Before I Fall – Official Trailer ตัวอย่าง ซับไทย

ในชีวิตนี้ อาจจะได้พานพบกับหนังที่ตัวละครจะต้องวนอยู่ในลูปมาหลายเรื่องอยู่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคนในวัยผู้ใหญ่เสียมากกว่า จนวันนี้ ได้เจอกับหนังวนลูปอีกเรื่องที่เล่าเรื่องของวัยรุ่น ‘Before I Fall’ ตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย

ภาพจากหนังตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย

ผลงานของผู้กำกับสาว Ry Russo-Young ที่เล่าเรื่องของกลุ่มเพื่อนสาวสี่คนที่หนึ่งในนั้นติดอยู่ในลูป นำแสดงโดยสาวหน้าใส Zoey Deutch ที่เคยรับบทเด่นบทรองมาหลายเรื่องทั้ง Everybody Wants Some!!(2016), Why Him? (2016), Dirty Grandpa (2016), Vampire Academy (2014) และ Beautiful Creatures (2013)

เรื่องนี้เธอรับบทนางเอกอีกครั้ง!

เรื่องย่อหนัง ‘Before I Fall’

ชีวิตของเธอไม่ไปไหน ตื่นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในวันก่อนหน้าโดยไม่มีสาเหตุ แซม หรือ ซาแมนธา คิงส์ตัน (Zoey Deutch) เธอมีกลุ่มเพื่อนสาวที่สนิทสนมกันมาก อย่าง ลินเซย์ (Halston Sage), อีโลดี้ (Medalion Rahimi) และอัลลี่ (Cynthy Wu) เหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในวันเดียวคือเหตุการณ์ในทำนองเดียวกับที่ทุกคนได้พบได้เจอ

นั่นคือ มันเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิตของเรา แต่มันไม่ใช่สำหรับเธอ

ตัวอย่างหนังตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย’ [ซับไทย]

An error occurred.

Try watching this video on www.youtube.com, or enable JavaScript if it is disabled in your browser.

วันนั้นเธอและเพื่อนประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตไปแล้ว แต่เธอกลับพบว่า ตัวเองตื่นมาบนเตียงเดิมในเสื้อผ้าชุดเดิมกับที่เมื่อเช้าเธอสวมใส่ มีเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างออกไป

เธอพบว่าเมื่อถึงเวลาที่เธอตายวันก่อน เธอก็จะกลับตื่นมาบนเตียงเหมือนเช่นเคยทุกครั้ง

โดยไม่รู้ว่าเธอจะหลุดพ้นจากการวนลูปนี้ได้อย่างไร

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Before I Fall’

ความคาดหวังที่มีต่อหนังเรื่องนี้ก่อนจะได้พบกับหนังจริงๆ นั้นไม่ได้มีมากมายนัก เรียกได้ว่าทำใจเอาไว้ประมาณหนึ่งแล้ว แต่ก็กลับพบว่า เมื่อได้ดูหนังเต็มๆ ในโรง มันกลับอินอย่างบอกไม่ถูก อาจจะด้วยเพราะการเล่าเรื่องและเพราะเสน่ห์ในการแสดงของนางเอกด้วยก็เป็นได้

ตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย ชีวิตวนลูปของสาววัยใส

หนังมันเรื่องวันสุดท้ายเต็มๆ ของแซมก่อนที่จะพบว่า เธอกำลังอยู่ในลูปของวันสุดท้ายในชีวิตของเธออย่างไม่รู้จุดสิ้นสุด ไม่รู้ว่าจะออกจากมันไปได้อย่างไร ด้วยการเล่าชีวิตวันเดิมที่เปลี่ยนแปลงไปทุกครั้ง วนอยู่เช่นนั้นซ้ำๆ ให้ออกมาน่าสนใจ

วิธีการเล่าที่ชักชวนให้ลุ้นระทึกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ชักพาให้คนดูรู้สึกอยากรู้ตามไป

ภาพจากหนังตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย

เพราะคนดูจะไม่รู้ว่า วันนี้ นางเอกเธอจะตื่นมาแล้วเลือกจะทำชีวิตวันสุดท้ายของเธออย่างไร รู้เพียงคร่าวๆ ว่า มันมีอะไรจากวันสุดท้ายครั้งก่อนที่เธอได้บทเรียนมาบ้าง และเธอจะนำมันมาปรับเปลี่ยนมันใหม่ในครั้งนี้

