the…). สุนัขกัดฉัน (ที่…)
I have loose bowels.
ไอ แฮฟว ลูส เบาเอิลส
ฉันท้องเสีย
I’ve been like this for several days.
ไอฟว บีน ไลค ธิส ฟอร์ เซฟเวอะเริล เดย์ส
ฉันเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้ว
I’ve got a pain in my…
ไอฟว กอท อะ เพน อิน มาย…
ฉันปวดที่…ของฉัน
I’ve got a swollen…
ไอฟว กอท อะ สโวเลิน…
…ของฉันบวม
I’m in a lot of pain.
ไอม อิน อะ ลอท ออฟ เพน
ฉันเจ็บมาก

 

I have a pain all through the body.
ไอ แฮฟว อะ เพน ออล ธรู เธอะ บอดี
ฉันรู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวเลย
I have a terrible pain in my chest.
ไอ แฮฟว อะ เทอระเบิล เพน อิน มาย เชสท
ฉันรู้สึกเจ็บในอกมากเลย
I think I’ve pulled a muscle in my leg.
ไอ ธิงค ไอฟว พูลด อะ มัสเซิล อิน มาย เลก
ฉันคิดว่ากล้ามเนื้อขาของฉันถูกกระชาก/ดึง
I have a palpitation of the heart.
ไอ แฮฟว อะ แพลพิเทชัน ออฟ เธอะ ฮาร์ท
หัวใจของฉันเต้นถี่มาก
I’ve been having difficulty sleeping.
ไอฟว บีน แฮฟวิง ดิฟฟิคัลที สลีพพิง
ฉันนอนไม่หลับ/หลับยาก
I do not sleep well.
ไอ ดู นอท สลีพ เวล
ฉันนอนไม่ค่อยหลับ
I’m having difficulty breathing.
ไอม แฮฟวิง ดิฟฟิคัลที บรีธธิง
ฉันหายใจลำบาก
I’ve been feeling depressed.
ไอฟว บีน ฟีลลิง ดีเพรสด
ฉันรู้สึกหดหู่ใจ
I’ve got very little energy.
ไอฟว กอท เวรี ลิทเทิล เอนเนอะจี
ฉันไม่ค่อยมีแรง
I’ve been feeling very tired.
ไอฟว บีน ฟีลลิง เวรี ไทเออะด
ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก
I have no appetite for anything.
ไอ แฮฟว โน แอพพิไทท ฟอร์ เอนนีธิง
ฉันไม่รู้สึกอยากทานอะไรเลย
I feel like vomiting all the time.
ไอ ฟีล ไลค วอมมิททิง ออล เธอะ ไทม
ฉันรู้สึกอยากจะอาเจียนตลอดเวลาเลย

Related image

I need some more insulin.
ไอ นีด ซัม มอร์ อินซะลิน
ฉันต้องการยาอินซูลิน
I need another inhaler.
ไอ นีด อะนาเธอะ อินเฮเลอะ
ฉันต้องการเครื่องช่วยหายใจ
I need to see a doctor.
ไอ นีด ทู ซี อะ ดอคเทอะ
ฉันต้องการไปหาหมอ
Have you got any plasters?
แฮฟว ยู กอท เอนนี พลาสเทอะส
คุณมีพลาสเตอร์ยาบ้างไหม
Have you got any painkillers?
แฮฟว ยู กอท เอนนี เพนคิลเลิอะส
คุณมียาแก้ปวดไหม
Have you got any aspirin?
แฮฟว ยู กอท เอนนี แอสไพริน
คุณมียาแอสไพรินบ้างไหม

 

สมมุติว่าคุณเข้าโรงพยาบาล ตัวอย่างประโยคต่อไปนี้ที่แพทย์มักใช้ถามกับคนไข้ที่มารับบริการ ตัวอย่างเช่น

