แปลเพลง Baby Mine – Arcade Fire (Lyrics) เนื้อเพลง

[Verse 1: Régine Chassagne]
Baby mine, don’t you cry
ลูกรักของฉัน เธออย่าได้ร้องไห้ไปเลย
Baby mine, dry your eyes
ลูกรักของฉัน หยุดร้องไห้เสียเถิด
Rest your head close to my heart
เธอนั้นพักพิงอยู่ในอ้อมอกของฉัน
Never to part, baby of mine
ไม่มีวันที่เราแยกทางกัน ลูกรักของฉัน

[Verse 2: Win Butler]
Little one, when you play
เด็กน้อย ในเวลาที่เธอนั้นเล่น
Don’t you mind what they say
เธออย่าได้สนใจในสิ่งใด ๆ ที่พวกเขาได้เอื้อนเอ่ย
Let your eyes sparkle and shine
ปล่อยให้สายตาของเธอนั้นส่องประกาย
Never a tear, baby of mine
อย่าได้มีน้ำตาเลย ลูกรักของฉัน

[Verse 3: Win Butler]
If they knew all about you
หากพวกเขานั้นได้รู้ในทุกเรื่องของเธอนะ
They’d end up loving you, too
สุดท้ายพวกเขาก็ต้องรักเธอเช่นกันล่ะ
All those same people who scold you
เหล่าผู้คนพวกเดียวกันที่ดุว่าเธอนั้น
What they’d give just for the right to hold you
สิ่งที่พวกเขาได้มอบให้นั้นก็เแค่เพียงพื่อสิทธิที่จะได้ดูแลเธอ

[Verse 4: Win Butler]
From your head to your toes
ตั้งแต่ศรีษะจรดจนถึงเท้าของเธอนั้น
You’re not much, heaven knows
เธอก็ไม่มีอะไรมากมาย นั่นพวกเขาไม่ได้รู้อะไรเลย
But you’re so precious to me
แต่เธอนั้นช่างแสนพิเศษสำหรับฉัน
Sweet as can be, baby of mine
เธอนั้นช่างงดงาม ลูกรักของฉัน

[Outro: Win Butler]
Oh, baby of mine
ลูกรักของฉัน
Oh, baby of mine
ลูกรักของฉัน
Oh, baby of mine
ลูกรักของฉัน

 

www.educatepark.com

 

แปลเพลง a lot – 21 Savage ft. J. Cole (Lyrics) เนื้อเพลง

[Intro: 21 Savage]
I love you
Turn my headphone down a little bit, yeah
For so many reasons
Yeah, yeah, yeah, yeah, yeah, yeah (I do), yeah, yeah yeah yeah
Yeah, yeah, ah, ah, whoa, whoa, whoa, yeah

ฉันรักเธอ
หรี่เสียงหูฟังลงหน่อย
สำหรับหลายๆเหตุผล
เย เย เย ฉันจะทำ
เย เย เย
เย เย เย อะ อะ โว โว โว เย

[Pre-Chorus: 21 Savage]
How much money you got? (Straight up)
How much money you got? (Straight up)
How much money you got? (Straight up)
How much money you got? (A lot)

เธอมีเงินเท่าไหร่ บอกมาเลย
เธอมีเงินเท่าไหร่ บอกมาเลย
เธอมีเงินเท่าไหร่ บอกมาเลย
เธอมีเงินเท่าไหร่ เยอะ!

[Chorus: 21 Savage]
How much money you got? (A lot)
How many problems you got? (A lot)
How many people done doubted you? (A lot)
Left you out to rot? (A lot)
How many pray that you flop? (A lot)
How many lawyers you got? (A lot)
How many times you got shot? (A lot)
How many niggas you shot? (A lot)
How many times did you ride? (A lot)
How many niggas done died? (A lot)
How many times did you cheat? (A lot)
How many times did you lie? (A lot)
How many times did she leave? (A lot)
How many times did she cry? (A lot)
How many chances she done gave you fuckin around with these thots? (A lot)

เธอมีเงินเท่าไหร่ เยอะ!
เธอมีปัญหาแค่ไหน เยอะ!
กี่ครั้งที่คนมาทำอะไรโง่ๆใส่ เยอะ!
ทิ้งให้เธอเน่าตาย เยอะ!
เธอสวดภาวนาไปเท่าไหร่ เยอะ!
เธอมีทนายความกี่คน เยอะ!
กี่ครั้งแล้วที่เธอถูกยิง เยอะ!
เธอได้ผู้หญิงมากี่คนแล้ว เยอะ!
เธอขี่มากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
ทำให้ตายมากี่คนแล้ว เยอะ!
เธอนอกใจมากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
กี่ครั้งแล้วที่โกหก เยอะ!
เธอจากไปกี่ครั้งแล้ว เยอะ!
เธอร้องไห้มากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
เธอให้โอกาสมากี่ครั้งแล้ว เยอะ!

[Verse 1: 21 Savage]
Every day that I’m alive, I’ma ride with the stick
I’d rather be broke in jail than be dead and rich
Told my brothers take my breath if I turn to a snitch
But I’m 21 4L, ain’t no way I’ma switch

ทุกวันที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะทำให้ดีที่สุด
ฉันยอมติดคุกดีกว่ารวยแล้วก็ตาย
บอกพี่ฉันว่าเอาชีวิตฉันไปได้เลย ถ้าฉันกลายเป็นคนขี้ขโมย
แต่ฉันก็ 21 แล้ว คงไม่มีทางเปลี่ยนได้

[Interlude]
Break it down, I break it down
I break it down, I break it down
I break it down, I break it down
I break it down, I break it down

ฉันจะทำให้มันพังลงไปเอง
ฉันจะทำให้มันพังลงไปเอง
ฉันจะทำให้มันพังลงไปเอง

[Verse 2: 21 Savage]
Penitentiary chances just to make a couple bucks
My heart so cold I could put it in my cup
Gang vs. the world, me and my dawg, it was us
Then you went and wrote a statement, and that really fucked me up
My brother lost his life and it turned me to a beast
My brother got life and it turned me to the streets
I been through the storm and it turned me to a G
But the other side was sunny, I get paid to rap on beats

ให้โอกาสดัดนิสัยเพียงเพื่อจะรับเงินสักหน่อย
ใจฉันด้านชามาก จนใส่ในแก้วได้
แก๊ง กับโลก ฉันกับพวก มันคือเรา
และเธอก็ไปเขียนแถลง และทำให้ฉันวุ่นวาย
ฉันเสียพี่ชายไปเลยทำให้ฉันกลายเป็นปีศาจ
พี่ฉันได้ชีวิตกลับมา เลยทำให้ฉันมาเดินตามถนน
ฉันผ่านมรสุมมาแล้ว ทำให้ฉันกลายเป็นพระเจ้า
อีกด้านก็สดใส ฉันได้เงินมาจากการแร๊ป

[Chorus: 21 Savage]
How much money you got? (A lot)
How many problems you got? (A lot)
How many people done doubted you? (A lot)
Left you out to rot? (A lot)
How many pray that you flop? (A lot)
How many lawyers you got? (A lot)
How many times you got shot? (A lot)
How many niggas you shot? (A lot)
How many times did you ride? (A lot)
How many niggas done died? (A lot)
How many times did you cheat? (A lot)
How many times did you lie? (A lot)
How many times did she leave? (A lot)
How many times did she cry? (A lot)
How many chances she done gave you?
Fuck around with these thots (A lot)

เธอมีเงินเท่าไหร่ เยอะ!
เธอมีปัญหาแค่ไหน เยอะ!
กี่ครั้งที่คนมาทำอะไรโง่ๆใส่ เยอะ!
ทิ้งให้เธอเน่าตาย เยอะ!
เธอสวดภาวนาไปเท่าไหร่ เยอะ!
เธอมีทนายความกี่คน เยอะ!
กี่ครั้งแล้วที่เธอถูกยิง เยอะ!
เธอได้ผู้หญิงมากี่คนแล้ว เยอะ!
เธอขี่มากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
ทำให้ตายมากี่คนแล้ว เยอะ!
เธอนอกใจมากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
กี่ครั้งแล้วที่โกหก เยอะ!
เธอจากไปกี่ครั้งแล้ว เยอะ!
เธอร้องไห้มากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
เธอให้โอกาสมากี่ครั้งแล้ว เยอะ!