ลักษณะของการเดินเรื่องหนังและโครงพล็อตมันดูไม่ต่างอะไรนักกับ ‘Edge of Tomorrow’ และ ‘Groundhog Day’ สักเท่าไหร่ จะต่างกันก็ตรงมันเป็นเรื่องราวของชีวิตเด็กวัยรุ่น ที่รอบตัวของเธอก็คือเพื่อนในโรงเรียน ความรักของวัยรุ่น และครอบครัวของตัวเธอเอง มันจึงเป็นหนังดราม่าลึกลับที่คาดเดาได้ยากเป็นบางส่วน

ชวนลุ้นติดตามไปจนถึงตอบจบได้ดี

ให้แง่คิดทั้งเรื่อง ครอบครัว เพื่อน ความรัก แม้กระทั่งเรื่อง bully

เอาจริงๆ หนังก็บอกเล่าหลายสิ่งหลายอย่างมากๆ ในชีวิตของวัยรุ่นคนหนึ่งพึงจะมี แซมมีครอบครัวที่เธอไม่ค่อยจะแฮปปี้สักเท่าไหร่ ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รักและมีคุณค่ากับพ่อแม่หรือน้องอย่างเพียงพอ ชีวิตของเธอจึงทุ่มลงไปกับเพื่อนสาวที่สนิทมากมายของเธอ

เธอมีแฟนหนุ่มที่หวังว่าจะพัฒนาความรักไปอีกขั้น และเธอก็มีเพื่อนบางคนในโรงเรียนที่ถูกทำร้ายด้วยการกระทำของกลุ่มของเธอ

และเอาเข้าจริงๆ มันก็คือเรื่องเดิมๆ ที่หนังหลายเรื่องเคยเล่ามา

แต่สิ่งที่หนังทำได้คือทำให้เรารู้สึกลุ้นตาม และด้วยประสบการณ์ร่วมบางอย่างทำให้เรารู้สึกอินไปกับเรื่องราวที่ดูจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ หลายคนอาจรู้สึกว่าชีวิตในวัยเรียนเคยได้พบเจอกับการถูกล้อเลียนเชิง bully จนกลายเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม หนังชวนให้ขุดเอาสิ่งที่เคยรู้สึกเหล่านั้นให้ผุดกลับขึ้นมาอีกครั้ง และนั่นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เราอิน

โปสเตอร์หนังของตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย

การที่เราใช้ชีวิตด้วยเวลาที่เดินเป็นเส้นตรงคือการที่เราไม่อาจจะกลับไปแก้ไขความผิดพลาดที่เราอาจมองไม่เห็นในอดีตได้อีก แต่แซมมีโอกาสนั้น แม้เธอจะรู้สึกย่ำแย่กลับการที่ต้องทนเจออะไรซ้ำๆ ไปทุกวัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีข้อดีอีกอย่างที่ทำให้เธอสามารถกลับไปแก้ไขอะไรเหล่านั้นได้

และมันรวมไปถึงเรื่องรักหนุ่มสาวและครอบครัวอีกด้วย

มันอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันก็คือเรื่องที่วัยรุ่นทุกคนต้องได้เจอ หากในความดีของหนังก็ยังพอรู้สึกอยู่บ้างว่า มันดำเนินเรื่องไปตามสูตรซึ่งสำหรับหลายๆ คนมันง่ายต่อการทำความเข้าใจเรื่องราว ทุกสิ่งที่เกิดมีเหตุมีผลมีที่มาที่ไป แค่หนังจะพยายามรวบทุกอย่างมาเล่าไปหน่อย

จนอาจทำให้บางส่วนของหนังดูรวบรัดในด้าน timing ดูไปอาจแหม่งว่าจังหวะของเรื่องพอดีกันรึเปล่า อะไรเช่นนั้นเป็นต้น อีกจุดที่ยังขัดใจอยู่บ้างคือ การวนลูปที่ดูไร้ที่มาไม่พอ มันยังไร้ที่ไปอีกด้วย

โซอี้ ดุตช์ เป็นนางเอกที่ทั้งน่ารักและเล่นดราม่าได้น่าอิน

อีกสิ่งที่ต้องบอกว่าเป็นจุดเด่นของ ตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย จริงๆ ก็คือนางเอกของเรา Zoey Deutch หรือโซอี้ ดุตช์ นอกจากจะมีหน้าตาที่น่ารักยิ้มใจละลายเป็นอาวุธแล้ว ลีลาการแสดงของเธอก็เข้าขั้นดีจนเราซึ้งและอินตามไปด้วยอีกต่างหาก