How can I help you?
ฮาว แคน ไอ เฮลพ ยู
ฉันจะช่วยคุณได้อย่างไร
What are your symptoms?
วอท อาร์ ยัวร์ ซิมพเทิมส
อาการของคุณเป็นอย่างไร
How have you been feeling generally?
ฮาว แฮฟว ยู บีน ฟีลลิง เจนเนอะเริลลี
คุณรู้สึกแบบนี้เป็นประจำไหม
How long have you been feeling like this?
ฮาว ลอง แฮฟว ยู บีน ฟีลลิง ไลค ธิส
คุณรู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว
I’ve been like this for several days.
ไอฟว บีน ไลค ธิส ฟอร์ เซฟเวอะเริล เดย์ส
ฉันเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้ว
Are you on any sort of medication?
อาร์ ยู ออน เอนนี ซอร์ท ออฟ เมดดิเคชัน
คุณกินยาอะไรอยู่บ้างไหม

หากได้รับยาที่ห้องจ่ายยา เภสัชกร อาจถามคนไข้ ด้วยประโยคที่ว่า…

Do you have any allergies?
ดู ยู แฮฟว เอนนี แอลเลอะจีส
คุณแพ้อะไรบ้างไหม
I’m allergic to antibiotics.
ไอม แอลเลอะจิค ทู แอนทีไบออททิคส
ฉันแพ้ยาปฏิชีวนะ
ประโยคต่อไปนี้เป็นประโยคสนทนาเกี่ยวกับการตรวจการรักษาอาการของคนไข้ อาจไม่ใช่ประโยคที่เป็นมาตรฐานที่ใช้สนทนากัน ซึ่งแล้วแต่แพทย์จะถามหรือสนทนากับคนไข้ และได้รวบรวมประโยคภาษาอังกฤษแบบทั่วไปที่มักพบบ่อยใช้สนทนากันมาพอเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้

Image result for จ่ายยา

Can I have a look?
แคน ไอ แฮฟว อะ ลุค
ขอดูหน่อยได้ไหม
Where does it hurt?
แวร์ ดาส อิท เฮิร์ท
เจ็บตรงไหน
Does it hurt when I press here?
ดาส อิท เฮิร์ท เวน ไอ เพรส เฮียร์
กดตรงนี้เจ็บไหม
I’m going to take your blood pressure.
ไอม โกอิง ทู เทค ยัวร์ บลัด เพรชเชอะ
ฉันกำลังจะวัดความดันโลหิตคุณนะ
I’m going to take your temperature/pulse.
ไอม โกอิง ทู เทค ยัวร์ เทมเพอะระเชอะ/พัลซ
ฉันกำลังจะวัดอุณหภูมิร่างกาย/วัดชีพจร คุณนะ
Could you roll up your sleeve?
คูด ยู โรล อัพ ยัวร์ สลีฟว
ช่วยพับแขนเสื้อของคุณหน่อยได้ไหม
Your blood pressure is…
ยัวร์ บลัด เพรชเชอะ อีส…
ควมดันโลหิตของคุณ…
Quite low/Normal/Rather high/Very high
ไควท โล/นอร์เมิล/ราเธอะ ไฮ/เวรี ไฮ
ต่ำมาก/ปกติ/ค่อนข้างสูง/สูงมาก
Your temperature is…
ยัวร์ บลัด เพรชเชอะ อีส…
อุณหภูมิของคุณ…
Normal/A little high/Very high
นอร์เมิล/อะ ลิทเทิล ไฮ/เวรี ไฮ
ปกติ/สูงเล็กน้อย/สูงมาก
Open your mouth, please.
โอเพิน ยัวร์ เมาท พลีซ
กรุณาอ้าปาก
Cough, please.
คอฟ พลีซ
กรุณาไอ/กระแอม

 

Do you have any difficulty in swallowing?
ดู ยู แฮฟว เอนนี ดิฟฟิคัลที อิน สวอลโลวิง
คุณรู้สึกเจ็บคอหรือเปล่าเวลากลืนน้ำลาย
You need to have a blood test.
ยู นีด ทู แฮฟว อะ บลัด เทสท
คุณจำเป็นต้องตรวจเลือดนะ
I want to send you for an X-ray.
ไอ วอนท ทู เซนด ยู ฟอร์ แอน เอคซเรย์
ผมอยากส่งคุณไปเข้ารับการเอ็กซเรย์
I want you to see a specialist.
ไอ วอนท ยู ทู ซี อะ สเพชชะลิสท
ฉันอยากให้คุณไปพบผู้เชี่ยวชาญ
You need to be hospitalized.
ยู นีด ทู บี ฮอสพิเทิลไลซด
คุณต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล

การให้คำแนะนำต่างๆ สามารถใช้ประโยคคำว่า You should… หรือ You need to… แปลว่า คุณควรจะ… เช่น

Related image
ํYou should stop smoking.
ยู ชูด สทอพ สโมคคิง
คุณควรจะหยุดสูบบุหรี่นะ
You need to exercise at least twice a week.
ยู นีด ทู เอคเซอะไซซ แอท ลีสท ทไวซ อะ วีค
คุณควรออกกำลังกายอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์นะ

ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษ (Conversation)

John : Hi, Gade. What’s the matter? You look not well.
ไฮ เกด วอทส เธอะ แมทเทอะ ยู ลุค นอท เวล
สวัสดีเกด เกิดอะไรขึ้น คุณดูอาการไม่ค่อยดีเลยนะ
Gade : Hi John I’m not feeling well. I think I have a cold.
ไฮ จอห์น ไอม นอท ฟีลลิง เวล ไอ ธิงค ไอ แฮฟว อะ โคลด
สวัสดีจอห์น ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย ฉันคิดว่าฉันคงจะเป็นหวัดน่ะ
John : That sounds terrible. Did you see any doctors?
แธท เซานดส เทอระเบิล ดิด ยู ซี เอนนี ดอคเทอะส
ฟังดูแย่จัง คุณไปหาหมอบ้างหรือยัง
Gade : Yes, he gave me some pills. It wouldn’t be like this if only I took an umbrella to the class.
เยส ฮี แกฟว มี ซัม พิลส อิท วูดดึนท บี ไลค ธิส อิฟ โอนลี ไอ ทุค แอน อัมเบรลละ ทู เธอะ คลาส
หาแล้ว หมอก็ให้ยามากินน่ะ มันคงไม่เป็นอย่างนี้หรอก ถ้าแค่ฉันพกร่มไปด้วย
John : I think so. Well, I hope you feel better soon.
ไอ ธิงค โซ เวล ไอ โฮพ ยู ฟีล เบทเทอะ ซูน
ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ หวังว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้นเร็วๆ นี้นะ
Gade : I hope so. Thank you so much.
ไอ โฮพ โซ แธงคิว โซ มัช
ฉันก็หวังให้เป็นเช่นนั้น ขอบคุณมากนะ

 

engenjoy.blogspot.com

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ “การเกษตร”

การปลูกต้นไม้ เป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโลก เพิ่มออกซิเจน และลดภาวะโลกร้อน ปัจจุบันจึงมีการรณรงค์ให้ประชาชนปลูกต้นไม้กันมากขึ้น วันนี้เรามีคำศัพท์เกี่ยวกับการทำการเกษตรมาฝากกัน จะมีคำไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปดูกันเลย!

Garden hose สายยางรดน้ำ
Vegetable seeds เมล็ดพันธุ์ผัก
Work gloves ถุงมือ
Spade เสียม
Trowel พลั่ว
Hedge clippers กรรไกรตัดหญ้า
Hoe จอบ
Fork ส้อมพรวนดิน
Rake คราด
Shovel พลั่ว

Image result for ทำสวน

Fertilizer ปุ๋ย
Watering con กระป๋องฝักบัว
Lawn mower เครื่องตัดหญ้า
Wheel borrow รถเข็นล้อเดียวมีด้ามจับสองข้าง
Fail ถังน้ำ
pot กระถางต้นไม้
Osmosis การดูดธาตุอาหารของพืช
plasmolysis การคายน้ำของพืช
evaporation การคายน้ำของพืช
rope เชือก

Image result for ทำสวน

radder บันได
Pliers คีม
Tool box กล่องเครื่องมือ
prunning การตัดแต่ง
Grow การปลูก
growth การเจริญเติบโต
germination การงอก
Damping off โรคเน่าคอดิน
Epidemic โรคติดต่อ
Erosion การพังทะลาย (ดิน)

Related image

 

Furrow ร่องในแปลงพืช
Compost fertilizer ปุ๋ยหมัก
Commercial fertilizer ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
Lawn mower เครื่องตัดหญ้า
Wheel borrow รถเข็นล้อเดียวมีด้ามจับสองข้าง
Farm ไร่,นา
Fibrous roots รากแขนง
Fence รั้ว
Fiber crop พืชเส้นใย

 

il-nang.blogspot.com