[Interlude: J. Cole]
Break it on down, I break it on down
I break it on down, I break it on down
Yeah, I just came from the A
I drove back home, six-hour drive, six-and-a-half
Before I left I stopped by to see my nigga 21 in the studio
He had two of his kids with him right in the studio, that’s when I knew
You a stand up nigga, I love seein’ shit like that

พังมัน พังมันลง
ฉันมาจากสิ่งที่ดีที่สุด
ฉันขับกลับบ้าน เป็นเวลา 6 ชม. , 6 ชม.ครึ่งด้วย
ก่อนฉันจะไป ฉันแวะจะเจอพรรคพวกที่สตูดิโอ
เขามีลูกสองคนแล้ว อยู่ด้วยกัน เท่าที่ฉันรู้
และฉันก็ชอบนะ ที่เห็นแบบนั้น

[Verse 3: J. Cole]
Question
How many faking they streams? (A lot)
Getting they plays from machines? (A lot)
I can see behind the smoke and mirrors
Niggas ain’t really big as they seem (Hmm)
I never say anything (Nah), everybody got they thing (True)
Some niggas make millions, other niggas make memes (Hmm)
I’m on a money routine
I don’t want smoke, I want cream
I don’t want no more comparisons
This is a marathon and I’m aware
I been playing a bet from a lack of promotions
I never was one for the bragging and boasting
I guess I was hoping the music would speak for itself, but the people want everything else
Okay, no problem, I’ll show up on everyone album
You know what the outcome will be
I’m batting a thousand
It’s got to the point that these rappers don’t even like rappin’ with me
Fuck it ’cause my nigga 21 Savage just hit me
And told me he saved me a spot on a new record he got
He call it “a lot,” I open my book and I jot
Pray for Tekashi, they want him to rot
I picture him inside a cell on a cot
’Flectin’ on how he made it to the top
Wondering if it was worth it or not
I pray for Markelle ’cause they fucked up his shot
Just want you to know that you got it, my nigga
Though I never met you, I know that you special
And that the Lord blessed you, don’t doubt it, my nigga
Dennis Smith, Jr., stay solid, my nigga
I’m on a tangent, not how I planned it
I had some fans that hopped and abandoned ship
When they thought that I wasn’t gone pan out, I got a plan
They say that success is the greatest revenge, tell all your friends
Cole on a mission, cementin’ the spot as the greatest that did it
Before it all ends, nigga

มีคำถาม
คุณมีเพลงหลอกลวงมาเท่าไหร่แล้ว เยอะ!
ให้มันเล่นจากเครื่องเสียง เยอะ!
ฉันเห็นมันจากควันบุหรี่และกระจก
มันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นหรอก
ฉันไม่เคยพูดอะไร เพราะทุกคนก็มีทางของตัวเอง
บางคนทำเงินเป็นล้าน บางคนก็มีมีม
ฉันอยู่ในช่วงทำเงิน
ฉันไม่ต้องการสูบบุหรี่ ฉันต้องการครีม
ไม่อยากโดนเปรียบเทียบแล้ว
นี่เหมือนมาราธอนและฉันก็ตระหนักได้ว่า
ฉันกำลังพนันกับยอดขายที่ตก
ฉันไม่เคยโออ้วด
ฉันหวังว่าให้เพงมันพูดแทนฉันเอง
ด้วยตัวมันเอง แต่คนต้องการอย่างอื่น
โอเค ไม่มีปัญหา ฉันจะออกอัลบั้ม
เธอก็รู้ผลลัพธ์ที่จะตามมา
พริบตาเดียวก็ได้เป็นพันแล้ว
ฉันเข้าใจแล้วที่พวกเเรปเปอร์ไม่ลอบแร๊ปกับฉัน
ช่างมัน เพราะฉันทำให้คนของฉันดังได้
บอกฉันให้เก็บจุดยืนไว้ ในเพลงใหม่ที่กำลังจะออก
เขาเรียกว่านั่นมากแล้ว ฉันจึงเปิดหนังสือฉันที่ฉันจด
ภาวนาให้ทาเคชิ เพราะพวกเขาอยากให้มันตาย
ฉันนึกภาพเขาบนเพดานห้อง
สะท้อนให้เห็นว่าเค้ามาถึงจุดๆนี้ได้ไง
ฉันก็ภาวนาให้ Markelle เพราะเค้าก็ไม่สนใจเหมือนกัน
แค่อยากมั่นใจว่าเธอเข้าใจ
คิดว่าฉันไม่เคยเจอเธอ ฉันรู้ว่าเธอพิเศษ
และพระเจ้าก็อวยพรให้เธอ ไม่ต้องสงสัย
เดนนิส สมิธ เข้มเเข็งไว้
ฉันมาอยู่ในจุดที่ฉันเองก็ไม่คิดฝัน
มีแฟนคลับที่ร่วมลงเรือลำเดียวกันและบ้างก็ทิ้งไป
ตอนพวกเขาคิดว่าฉันหมดทางสู้
แต่ฉันก็ยังมีแผน
เค้าว่ากันว่าการประสบความสำเร็จเป็นการแก้แค้นที่ดีที่สุด , บอกเพื่อนๆด้วยนะ
กำลังอยู่ในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ก่อนที่มันจะจบลง

[Chorus: 21 Savage]
How much money you got? (A lot)
How many problems you got? (A lot)
How many people done doubted you? (A lot)
Left you out to rot? (A lot)
How many pray that you flop? (A lot)
How many lawyers you got? (A lot)
How many times you got shot? (A lot)
How many niggas you shot? (A lot)
How many times did you ride? (A lot)
How many niggas done died? (A lot)
How many times did you cheat? (A lot)
How many times did you lie? (A lot)
How many times did she leave? (A lot)
How many times did she cry? (A lot)
How many chances she done gave you?
Fuck around with these thots (A lot)

เธอมีเงินเท่าไหร่ เยอะ!
เธอมีปัญหาแค่ไหน เยอะ!
กี่ครั้งที่คนมาทำอะไรโง่ๆใส่ เยอะ!
ทิ้งให้เธอเน่าตาย เยอะ!
เธอสวดภาวนาไปเท่าไหร่ เยอะ!
เธอมีทนายความกี่คน เยอะ!
กี่ครั้งแล้วที่เธอถูกยิง เยอะ!
เธอได้ผู้หญิงมากี่คนแล้ว เยอะ!
เธอขี่มากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
ทำให้ตายมากี่คนแล้ว เยอะ!
เธอนอกใจมากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
กี่ครั้งแล้วที่โกหก เยอะ!
เธอจากไปกี่ครั้งแล้ว เยอะ!
เธอร้องไห้มากี่ครั้งแล้ว เยอะ!
เธอให้โอกาสมากี่ครั้งแล้ว เยอะ!