เรื่องของครอบครัวเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มักจะสะกดต่อมดราม่าในตัวให้ออกมาทำงาน เมื่อรวมร่างเข้ากับนักแสดงที่มีทั้งหน้าตาและรอยยิ้มชวนหลงใหล แถมยังเล่นได้ดีจนยอมใจ เลยอดไม่ได้ที่จะมีน้ำตา

เรามักมีชีวิตอยู่อย่างจำเจในทุกวันอยู่แล้วแหละครับ แต่ละวันก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป เราอาจรู้สึกเบื่อบ้างกับชีวิตที่ซ้ำไปซ้ำมาจนบางครั้งก็ได้แต่ปล่อยให้มันดำเนินไป แซมกลับได้โอกาสนั้น โอกาสที่จะได้กลับไปมองดูมันซ้ำๆ เพื่อจะเห็นว่ามีอะไรบางอย่างในชีวิตที่เธอมองข้ามไป และเวลาหนึ่งวันที่ดูเหมือนน้อยนิด แต่การวนลูปทำให้เหมือนมันมีโอกาสได้แก้ไขเริ่มใหม่ไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าเธอผิดพลาดในการทดลองเพื่อแก้ไข

เธอก็ยังมีโอกาสได้กลับไปแก้มันใหม่อีกครั้ง

ภาพจากหนังตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย

ในโลกแห่งความเป็นจริง มันก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีโอกาสจะแก้ไขอะไรที่มองข้ามหรือผิดพลาดไป เราแก้ไขสิ่งที่มันเกิดไปแล้วไม่ได้ แต่เรายังแก้ไขในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อยู่

ถ้าชีวิตเราวนลูป เราอาจจะทันมองเห็นอะไรที่เคยมองข้าม แต่ในเมื่อมันไม่มี เราจึงทำได้เพียงใช้ชีวิตหลังจากนี้ให้ดีที่สุด และหนังก็บอกกับเราว่าให้ใช้ทุกวันของเราให้เหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้ ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า

ทุกคนไม่มีโอกาสจะกลับไปแก้ไข ไม่มีวันจะได้กลับไปแก้ตัว

——————-

PatScore

ชื่อภาพยนตร์Before I Fall / ตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย
ผู้กำกับภาพยนตร์: Ry Russo-Young
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Maria Maggenti (screenplay), Lauren Oliver (novel)
นักแสดงนำ: Zoey Deutch, Halston Sage, Cynthy Wu, Kian Lawley, Elena Kampouris
ดนตรีประกอบ:
ความยาว: 98 นาที
แนว/ประเภท: Drama, Mystery
อัตราส่วนภาพ: 2.35 : 1
เรท: ไทย/, MPAA/PG-13
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 15 มิถุนายน 2560
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Awesomeness TV, Jon Shestack Productions

http://www.patsonic.com/

Ghost House – Official Trailer ตัวอย่าง ซับไทย

ชื่ออังกฤษ : Ghost House

ชื่อไทยมันอยู่ในศาล

ประเภท : ภาพยนตร์

แนว :  Horror, Mystery, Thriller

ผู้กำกับ : Rich Ragsdale

ฉาย : 17 สิงหาคมปี 2017 

Ghost Houseเป็นผลงานภาพยนตร์แนวสยองขวัญจากฝีมือการกำกับโดย Rich Ragsdale เขียนบทภาพยนตร์โดย Kevin O’Sullivanตัวหนังมีจุดขายตรงที่มีฉากการดำเนินเรื่องในประเทศไทย  และเล่นกับประเด็นความเชื่อในเรื่องของผีและอาถรรพ์ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อภาษาไทยว่ามันอยู่ในศาลกำหนดฉาย ในวันที่ 17 สิงหาคมปี 2017 นี้

เรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของคู่รักหนุ่มสาวชาวอังกฤษที่ได้เดินทางมายังเมืองไทย  จนได้มาพบกับเรื่องราวสุดสยองขวัญที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม  หลังจากที่พวกเขาได้ไปสัมผัสกับตุ๊กตาที่วางเอาไว้บนศาลพระภูมิ  จนถูกวิญญาณร้ายที่คนไทยเรียกว่า “วาตาเบ ตามรังควาญหมายเอาชีวิตพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง

วิญญาณร้ายตนนั้นเป็นใครกันแน่? และทำไมถึงได้ตามอาฆาตพวกเขา  ติดตามหาคำตอบได้ในภาพยนตร์สุดสยองเรื่องนี้ได้ในโรงภาพยนตร์… 

นักแสดง

Scout Taylor-Compton รับบทเป็น Julie

 หญิงสาวที่ได้ตกลงใจรับคำขอแต่งงานของ จิม แฟนหนุ่มของเธอ  ก่อนจะได้เดินทางมาเที่ยวในเมืองไทยจนได้มาพบกับความสยองขวัญ เมื่อเธอได้ไปสัมผัสกับศาลพระภูมิเก่า  จนได้เผชิญกับผีร้ายที่คอยตามรังควาญเอาชีวิตเธอ

James Landry Hébert รับบทเป็น Jim

แฟนหนุ่มของจูลี่ที่ได้ขอเธอแต่งงานแล้วพามาเที่ยวที่เมืองไทย  และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความน่าสะพรึงกลัวจากความเฮี้ยนของวิญญาณที่ศาลพระภูมิเก่า

@Save สาย Pay

The Mummy 2017 [รีวิว / เรื่องย่อ / ตัวอย่าง]

The Mummy 2017 [รีวิว / เรื่องย่อ / ตัวอย่าง]

ชื่ออังกฤษ : The Mummy 2017

ชื่อภาษาไทย : เดอะ มัมมี่ 

ประเภท : ภาพยนตร์
แนว :  Action, Adventure, Fantasy
ผู้กำกับ : Alex Kurtzman
ค่าย : Universal
ฉาย : 9 มิถุนายน 2017 (อเมริกา)

Trailer ล่าสุด  18 .. 201เรื่องย่อ The Mummy 2017

เรื่องราวของ The Mummy ฉบับนี้ จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับหนัง The Mummy ไตรภาคที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ แต่ภาพยนตร์เวอร์ชั่น 2017 จะเป็นตอนที่หนึ่ง ในจักรวาลหนังตัวประหลาดหรือ “Universal Monsters” เมื่อเจ้าหญิงจากยุคอียิปต์โบราณ  อามาเนต์ (รับบทโดย Sofia Boutella) ที่ถูกทำให้กลายเป็นมัมมี่ขากการก่อกบฎ สังหารฟาโรห์ และ ราชินี จนต้องถูกจับทำเป็นมัมมี่ทั้งเป็น และฝังไว้กลางทะเลทรายในอิรักเมื่อหลายพันปีก่อน จนกระทั่งมีการขุดค้นพบโลงศพหินโบราณของเธอ โดยการนำทีมของ นิค มอร์ตั้น (แสดงโดย Tom Cruise) นักโบราณคดีชาวอเมริกัน 

แต่ในระหว่างการขนย้าย ก็เกิดเรื่องขึ้น เมื่ออามาเนตถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยด้วยมือของนิค และเมื่อเธอตื่นขึ้น ความวิบัติจึงบังเกิดกับคณะขนย้าย เครื่องบินถูกทำลาย และนิคที่น่าจะตายไปแล้วก็ฟื้นขึ้น พร้อมกับประสาทสัมผัสถึงเรื่องราวของอามาเนต  

นิค และ เจ้าหญิงอามาเนต เกี่ยวข้องกันอย่างไร และเขาจะหยุดความโกรธแค้นของมัมมี่สาว ที่กำลังอาละวาดไปทั่วได้หรือไม่  9 มิถุนายน 2017 รู้กัน ในโรงภาพยนตร์!

Review  7/10 Rank C

เปิดจักรวาล Dark Universe ได้สนุก น่าสนใจ แต่เกือบหลงประเด็นหนังไปนิด ขอให้เรื่องใหม่ดีกว่านี้นะ!