[Outro]
Break it on down, I break it on down
I break it on down, I break it on down
I break it down, I break it down
I break it down, I break it down
I break it on down, I break it down
I break it down, I break it down
I break it down, I break it down
I break it down, I break it down, I br-

ยอมแพ้เถอะ
ฉันจะทำให้มันพังลงไปเอง
ฉันจะทำให้มันพังลงไปเอง
ฉันจะทำให้มันพังลงไปเอง

 

plaepleng.com

 

Kiana Ledé – EX (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

Hey, hm
We went from 2 a.m calls to zero communication, yeah
We spent too long in heaven that
We felt the elevation
Just ’cause it’s different and we’re not the same
Doesn’t mean things have to change
I got no trouble with my pride, got trouble cutting ties

เฮ้
เราเปลี่ยนไปจากคุยกันจนถึงตีสอง จนไม่คุยกันเลย
เราใช้เวลากันบนสวรรค์มากเกินไป
จนรู้สึกถึงการลอยตัวขึ้นไป
แค่เพราะมันแตกต่าง และเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
มันก็ไม่จำเป็นที่เราสองคนต้องเปลี่ยนแปลงนี่นา
ฉันไม่มีปัญหากับศักดิ์ศรีของตัวเองหรอก แต่ฉันมีปัญหาในการตัดสัมพันธ์กับใคร

I don’t wanna be your ex
We way too good at being friends
Can we still hangout
On the low, get wild
I don’t wanna be your, I don’t wanna be your
Hit ya girl up with a text, when you’re alone and feeling stressed
I don’t gotta be in love with you, to love you
I don’t wanna be your, so don’t treat me like your
E-e-e-e, e-e-ex
I don’t want to be your
E-e-e-e, e-e-ex

ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่าของเธอ
เราเป็นเพื่อนกันก็ดีมากเกินไปแล้ว
เรายังไปเที่ยวกันเหมือนเดิมได้มั้ย
เมากันสุดๆ เอาให้สุดเหวี่ยง
ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่าของเธอนะ
ส่งแมสเสจหาคนรักของเธอ ในเวลาที่เหงาและเครียดสิ
ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนเธอ เพื่อรักเธอก็ได้
ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่า เพราะงั้นก็อย่าทำเหมือนฉันเป็น
คนรักเก่าเลยนะ
ฉันไม่อยากจะเป็น
แค่คนรักเก่า

Let’s skip the awkward run-ins
Pretending like we’re strangers
And get back to how we started, yeah
Don’t pour water on fire
Just ’cause it’s different and we’re not the same
Doesn’t mean things have to change
I got no trouble with my pride, got trouble cutting ties

พอเถอะ การบังเอิญเจอกันแบบอึดอัด
ทำเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้ากัน
และกลับไปเป็นอย่างที่เราเริ่มมากันเถอะ
อย่าราดน้ำใส่กองไฟเลย
แค่เพราะมันแตกต่าง และเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
มันก็ไม่จำเป็นที่เราสองคนต้องเปลี่ยนแปลงนี่นา
ฉันไม่มีปัญหากับศักดิ์ศรีของตัวเองหรอก แต่ฉันมีปัญหาในการตัดสัมพันธ์กับใคร

I don’t wanna be your ex
We way too good at being friends
Can we still hangout
On the low, get wild
I don’t wanna be your, I don’t wanna be your
Hit ya girl up with a text, when you’re alone and feeling stressed
I don’t gotta be in love with you, to love you
I don’t wanna be your, so don’t treat me like your
E-e-e-e, e-e-ex
I don’t want to be your
E-e-e-e, e-e-ex

ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่าของเธอ
เราเป็นเพื่อนกันก็ดีมากเกินไปแล้ว
เรายังไปเที่ยวกันเหมือนเดิมได้มั้ย
เมากันสุดๆ เอาให้สุดเหวี่ยง
ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่าของเธอนะ
ส่งแมสเสจหาคนรักของเธอ ในเวลาที่เหงาและเครียดสิ
ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนเธอ เพื่อรักเธอก็ได้
ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่า เพราะงั้นก็อย่าทำเหมือนฉันเป็น
คนรักเก่าเลยนะ
ฉันไม่อยากจะเป็น
แค่คนรักเก่า

Don’t act like I don’t care for ya
‘Cause you know I’d always be there for ya
Don’t act like I don’t care for ya
‘Cause you know I’d always be there for ya

อย่าทำเหมือนฉันไม่แคร์เธอสิ
เพราะเธอก็รู้ว่าฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ
อย่าทำเหมือนฉันไม่แคร์เธอสิ
เพราะเธอก็รู้ว่าฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ

I don’t want to be your ex
We’re way too good at being friends
Can we still hangout on the low get wild
I don’t want to be your, I don’t want to be your

ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่าของเธอ
เราเป็นเพื่อนกันก็ดีมากเกินไปแล้ว
เรายังไปเที่ยวกันเหมือนเดิมได้มั้ย เมากันสุดๆ เอาให้สุดเหวี่ยง
ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่าของเธอนะ

I don’t wanna be your ex
We way too good at being friends
Can we still hangout
On the low, get wild
I don’t wanna be your, I don’t wanna be your
Hit ya girl up with a text, when you’re alone and feeling stressed
I don’t gotta be in love with you, to love you
I don’t wanna be your, so don’t treat me like your
E-e-e-e, e-e-ex
I don’t want to be your
E-e-e-e, e-e-ex
I don’t want to be your
E-e-e-e, e-e-ex

ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่าของเธอ
เราเป็นเพื่อนกันก็ดีมากเกินไปแล้ว
เรายังไปเที่ยวกันเหมือนเดิมได้มั้ย
เมากันสุดๆ เอาให้สุดเหวี่ยง
ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่าของเธอนะ
ส่งแมสเสจหาคนรักของเธอ ในเวลาที่เหงาและเครียดสิ
ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนเธอ เพื่อรักเธอก็ได้
ฉันไม่อยากเป็นคนรักเก่า เพราะงั้นก็อย่าทำเหมือนฉันเป็น
คนรักเก่าเลยนะ
ฉันไม่อยากจะเป็น
แค่คนรักเก่า

 

www.aelitaxtranslate.com

 

11 ซีรีส์ดัง!! แนะนำสำหรับคนฝึกพูดภาษาอังกฤษ

1. Friends

ระดับ: ง่าย

Most Recommended Series! เลยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฟังและฝึกพูด
เรื่องนี้มีความอมตะ แม้จะผ่านมาหลายยุคหลายสมัยก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนังแนะนำสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ แม้สีของภาพอาจจะเก่า เจนนิเฟอร์ยังดูสาว ทั้งๆที่ตอนนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆก็ตาม 555+

สำหรับเรื่องนี้ลองหามาดูแล้วจะงงว่า เห้ย! ทำไมมันฟังง่ายยังงี้น้า ดูเพลินๆ เป็นหนังแนว Comedy ฟังง่ายแถมคลายเครียดอีกต่างหาก ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้คือสุดยอดของซีรีส์แนะนำสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษตลอดกาล

นักแสดง: Jennifer Aniston, Courteney Cox , Lisa Kudrow , Matt LeBlanc , Matthew Perry , David Schwimmer

จุดเด่น: ระยะเวลาไม่นาน ทำให้คุณสามารถโฟกัสได้ตลอดเวลา แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะไม่เข้าใจทุกคำที่นักแสดงพูดก็ตาม

ตัวละครที่มีไม่มากเกินไป แต่มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน แถมมีบทพูดเยอะอีกด้วย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อที่เราแนะนำให้เลือกหนัง และซีรีส์จากบทความวิธีการเลือกดูหนังยังไง ให้เก่งอังกฤษในตอนที่แล้ว สังเกตเสียง และสำเนียงการพูดของตัวละครแต่ละตัว

คำศัพท์ที่ได้ก็เป็นแนวบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เจอทุกวัน เหมาะมากๆสำหรับคนที่เริ่มฝึกภาษาอังกฤษ

 

2. How I Met Your Mother

ระดับ: ง่าย

เรื่องนี้ฮาอย่าบอกใครสำหรับ How I met your mother จัดว่าเป็นซีรีส์ซิทคอมเหมือนกับ Friends แต่จะออกแนวคล้ายๆ กับซิทคอมเรื่องเก๋าของบ้านเราอย่าง “เป็นต่อ” ดูสนุกเพลินๆ ได้ความรู้ ปนเสียงหัวเราะก็ยิ่งทำให้การเรียนภาษาอังกฤษของเราสนุกขึ้นได้

นักแสดง: Neil Patrick Harris, Josh Radnor, Jason Segel, Alyson Hannigan and Coby Smulders

จุดเด่น:
ซีรีส์เรื่องนี้แอบสอดแทรกวัฒนธรรมสมัยใหม่ และดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีทั้งเรื่องของการจีบสาว ออกเดท ความสัมพันธ์ ปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่ได้ดีทีเดียว โหว 18+ ทั้งน้านน 555+

ภาษาที่เรื่องนี้ใช้ค่อนข้างสมัยใหม่ และเข้าถึงง่าย เพราะเป็นคำที่ใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แถมได้ Slang กับ Idioms อีกเพียบ เช่น High-five , Awesome อะไรแบบนี้

 

3. Glee

ระดับ: ง่าย

ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้เลิศสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากออกเสียงเป๊ะ สำเนียงเลิศ เรื่องนี้แอบสอนภาษาอังกฤษผ่านการร้องเพลง เก๋อ่ะ! วิธีนี้ทำให้เราสามารถจำประโยค และศัพท์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จัดว่าเป็นเทคนิคขั้นเทพสำหรับคนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษ สงสัยคงต้องฝึกร้องเพลงดูบ้างแล้ว

นักแสดง: Lea Michele , Cory Monteith , Chris Colfer , Jane Lynch , Naya Rivera , Jenna Ushkowitz ฯลฯ

จุดเด่น:
เรื่องนี้จะช่วยคนที่ต้องการฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง มีการฝึกออกโทนเสียงสูง เสียงต่ำ Intonation เป๊ะเว่อร์! เชื่อว่าหลังดูซีรีส์เรื่องนี้จบ พูดอังกฤษได้อย่างกับจบนอก 555+ เว่อร์ได้อีก

เกือบทุกตอนครูดนตรีจะมาสอนการร้องเพลง รวมถึงการออกเสียงที่ถูกต้องของตัวละคร ทำให้เราได้ฝึกฝนไปด้วยในตัว เยี่ยมสุด!

 

4. The Walking Dead

ระดับ: ปานกลาง

แค่ฟังชื่อก็กลัวแล้วอ่ะ 5555+ แต่บอกเลยนะว่าเรื่องนี้เด็ดสุดๆ ลุ้นทุกวินาที จนแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งเลยทีเดียว จนขอยกให้เรื่องนี้เป็นสุดยอดของซีรีส์ในดวงใจตลอดกาลสำหรับคนชอบดูหนังแนวซอมบี้ 555+

นักแสดง: Andrew Lincoln, Norman Reedus, Melissa McBride, Chandler Riggs, Lauren Cohan Danai Gurira ,Alanna Masterson ฯลฯ

จุดเด่น:
เนื้อเรื่องดำเนินอย่างเมามันส์ ตื่นเต้น ลุ้นทุกวินาที ชวนติดตาม ดูสนุกๆ เพลินๆ รู้ตัวอีกทีพูดอังกฤษเก่งซะละ 5555+

ที่สำคัญมีบทพูดค่อนข้างเยอะและส่วนมากเป็นบทพูดในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษ เพราะเราจะได้ฝึกฟังและเจอโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย

พอฟังเยอะก็จะช่วยให้เราสามารถสร้างบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี สถานการณ์แบบไหนเรื่องนี้มีครบ จะรัก จะเศร้า จะหวาน จะซึ้ง จะอึ้ง ก็ได้หมด

โดยเฉพาะสถานการณ์หวาดเสียว วิ่งหนีผีซอมบี้ 555+
โอ๊ย! มันส์อ่ะบอกเลยว่า พลาดแล้วจะเสียใจ

https://www.youtube.com/watch?v=Ui7qQ2YcnJQ

 

5. Once Upon a Time

ระดับ: ปานกลาง

สำหรับคนที่ชอบแนวนิทานปรัมปรา เทยนิยายแฟนตาซีต้องชอบเรื่องนี้แน่นอน คอนเฟิร์ม!
หนังเรื่องนี้เหมือนเอาการ์ตูนวอลส์ ดิสนีย์ และนิทานทางฝรั่งตะวันตกมายำรวมกัน เอาเป็นว่าได้เจอตัวละครที่คุ้นตาสมัยเด็กครบแน่นอน เช่น Snow White สโนวไวท์ , Evil Queen, พินอคคิโอ Pinocchio, ปีเตอร์แพน Peter Pan, หนูน้อยหมวกแดง Red Riding Hood, Robin Hood โรบิ้น ฮู้ด , ครูเอลล่า Cruella ฯลฯ
แต่เรื่องราวจะเป็นแบบไหน ใช่แบบที่่เราเคยดูกันตอนเด็กๆรึเปล่าต้องไปดู

นักแสดง: Ginnifer Goodwin, Jennifer Morrison ,Lana Parrilla,Josh Dallas ,Jared S. Gilmore, Robert Carlyle ,Raphael Sbarge ฯลฯ

จุดเด่น:
ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย บทสนทนา และคำศัพท์ที่ใช้เป็นคำที่พบบ่อย และที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ดูกับแฟนก็ยังได้

นอกจากนี้เราจะมีโอกาสได้รู้ศัพท์ดั้งเดิมของฝั่งตะวันตกอีกต่างหาก เช่น “thy” ที่หมายถึง “your” ในปัจจุบัน ถ้าให้พูดง่ายๆก็คงคล้ายๆ “ของเจ้า” โหว! มีความโบราณ 555+

บอกเลยว่าสิ่งที่จะต้องทำตอนนี้คือ นั่งลง พักผ่อน และสนุกไปกับการดูซีรีส์เรื่องนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

 

6. Lost

 

ระดับ: ปานกลาง

มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า Lost ลองมาดูเรื่องที่มันแมนๆ ตื่นเต้นๆ กันบ้าง เรื่องนี้เป็นซีรีส์เรื่องดังในต่างประเทศ พลอตเรื่องน่าสนใจ เปลี่ยนไปในทุกซีซั่น แถมที่สำคัญภาษาพูดไม่ยากเท่าไหร่ อยากดูแล้วอ่ะ ><

นักแสดง: Naveen Andrews, Emilie de Ravin, Matthew Fox, Jorge Garcia, Maggie Grace, Josh Holloway, Malcolm David Kelley

จุดเด่น:
เรื่องนี้ดูจบเมื่อไหร่จะทำให้คุณสามารถฟังสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษที่หลากหลาย ฝึกบริหารหูไว้ก่อนได้เลย 555 + สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึก ถ้าฟังไม่เข้าใจมาก สำเนียงแปลกๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจ ฟังบ่อยๆ จะดีขึ้นเอง มีทั้งสำเนียง อเมริกัน, อังกฤษ, ออสเตรเลียน, หรือแม้กระทั่ง สก๊อตติชยังมี

แต่ที่เด็ดกว่าคงเป็นคำศัพท์ก็หลากหลาย ครอบคลุมในทุกสถานการณ์

ใครอยากฝึกสำเนียงไหน ลองมาดูเรื่องนี้ก่อนเลย อิอิ

 

7. Prison Break

ระดับ: ปานกลาง

เรื่องนี้ต้องดูให้ได้เลย ดูพระเอก 555+

จะไม่ให้ดูได้ไง มันส์สุด สนุกเว่อร์ๆ เนื้อเรื่องมีความซับซ้อนหน่อย ประโยค และศัพท์อาจจะฟังยากขึ้นมานิด แต่ไม่ถึงกับยากมาก

นักแสดง: Dominic Purcell, Wentworth Miller, Robin Tunney, Peter Stormare, Amaury Nolasco, Marshall Allman, Wade Williams, Paul Adelstein ฯลฯ

จุดเด่น:
คำศัพท์ที่จะได้อาจจะฮาร์ดคอร์นิดๆ แต่เลิศอยู่นะ ทั้งเรื่องจะเล่าเกี่ยวกับคดีอาชญากรรม ชีวิตในห้องขัง ไรแบบนี้ สนุกสนานกันไป

ภาษาพูด และ สแลงจัดว่าเยอะมากกกก (ก. ไก่ล้านตัว) แถมมีถ้อยคำรุนแรง ด่า สบถกันทั้งเรื่อง 555+

น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเรื่องนี้
ใครชอบพระเอก เอ้ยย ! ใครชอบซีรีส์แนวนี้ก็จัดไปอย่าให้เสีย

 

8. 24

ระดับ: ปานกลาง

24 เรื่องนี้แอคชัน ตะบันแหลก บู๊นิดๆ ดราม่าหน่อยๆ
เรื่องราวที่น่าติดตามทั้งวินาศกรรม โจรกรรม ครบทุกกรรม 555+ เอ้ย! บทพูดก็เยอะพอสมควรเลยทีเดียว