The Mummy ถือเป็นหนังสัตว์ระหลาดอีกเรื่อง ที่แอดมินเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยมีโอกาสได้ดูเมื่อหลายปีก่อน ดีมั่ง แป้กบ้าง แต่ก็ยังเป็นหนังที่ถูกใจคอหนังผจญภัยสนุกๆแน่นอน

แต่กับเวอร์ชั่นทอม ครุยส์ ในวัย 55 (แต่หน้ายังกะ 30) นั้น บรรยากาศมันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ตัวหนังไม่ได้มีส่วนของการผจญภัย หรือการแก้ปริศนาอียิปต์อะไรมากนัก หนังถูกลดสเกลให้เล็กลง ใส่อารมณ์ขันน่ารักๆ และเปลี่ยนฉากหลังมาเป็นยุคปัจจุบัน แถมมัมมี่ยังเป็นเจ้าหญิงที่ทำสัญญากับปีศาจด้วย มันเป็นอะไรที่แปลก และแตกต่างจนตั้งความหวังว่า มันต้องเจ๋ง แน่ๆ

แต่ทว่า ทันทีที่หนังเริ่มเรื่อง ตัวหนังถ่ายทอดความเป็น Mission Impossible ฉากแอคชั่นบู๊ล้างผลาญบ้าพลังถูกใส่มาแบบเอ่อ.. ล้นมากจนถามกับตัวเองว่า นี่มาดูหนังผิดเรื่องรึเปล่า แต่ยอมรับว่าสนุกดีครับ ฉากดวลปืน ฉากถล่ม เครื่องบินตกนี่ดูเอามันส์จริงๆ นอกจากนั้นหนังยังใส่บรรยากาศ และเกร็ดของความเป็นหนังภาคแรก ทั้งพายุทราย ซากมัมมี่ หรือมุกย้อนอดีต ก็มีมาให้เห็น แต่เหมือนผู้กำกับจะขยี้ในส่วนนี้ไม่ถูกจุด หรือสุดทางเท่าที่ควร ทำให้น้ำหนักของหนังแกว่ง และหาจุดจดจำไม่ได้เลย แถมบางเหตุและผลของเรื่องก็เบาหวิวซะอย่างนั้น

***พอมาดูชื่อคนเขียนบทในภายหลัง ก็เก็ทเลย เพราะได้  เดวิด โคเอ็ปป์ /คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี่  และ อเล็กซ์ เคิร์ตซแมน ทั้งสามคนนี้มีผลงานเป็นหนังแอคชั่นบ้าพลังเกือบหมด   ทั้ง Jurassic Park /  Mission: Impossible / Spiderman / Edge of Tomorrow / Jack Reacher/ Transformers อืมก็พอจะเข้าใจละ***

คาแรคเตอร์ของพระเอกในเรื่องอย่าง นิค มอร์ตัน (ทอม ครุยส์) ก็ไม่ใช่นักโบราณคดีผู้รอบรู้ แต่เป็นทหารนอกลู่ที่หากินกับการขโมยสมบัติ จนไปเจอดีเข้า งานนี้พลิกลุคภาพจำของหนังมัมมี่หมด เพราะเมื่อไหร่ที่พี่แกเข้าฉากกับนางเอกของเรื่อง จะมีมุกตลกใส่กันเสมอ หลายครั้งใส่มาผิดจังหวะ แทนที่หนังจะไปในทิศทางของความตื่นเต้นน่ากลัว ก็กลายเป็นหนังรักกุ๊กิ๊กพ่อแง่แม่งอนซะงั้น

ในขณะเดียวกัน แอดมินรู้สึกถึงความน่ากลัวของ เจ้าหญิงอามาเนต์ หรือมัมมี่ 2017 คนนี้ เธอเป็นมัมมี่ที่มีพลังขั้นเทพ ปลุกชีพซากศพ สร้างพายุ มีคำสาปใส่ผู้คนแต่ทั้งหมด หนังก็ตัดบท รวบหัวรวบหางให้เข้าเส้นเรื่องแบบง่ายดาย ความเก่งกาจ โดนเนิร์ฟ (ลดความเก่ง) ยังโชว์ออกมาไม่สุด ซึ่งบอกเลยว่าอันนี้เสียดายแทน จากที่ดูเหมือนจะเก่ง กลายเป็นมัมมี่ตัวละบาทไปเลย  เอาจริงๆจากใจเลยฮิมโมเทปกับอานัค ซูดามุนถูกถ่ายทอดออกมาได้ดูน่ากลัว และเก่งกว่ามัมมี่ตัวนี้ด้วยซ้ำ 