นักแสดง: Kiefer Sutherland, Mary Lynn Rajskub, Carlos Bernard, Dennis Haysbert, Elisha Cuthbert, James Morrison ฯลฯ

จุดเด่น:
คำศัพท์เรื่องนี้บอกได้เลยว่าจัดหนัก จัดเต็ม ข้อดีของการดูซีรีส์ก็อยู่ตรงนี้ คือทำให้เราได้เจอศัพท์ซ้ำๆ เหมือนเดิมบ่อยๆ
เช่นแค่คำว่า Threaten และ Treat ได้ยินถึง 5 ครั้งภายในตอนเดียว แล้วมันดียังไง? ที่จริงแล้วมันคือการ Repeat หรือพูดซ้ำๆ ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง แต่ก็สามารถเข้าใจได้จากเนื้อเรื่อง และสามารถหยิบนำไปใช้ได้ เมื่อเกิดสถานการณ์ในแบบเดียวกัน

สายแอคชันต้องห้ามพลาดซะแล้ว

 

9. Grey’s Anatomy

ระดับ: ปานกลาง

มาดูกันบ้างกับเรื่องนี้ที่ดังสุดๆ เป็นพลุแตก ถึงกับสร้างกันยาวนานกว่า 13 ปี การันตีความสนุกแถมกวาดรางวัลมากมาย

ซีรีส์เรื่องนี้รวมเอาทุกเรื่องราวสับสนอลหม่านมาไว้ด้วยกัน 555+ ทั้งเรื่องงาน ความรัก เพื่อน ความอิจฉาริษยา

ได้ความรู้ภาษาอังกฤษ แถมได้เรื่องราวการทำงานของคุณหมอที่ต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอยู่ทุกวัน ลุ้นจนแทบจะนั่งไม่ติด ดูได้ยันสว่าง ไม่คิดว่าหนังแนวนี้จะสนุกขนาดนี้ ใครพลาดไปจะเสียดาย

นักแสดง: Ellen Pompeo, Sandra Oh, Patrick Dempsey, Justin Chambers and Katherine Heigl.

จุดเด่น:
ดราม่าเยอะ 555+ เอ๊ะ! ดี หรือไม่ดีกันละเนี่ย ><” แต่ก็ทำให้เรายังอยากที่จะติดตามเพราะเนื้อเรื่องทำไว้ดีมาก

แต่ถ้าให้เลิศสุดๆ เรื่องนี้คงหนีไม่พ้นคำศัพท์ยากๆ ศัพท์แปลกๆ ศัพท์เฉพาะในการทำงาน โดยเฉพาะศัพท์ทางการแพทย์เหมาะสำหรับคนที่สนใจในเรื่องแนวนี้ หรือมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นคุณหมอ

ทำไมมันถึงดีอีกข้อก็เพราะเรื่องนี้มีบทพูดแบบ Dialogue สองคนเยอะมาก ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาที่ใช้จริง มีสำนวนที่พบเจอบ่อยในชีวิตประจำวัน

ใครชอบแนวนี้ไปหามาดูนะ บอกแล้วนะจ๊ะ ^^

 

10. Sherlock

ระดับ: ยากมากกกกก

มาถึงซีรีส์ทางฝั่งอังกฤษกันบ้าง จะไม่ให้พูดถึงเลยก็คงจะไม่ได้ จัดว่าซีรีส์เรื่องเอกที่เป็นสุดยอดของหนังแนวลึกลับ สืบสวนสอบสวน ตามล่าหาความจริง สอดรู้สอดเห็น สายเผือกต้องชอบ 5555+ เอ๊ะ! มันใช่เหรอ

นักแสดง: Benedict Cumberbatch , Martin Freeman , Rupert Graves , Una Stubbs , Jonathan Aris , Louise Brealey , Zawe Ashton

จุดเด่น:
ซีรีส์เรื่องนี้แอบแฝงด้วยความสนุก ตื่นเต้น มุกตลกๆ และเรื่องราวที่ไม่ธรรมดา ที่ขนาดว่าคุณก็คาดไม่ถึง แถมมีครบสำหรับคนรักภาษา และอยากจะฝึกพูดภาษาอังกฤษในระดับสูงๆ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่ายากมากก ใครอยากเก่งขั้นเทพ ต้องดูเรื่องนี้เลย

สำเนียงอังกฤษแบบต้นตำรับ และการแสดงที่ยอดเยี่ยม
ทำให้ซีรีสืเรื่องนี้เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน

แต่ที่ทำให้มันพิเศษ และยากกว่าเรื่องอื่นๆอยู่ที่เรื่องนี้มีบทสนทนาที่ค่อนข้างยาว และเยอะ แน่นอนว่าทำให้เรามีโอกาสได้ยินโครงสร้างประโยคที่น่าสนใจมากมาย

อยากฝึกสำเนียงผู้ดีอังกฤษ ต้องใส่เรื่องนี้ไว้ในลิสต์ด้วยนะจ๊าา

 

11. Game of Thrones

ระดับ: ยากมากกกกกก ยากกสุดๆ

ถ้าจะบอกว่าเรื่องนี้ คือเรื่องปราบเซียนก็คงจะไม่ผิด บอกเลยว่ายากกกกมากกกกกกก (ก. ไก่จะเยอะไปไหน) 5555+

แน่นอนว่าสาวกที่อ่านหนังสือเรื่องนี้ ต้องตามมาดู ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็แล้วแต่ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่คุณต้องดู และพลาดไม่ได้ ! ครบรสแบบมันส์ทุกหยด ไม่อยากพลาดซักตอนเดียว ดราม่า ความรัก การทรยศ หักหลัง แม้จะมีพากย์ไทย แต่ให้ดีต้องดูจากต้นตำรับไม่มีซับเพื่อให้ได้อารมณ์อย่างแท้จริง

นักแสดง: Peter Dinklage ,Emilia Clarke, Maisie Williams ,Sophie Turner ,Lena Headey, Nikolaj Coster-Waldau ฯลฯ

จุดเด่น:
สำเนียงอังกฤษที่ใช้มีเอกลักษณ์มาก พูดกันทั้งเรื่อง เหมาะสำหรับคนที่อยากฝึกสำเนียงอังกฤษแบบจริงๆจังๆ มีทั้งบริทิช สก๊อตติช

แม้บทพูดและภาษาที่ใช้อาจจะยาก ซับซ้อน และไม่ค่อยใช้ในชีวิตประจำวันซักเท่าไหร่ แต่เรื่องก็สนุกและชวนติดตามจนแทบไม่รู้เลยว่าภาษาที่ใช้ยากแค่ไหน

การออกเสียงและ การวิธีการพูดเชื่อมคำของตัวละครเรื่องนี้ก็แอบน่าสนใจ เช่น คำว่า But I: Buh-dai คำว่า Do you: Dju หรือคำว่า Stand at: Stan-dat เป็นต้น

คำศัพท์ที่ได้จะเป็นระดับที่สูง บางคำเป็นคำที่ยาก และไม่ได้พบเจอได้บ่อย แต่จะช่วยให้เราขยายคลังคำศัพท์ในระดับที่สูงขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะคำศัพท์เหล่านี้ก็จะถูกนำมาพูดอีกบ่อยๆ ทำให้เราสามารถเข้าใจได้ไม่ยากเลย

นอกจากนี้ในเรื่องยังมี Quote เด็ด วลีดังให้เรียนรู้มากมาย เช่น Freedom means making your own choice ประโยคเด็ดของ Daenerys ใครรู้ตัวว่าเป็นสาย Quote เด็ดวลีดังแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าที่นี่มีเยอะมากกก

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.mindenglishofficial.com

40 ประโยคพื้นฐานภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เริ่มต้น

ปัจจุบันภาษาอังกฤษมีความสำคัญเป็นอย่างมากในสังคม คนส่วนใหญ่จึงเริ่มสนใจที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันมากขึ้น และหลายคนยังคงไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มต้นเรียนเรื่องไหนก่อน วันนี้เราจึงนำ 40 ประโยคพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นมาฝากกัน จะมีประโยคไหนบ้างนั้นตามไปดูกันเลย…

 

1. What’s your name? คุณชื่ออะไร

2. Where are you from? / Where do you come from? คุณมาจากไหน / I’m from … I come from … ฉันมาจาก…….

3. What’s your surname / family name? คุณนามสกุลอะไร

4. What’s your first name? คุณชื่ออะไร

5. What’s your address? ที่อยู่ของคุณคือที่ไหน

6. Where do you live? คุณอาศัยอยู่ที่ไหน / I live in… ฉันอาศัยอยู่ที่…

7. What’s your (tele) phone number? คุณหมายเลขโทรศัพท์อะไร

8. How old are you? คุณอายุเท่าไหร่ / I’m….years old. ฉันอายุ…ปี

9. Where were you born? คุณเกิดเมื่อไหร่ / I was born in…. ฉันเกิดในปี….

10. Are you married? คุณแต่งงานหรือยัง

11. What do you do? / What’s your job? คุณทำอาชีพอะไร

12. Where did you go? คุณไปไหนมา

13. What did you do? คุณทำอะไร

14. What are you going to do tomorrow / this evening / next week / etc.? คุณกำลังจะทำอะไรพรุ่งนี้ / เย็นนี้ / สัปดาห์หน้า / ฯลฯ

15. Where were you? คุณอยู่ที่ไหน

16. Have you got a car / job / house / etc.? คุณมีรถ / งาน / บ้าน ฯลฯ หรือเปล่า

17. Have you got any children / friends / books / etc.? คุณมีบุตร / เพื่อน / หนังสือ ฯลฯ บ้างไหม

18. Can you play tennis / golf / football / etc.? คุณเล่นเทนนิส / กอล์ฟ / ฟุตบอล / ฯลฯ เป็นไหม

19. Can you speak English / French / Japanese / etc.? คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม

20. How do you do. Pleased to meet you. ยินดีที่พบคุณ

21. How are you? คุณสบายดีไหม / Fine, thanks. And you? สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ

22. How can I help you? / May I help you? จะให้ช่วยอะไรบ้าง

23. Can I try it on? ฉันขอลองใส่ได้ไหม (กรณีซื้อของ)

24. How much does it cost? / How much is it? คนซื้อ : ราคาเท่าไหร่

25. How would you like to pay? คนขาย : คุณจะจ่ายยังไง / By credit / cash ด้วยเครดิต / เงินสด

26. Can I pay by credit card / check / debit card? คนซื้อ : ฉันจะจ่ายโดยใช้ บัตรเครดิต / เช็ค / บัตรเดบิต ได้ไหม

27. Have you got something bigger / smaller / lighter / etc.? คนซื้อ : คุณมีตัว ที่ใหญ่กว่า / เล็กกว่า / เบากว่า / ฯลฯ หรือไม่

28. What’s that? นั่นอะไรน่ะ / อะไรนะ?

29. What time is it? เวลาเท่าไร

30. Can / May I open the window? ฉันขอเปิดหน้าต่างได้ไหม / Certainly. It’s hot in here! ได้เลย ข้างในนี่ร้อน

31 Are there any apples / sandwiches / books / etc.? มีแอปเปิ้ล / แซนด๋วิช / หนังสือ / ฯลฯ บ้างไหม

32. Is this your / his / her / etc. book / ball / house / etc.? นี่คือ หนังสือ / ลูกบอล / บ้าน / ฯลฯ ของคุณ / ของเขา / ฯลฯ ใช่ไหม

33. Whose is this / that? สิ่งนี้ / สิ่งนั้น เป็นของใคร

34. What do you like? คุณชอบอะไร / I like playing tennis, reading and listening to music. ฉันชอบเล่นเทนนิส, อ่านหนังสือ และฟังเพลง

35. What does he look like? เขามีลักษณะเป็นยังไง / He’s tall and slim. เขาสูงและผอม

36. What would you like? คุณชอบอะไร

37. What is it like? มันมีลักษณะเป็นอย่างไร

38. What’s the weather like? อากาศเป็นอย่างไร / It’s raining at the moment. ตอนนี้ฝนกำลังตก

39. Would you like some coffee / tea / food? คุณจะรับกาแฟ / ชา / อาหาร บ้างไหม

40. Would you like something to drink / eat? จะรับอะไรดื่ม / ทานอะไรไหม

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: lifestyle.campus-star.com

10 หนังดัง!! ช่วยเสริมทักษะภาษาอังกฤษ

การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้หรือเพิ่มทักษะได้จากสิ่งต่างๆ รอบตัว โดยที่ไม่ต้องพึ่งตำราเรียนเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง การเล่นเกม และการชมภาพยนตร์ ก็สามารถช่วยทำให้ได้พัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษได้เช่นกัน และนี่คือ 10 ภาพยนตร์ที่นอกจากจะสนุกแล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทั้งการพูด การอ่าน และการฟัง จะมีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. The Hunger Games

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games เป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวในอนาคต ในประเทศที่มีชื่อว่า Panem ซึ่งจะแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 เมืองด้วยกัน (มีแคปปิตอลเป็นเมืองหลวง) โดยในแต่ละปีทุกเขตจะต้องทำการส่งตัวแทนจำนวน 2 คน เข้าร่วมการแข่งขัน “เกมล่าชีวิต” จากการจับสลากเลือกบรรณาการชายหญิงอายุ 12-18 ปี ในวันเก็บเกี่ยวอย่างละคนมาเพื่อลงแข่ง และทั้ง 24 คน จาก 12 เขต (ยกเว้นเขตแคปปิตอลที่ไม่ต้องทำการแข่งขัน) ต้องฆ่ากันเองจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว แต่แล้วก็มีเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อ Katniss สาวน้อยวัย 16 ปีจากเขต 12 อาสาลงแข่งขันแทนน้องสาวที่ชื่อถูกจับสลากในการประลองครั้งที่ 74 และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่างๆ

ซึ่งนอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะสนุก น่าดูแล้ว ภาพยนต์เรื่อง The Hunger Games ยังเป็นหนังที่ช่วยทำให้เราเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ใช้คำศัพท์ในการพูดที่เข้าใจง่าย และถ้าหากเราไม่เข้าคำพูดของเหล่าตัวละคร เราก็สามารถดูจากการกระทำของตัวละครแต่ละตัวได้ว่ากำลังสื่อถึงอะไร หรือกำลังทำอะไรอยู่ ตัวอย่างประโยคเด็ดของ The Hunger Games คือ “Here’s some advice, stay alive!”

 

2. The King’s Speech

เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่จะต้องขึ้นมาครองบัลลังก์เป็นสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 แต่เขากลับจะต้องเผชิญกับปัญหามากมาย โดยเฉพาะเรื่องการพูดติดอ่างของเขา ที่เป็นปัญหาใหญ่ทำให้ประชาชนไม่ยอมรับในตัวของเขา ซึ่งเขาก็ได้เข้ารับการรักษาและบำบัดด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เน้นการออกเสียงของแต่ละตัวละครให้มีความชัดเจน ถูกต้อง ดังนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเหมาะกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นที่สุด

 

3. Harry Potter

สำหรับภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์อย่าง Harry Potter เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไตรภาคที่จะช่วยทำให้เราได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างมากมาย ตั้งแต่ภาค 1 จนถึงภาค 7 โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มีคำศัพท์แปลกๆ ให้เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ อีกด้วย เช่น Muggle, Fudge Flies หรือ Inferius เป็นต้น ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะช่วยทำให้เราสนุกแล้ว ยังจะช่วยทำให้เราพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการพูดได้ด้วย

 

4. The Queen

The Queen เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเรื่องราวของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 และความวุ่นวายให้พระราชวังหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า ในประเทศอังกฤษ ซึ่งนอกจากเราจะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว เรายังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมตะวันตกของพระราชวังอีกด้วย ใครที่ชอบดูภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวอิงมาจากเรื่องจริง ไม่ควรพลาดเลย