ช่วงกลางเรื่อง บทถูกขโมยไปด้วยการมาของ ดร.แจ็คเคิล (รัสเซล โครว์หนึ่งในตัวละครที่เป็นสัตว์ประหลาดดร.แจ็คเคิล & มิสเตอร์ ไฮด์” ซึ่งมันทำให้หนังดูน่าสนใจในส่วนของ การทิ้งเชื้อทำเรื่องราวต่อ แต่ดันมาใส่เอาในตอนที่คนกำลังสนใจในตัวมัมมี่อามาเนต์ ทำให้ทิศทางของคนดูรู้สึกว่าดร.แจ็คเคิล ดูน่าค้นหากว่ามัมมี่ดซะงั้น 555+ อันนี้ก็ต้องรอเรื่องต่อๆไป

การถ่ายทำ มุมกล้อง งานศิลป์ดูธรรมดาตามแบบหนังแอคชั่นทั่วไป มีมีอะไรหวือหวามากนัก และถ้าใครอยากไปดูเรื่องนี้เพราะความเป็นอียิปต์ หวังจะเห็นเครื่องทรงสวยๆ ราชาหน้าทอง การกรีดอายไลน์เนอร์เข้มๆแบบจัดหนัก คุณจะต้องผิดหวัง เพราะมันไม่มีเลย ทุกอย่างถูกเล่าช่วงต้นเรื่องสั้นๆ 5 นาที จบเลย ที่เหลือขายแอคชั่น และความน่ากลัวของบรรยากาศแทน 

สรุป มันเป็นหนังที่เปิดจักรวาล Dark Universe ที่ดี ดูเอาสนุกแบบไม่คิดมากก็ได้อยู่

ถือซะว่าเป็น DLC ของ Mission Impossible ก็แล้วกัน

 แอดมิน Ak47

http://www.metalbridges.com

 

 

https://www.youtube.com/watch?v=Awy1JrnztUQ

รีวิวหนัง THOR : RAGNAROK ซับไทย พร้อมเบื้องหลัง สนุกมาก !!

ชื่ออังกฤษ : THOR : RAGNAROK / Thor: Ragnarök

ชื่อภาษาไทยธอร์: แร็กนาร็อค / ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า 3 / ศึกอวสานเทพเจ้า

ประเภท : ภาพยนตร์

แนว :  Action, Adventure, Fantasy

ผู้กำกับ : Taika Waititi

ค่าย : MARVEL STUDIOS

ฉาย : 2 พฤจิกายน 2017 

เรื่องย่อภาพยนตร์ THOR : RAGNAROK

หลังจากหันหลังให้กับแอสการ์ด ธอร์ ตัดสินใจใช้ชีวิตตามที่ตนปรารณาของอีกซีกหนึ่งของจักรวาล  แต่แล้วโชคชะตาก็ไล่ล่าจนหาเขาเจอจนได้ ธอร์จึงกลับไปสะสางสงครามแร็คนาร็อค เพื่อปกป้องรักษาดาวบ้านเกิดของเขา จากน้ำมือ เฮลา  

ตัวละครในภาพยนตร์ THOR : RAGNAROK

Thor รับบทโดย Chris Hemsworth

เทพเจ้าสายฟ้าแห่งแอสการ์ด  เขาเป็นบุตรของเทพโอดินผู้ปกครองแอสการ์ด  หนึ่งในทีมอเวนเจอร์คนสำคัญ  ซึ่งในภาคนี้เขาถูกจับมาเป็นนักสู้กลาดิเอเตอร์ในดาวซาคาร์

Loki รับบทโดย Tom Hiddleston

เทพผู้ฉลาดแกมโกงน้องชายของเทพธอร์  ที่มักจะชอบก่อเรื่องปวดหัวอยู่ทุกๆ ครั้ง  และยังชอบแอบแทงข้างหลังเทพธอร์ถ้ามีโอกาส 

 Hela รับบทโดย Cate Blanchett

เทพีแห่งสงครามและความตาย  เธอเป็นลูกสาวคนโตของเทพโอดินและมีศักดิ์เป็นพี่สาวของเทพธอร์  เธอถูกกักขังเอาไว้  เพราะความมักใหญ่ของตัวเธอเอง  จนกระทั่งหลุดออกมาได้มีพลังที่ร้ายกาจจนสามารถทำลายค้อนโยเนียร์ได้อย่างง่ายดาย

Grandmaster รับบทโดย Jeff Goldblum 

จ้าวแห่งนครซาคาร์ผู้ที่ชื่นชอบดูการต่อสู้ของนักสู้กลาดิเอเตอร์เป็นที่สุด 

Mark Ruffalo รับบทเป็น Bruce Banner / Hulk

ยักษ์เขียวหนึ่งในทีมอเวนเจอร์ที่ถูกจับมาเป็นนักสู้กลาดิเอเตอร์ในนครซาคาร์เช่นกัน 

Idris Elba รับบทเป็น Heimdall

เทพอารักษ์แห่งประตูแอสการ์ด  ผู้มีดวงตารู้แจ้งมองเห็นได้ทุกๆ สิ่งในจักรวาลทั้งเก้า