 

5. The Lord of the Rings

เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ (The Lord of the Rings) จากนวนิยาขายดีสู่การนำมาทำเป็นภาพยนตร์ไตรภาค ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมทั่วโลกอย่างมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนดินแดนในจินตนาการที่มีชื่อว่า มิดเดิลเอิร์ธ ตัวละครในเรื่องมีหลายเผ่าพันธุ์ เช่น มนุษย์ เอลฟ์ ฮอบบิท คนแคระ พ่อมด และออร์ค โดยหัวใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ แหวน ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยจอมมารเซารอน เหตุการณ์ในเรื่องเริ่มต้นจากดินแดนไชร์อันสุขสงบ ไปยังส่วนต่างๆ ของมิดเดิลเอิร์ธ จนถึงเหตุการณ์สงครามแหวน โดยนอกจากนี้เราจะได้ชมภาพยนตร์ที่สนุก มีความตื่นเต้นกันแล้ว เรายังเรียนรู้วัฒนธรรมของตะวันตกในช่วงยุคใหม่ ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และภาษาถิ่นที่ถูกสอดแทรกเข้าไปไว้ในเรื่องอีกด้วย

 

6. Charlie and the Chocolate Factory

ภาพยนตร์แฟนตาซี จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จะชวนทุกคนไปตื่นตาตื่นใจกับโรงงานผลิตช็อคโกแลตขนาดใหญ่ และเรื่องราวของเด็กหนุ่มชาร์ลี บั๊คเก็ต ที่ต้องการรู้ให้ว่าแท้ที่จริงตนเองเป็นใครกันแน่ เป็นภาพยนตร์ที่ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยบทสนทนาที่เข้าใจง่าย ก็จะช่วยทำให้เราได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น

 

7. The Hangover

The Hangover มีชื่อภาษาไทยว่า “เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน” ภาพยนตร์สุดเกรียนที่เล่าถึงเรื่องราวของเพื่อนเก่า 4 คน ได้แก่ ฟิล, สตู, แอลัน และดั๊ก ที่จะต้องเดินทางไปลาสเวกัส เพื่อจัดปาร์ตี้สละโสดก่อนที่ดั๊กจะแต่งงาน โดยผู้ชมจะได้เห็นการผจญภัยสุดอันตรายและเต็มไปด้วยปัญหาของพวกเขา จนต้องเผลอลุ้นและเอาใจช่วยให้พวกเขาสามารถกลับไปเข้าร่วมงานแต่งงานได้ทันเวลา ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทสนทนาในชีวิตประจำวันที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เช่น stag party มาจาก bachelor party ที่แปลว่า งานเลี้ยงสละโสด เป็นต้น

 

8. Beauty and the Beast

Beauty and the Beast จากนิทานสุดคลาสสิกขวัญใจผู้อ่านทั่วโลก ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สุดอลังการ สำหรับใครที่ชอบนิทานเรื่องนี้ ขอบอกเลยว่าก็ไม่ควรพลาด Beauty and the Beast ในภาพยนตร์เช่นกัน เพราะนอกจากที่เราจะได้รับภาพยนตร์อย่างสนุก ตื่นตาตื่นใจไปกับฉากสุดอลังการแล้ว เรายังได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษผ่านบทเพลงในเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน อีกด้วย

 

9. The Sound of Music

เป็นภาพยนตร์เพลง (Musical) โดยออกฉายในปี พ.ศ. 2508 โดยมีเนื้อหาตามละครเพลงบรอดเวย์ The Sound of Music ที่ออกแสดงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2502 โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มีการนำคำศัพท์ต่างๆ มารวมกับวลีต่างๆ ได้อย่างลงตัว ทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์และวลีไปได้พร้อมๆ กันเลย แถมยังเป็นการช่วยในการพัฒนาทักษะด้านการฟังของเราด้วย

 

10. The Remains of the Day

เป็นภาพยนตร์สุดคลาสสิกที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นเรื่องราวของอาชีพพ่อบ้าน-แม่บ้าน ในช่วงปลายยุค 90 ที่พวกเขาจะเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมายในการทำอาชีพนี้ เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งเรียนรู้ความแตกต่างของโครงสร้างไวยากรณ์ที่ใช้ในสมัยก่อนและยุคปัจจุบันด้วยว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: lifestyle.campus-star.com

คำคมภาษาอังกฤษโดนใจ แฝงข้อคิดดีดี จากหนังดัง!!!

Love and Other Drugs, 2010

“Those who are happy are not without pain, they just know how not to be controlled by it.”

คนที่มีความสุขไม่ใช่ว่าเขาไม่เจ็บปวดเลย แต่เขารู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกความเจ็บปวดครอบงำต่างหาก

 

GFBF

“There are some things we couldn’t understand when we were young, and when we finally understood, we are not young anymore.”

มีบางอย่างที่เราไม่เข้าใจเมื่อเรายังเด็ก แต่เมื่อเราเข้าใจมันแล้ว นั่นแสดงว่าเราไม่ใช่เด็กอีกต่อไป

Forrest Gump, 1994

“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”

ชีวิตก็เหมือนกล่องที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลต คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณจะได้รสอะไร

 

 Argo, 2012

“Courage is not living without fear. Courage is being scared to death and doing the right thing anyway.”

ความกล้าหาญไม่ใช่การมีชีวิตโดยไม่เกรงกลัวอะไร แต่คือการกลัวความตายและทำในสิ่งดี ๆ ต่างหาก

 

The Intouchables, 2011

“Anyone can change your life, if you let them.”

ใครก็เปลี่ยนชีวิตคุณได้ ถ้าคุณปล่อยให้เขาทำ

 

The Bucket List, 2007


“One day your life will flash before your eyes. Make sure it’s worth watching.” 

ในวันหนึ่งภาพชีวิตของคุณจะฉายขึ้นตรงหน้า ดังนั้น จงทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อการชม

 

 Ted, 2012

“Friendship isn’t about being inseparable, but about being separated and knowing nothing will change.”

มิตรภาพไม่ใช่การห่างกันไม่ได้เลย แต่คือมันการห่างกันแต่ยังคงรู้ว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

 

Slumdog Millionaire, 2008

“Scar is the proof of a healed wound.”

แผลเป็นคือหลักฐานของบาดแผลที่ถูกเยียวยาแล้ว

 

Meet Joe Black, 1998

“Don’t wait till Death shows up before you start learning how to live”

 อย่ารอให้ความตายปรากฏตรงหน้าก่อน แล้วค่อยเรียนรู้การใช้ชีวิต

 

The Man In the Iron Mask, 1998

“Be thankful for the hard times, for they have made you” 

จงขอบคุณช่วงเวลาที่เลวร้าย เพราะมันทำให้คุณเป็นคุณได้ในวันนี้

 

The Great Gatsby, 2013


“It’s our instinct to chase what’s getting away, and to run away from what’s chasing us.”

สัญชาตญาณของคนเราคือไล่ตามสิ่งที่กำลังหนีเรา และวิ่งหนีสิ่งที่กำลังไล่ตามเราอยู่

 

One Day, 2011

“Affection is when you see someone’s strengths; love is when you accept someone’s flaws.”

ความผูกพันเกิดขึ้นเมื่อคุณมองเห็นความแข็งแกร่งของคนบางคน แต่ความรัก เกิดขึ้นเมื่อคุณยอมรับข้อบกพร่องของคนบางคน

 

 Harry Potter and the Sorcerer’s Stone, 2001

“It takes a great deal of bravery to stand up to your enemies, but a great deal more to stand up to your friends.” 

เราใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการต่อสู้กับศัตรูของเรา
แต่ต้องใช้ความกล้าหาญมากกว่านั้นอีกเมื่อเราต้องต่อสู้กับเพื่อนของเราเอง

Casino, 1995

“There’s three ways to do things, the right way, the wrong way and the way that I do it.” 