Tessa Thompson รับบทเป็น Valkyrie

อดีตนักรบแห่งวัลคี่รีย์ที่ทอดทิ้งอดีตและเกียรติของตนเอง

Karl Urban รับบทเป็น Skurge

นักรบที่หลงผิดไปเข้ากับฝ่ายเฮล่าเพื่อเอาชีวิตรอด

Benedict Cumberbatch รับบทเป็น Dr. Stephen Strange

จอมเวทย์ผู้คอยสอดส่องผู้ที่จะมาก่อความวุ่นวายบนโลกใบนี้  

ตัวอย่างแรก ภาพยนตร์ THOR : RAGNAROK

Score : 8 / 10 

สงครามเทพเจ้าแห่งมาร์เวลที่จะพาไปสู่มหาศึก The Aventure : Infinity War

หลังจากที่มีการโปรโมทกันนานแสนนานก็ได้เข้าฉายกันเสียทีกับหนังของเทพเจ้าสายฟ้าสุดหล่ออย่าง ธอร์ ซึ่งภาคนี้เป็นภาคที่ 3 หลังจากหายหน้าไปนาน  โดยภาคนี้เป็นศึกอวสานของแอสการ์ดเหมือนดั่งคำทำนาย สงครามสุดท้ายแร็คนาร็อค ในปกรณัมนอร์ส  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเทพธอร์องค์นี้ให้เห็นอีกแล้วนะ  เพราะเฮียแกยังมีศึกใหญ่ใน The Aventure : Infinity War อีกครั้ง (ทานอสมาแน่ๆ ล่ะ)

สำหรับการดำเนินเรื่องในภาคนี้ที่แม้ว่าจะจะใช้ชื่อภาคเหมือนกับหนังสือ Thor Ragnarok ในช่วงปี 1964 (ถ้านับไม่ผิดนะ) แต่การเล่าเรื่องกลับไม่ได้ยึดโยงเอาเนื้อหาในหนังสือมาสร้างแต่อย่างใด  ในเรื่องมีตัวละครตัวร้ายอย่าง เฮร่า บอสใหญ่ที่โชว์เหนือด้วยการบีบค้อนโยเนียร์แตกคามือ  และเข้าบุกแอสการ์ดจนเกือบพินาศ  ตัวหนังได้โฟกัสหลักๆ ไปที่ตัวพระเอกอย่างธอร์ (ก็แหงล่ะพระเอกนี่นา) ที่โดนจับพลัดจับพลูถูกนำมาขายเป็นนักสู้กลาดิเอเตอร์ที่ซาคาร์  จนต้องหาวิธีการกลับไปยังแอสการ์ดเพื่อหยุดยั้งเฮร่าที่เธอหวังจะบุกยึดครองดวงดาวต่างๆ ให้ได้ 

ส่วนฉากการต่อสู้ก็บู๊ได้ถึงใจแต่ไม่ค่อยสุดสักเท่าไหร่  ซึ่งเอาเข้าจริงๆ เฮร่าก็ไม่ใช่บอสที่สู้แบบตรึงมือแต่อย่างใด ยิ่งตอนที่เทพธอร์เข้าถึง พลังที่แท้จริง แบบไม่ต้องพึ่งพาค้อนโยเนียร์ด้วยแล้ว (ต้องให้พ่อโอดินบอกใบ้ให้ถึงจะรู้ตามสูตร) แทบไม่ต้องลุ้นเลยว่าจะแพ้  ส่วนใครเป็นคนที่ตัดผมพ่อเทพสุดหล่อบอกได้แค่ว่า เห็นหน้าก็ฮาแล้ว  จริงๆ นะ 

โดยรวมๆ หนังดำเนินเรื่องได้สนุกมาก  ใครที่รอคอยเทพธอร์ภาคนี้ต้องหาเวลาไปดูกันให้ได้  ไม่งั้นถ้าพลาดไปนี้จะดูมหาศึก The Aventure : Infinity War ไม่รู้เรื่องอย่างแน่นอน!! 

แอดมินน้องเบ้น / @Save สาย Pay 

http://www.metalbridges.com/