มี 3 ทางเลือกให้คุณในการทำอะไรสักอย่าง คือ ทางที่ถูก ทางที่ผิด และทางที่คุณเลือกทำ

 

Good Will Hunting, 1997


“Some people can’t believe in themselves until someone else believes in them first.”

คนบางคนไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง จนกว่าจะมีใครบางคนเชื่อมั่นในตัวเขาก่อน

 

The Dark Knight, 2008

“If you’re good at something, never do it for free.”

หากคุณเก่งอะไร จงอย่าทำมันให้ใครฟรี ๆ

 

Pirates of the Caribbean, 2003

“Honestly, it’s the honest ones you want to watch out for, because you can never predict when they’re going to do something incredibly stupid.” 

บอกตรง ๆ นะ มันเป็นสิ่งที่คุณต้องจับตามองให้ดีเลยล่ะ
เพราะคุณไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าพวกนั้นจะทำเรื่องโง่ ๆ แบบคาดไม่ถึงขึ้นมาอีกเมื่อไหร่

 

The Godfather, 1972

“Keep your friends close, but your enemies even closer.”

จงใกล้ชิดกับมิตรสหาย แต่ใกล้ชิดกับศัตรูให้มากกว่า

 

The Lion King, 1994

“Oh yes, the past can hurt. But you can either run from it, or learn from it.” 

อดีตทำร้ายเราได้ แต่เราต้องเลือกว่าจะวิ่งหนีมัน หรือเรียนรู้จากมัน

 

Shawshank Redemption, 1994


“I guess it comes down to a simple choice, really. Get busy living, or get busy dying.”

ผมคิดว่าเรามาถึงทางตันจริง ๆ ต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะทำชีวิตให้มีคุณค่า
หรือจะปล่อยชีวิตให้ล่องลอยไปวัน ๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก movie.kapook.com

เรียนภาษาอังกฤษจากหนัง Disney•Pixar’s Coco – วันอลวน วิญญาณอลเวง

การ์ตูนเรื่อง Coco มีคำศัพท์อะไรน่ารู้บ้าง? อิอิ อยากจะบอกว่า

มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ “ญาติ” เยอะมากเลยยย

เตรียมตัวออกเสียงกันดีๆนะจ๊ะ

Family (แฟ้ เมอ หลี่) (แฟ้ม หลี่) : ครอบครัว

Ancestor (แอ๊น เสส ซือ เถ่อร์) : บรรพบุรุษ

Papa (พ้า ผ่า) (ป๊า ป่า) : พ่อ

Mama (ม้า หม่า) (หม่า ม้า) : แม่

Grandmother (แกร้น มา เธ่อร์) (แกร้ม มา เธ่อร์) : ย่า

Great grandmother (เกร่ด แกร้น มา เธ่อร์) : ทวด

Great great grandmother (เกร้ด เกร้ด แกร้น มา เธ่อร์) : เทียด

Relative (เร้•เลอ•ถี่ฟ•ฟือ) : ญาติ

วันนี้มีคำศัพท์มาฝากกันพอหอมปากหอมคอนะจ๊ะ

——————————————————————————————————————

ขอขอบคุณอาจารย์เอ๋ กดติดตาม Aeyducation ได้เลยค่ะ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ ^^

อาจารย์เอ๋ Aeyducation

สอบถามข้อมูลส่วนลดพิเศษได้ทุกช่องทางนะคะ(‐^▽^‐)
Tel: 095-546-6549
Line: @Aeyducation
อาคาร Aeyducation ติด BTS วงเวียนใหญ่ ทางออก1

 

https://www.youtube.com/watch?v=qhOyMg35Srg&t=55s

https://www.youtube.com/watch?v=I9iVzOsEwnw

Passengers (Official Trailer) ซับไทย รีวิวหนัง

เมื่ออ่านกระทู้ในพันทิปส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบหนัง. ร่วมกับคะแนนในเวปมะเขือเน่าตำ่เตี้ยจึงเลิกคิดจะดูไป. แต่ด้วยความบังเอิญด้านเวลาทำให้ต้องดูอย่างไม่คาดหวังอะไรนัก แล้วก็พบว่า.  อ่าววว.  หนังดีนี่นาาา. เกือบพลาดแล้ววว. เรื่องนี้ดูตามบ้านไม่ได้บรรยากาศเท่าดูในโรงหนังแน่นอน. ด้วยฉากหลังเป็นยานอวกาศสุดล้ำขนาดใหญ่. กับเวิ้งอวกาศไร้ขอบเขต. ยิ่งถ้าดู imax นี่ยิ่งสุดๆ

จุดที่ทำให้คนส่วนใหญ่ผิดหวังจนอาจพาลไม่ชอบ. น่าจะเพราะความคาดหวังถึงฉาก action ลุ้นระทึก. (จากการตัดต่อตัวอย่างหนังกับการเลือกดาราที่รับบทตัวเอก) แต่กลับกลายเป็นหนัง ดราม่า โรแมนติก โดยที่ฉากหลังเป็นหนังไซไฟ. มีแอคชั่นแถมท้ายนิดๆหน่อยๆ.  ถ้าตัดความคาดหวังออกไป  ตั้งใจมองไปที่สิ่งที่หนังนำเสนอ. ก็จะพบว่ามันมีอะไรที่ลึกซึ้ง ดีงามอยู่หลายอย่าง

สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษคือฉาก. กับบท.  ฉากไม่ต้องพูดถึงว่าสวยงาม ยิ่งใหญ่ เคว้งคว้าง. เต็มไปด้วยไอเดียน่ารักๆล้ำสมัยและเก็บรายละเอียดได้ดี   อันนี้น่าจะเห็นตรงกันทุกคน. ส่วนบทเป็นที่ถกกันว่ามันดีจริงรึเปล่า. ส่วนตัวชอบมากๆๆๆ หนังตั้งคำถามที่สำคัญกับคนทุกคน. คือ. ชีวิตนั้น แท้จริงแล้วต้องการสิ่งใดกันแน่. เราต่างก็ออกเดินทางเพื่อตามหาความสุข ตามหาและไปให้ถึงจุดมุ่งหมายในชีวิต. หากแต่ปัจจุบันและสิ่งที่มีอยู่มักจะไม่เห็นค่า. ความสุขกลับอยู่ไกลออกไปข้างหน้าเสมอ. บางทีเพียงแค่เรา”หยุด” และตั้งใจ”มอง”สิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีๆ. ความสุขอาจจะอยู่ตรงนั้นเอง

นอกจากประเด็นใหญ่ๆที่นำเสนอแล้ว. ยังมีประเด็นเล็กๆแต่น่าสนใจแฝงอยู่อีก ทำให้ได้อะไรจากการดูหนังไปขบคิดพอสมควร.

พระเอกนางเอกก็หน้าตาดีมีสเน่ห์(ถึงแม้ว่าจะติดภาพจากหนังเรื่องเดิมๆทำให้อินไม่มากเท่าไหร่). การแสดงจัดว่าดี. ดูได้เพลินๆ มีอารมณ์ขันแทรกบ้าง. บางฉากก็เว่อจัง.  แต่ก็ไม่ได้ขนาดรับไม่ได้

สรุปเชียร์ให้ดูค่ะ ให้ 7/10

 

https://pantip.com/topic/35967149

 

The Witch (Official Trailer Sub-Thai) รีวิวหนัง

นี่อาจจะเป็นหนังสยองขวัญที่ดีที่สุดในปีนี้ก็เป็นได้
THE VVITCH บรรยายความรู้สึกแบบไม่สปอยล์
=======
คือ หากเทียบกระแสในช่วงนี้ หนังเรื่องนี้แทบไม่เป็นที่กล่าวถึงกันเลย เพราะโดนหนังฟอร์มใหญ่ และโดนหนังผีไทยดักควายบางเรื่องกลบกระแสหมด แต่ THE VVITCH หนังผีทุนต่ำและชื่อสะกดด้วยvสองตัวสุดประหลาดเรื่องนี้ ก็การันตีด้วย รางวัลเทศกาลซันแดนซ์ฟิล์ม และกล่องเวทีเบิ้มๆอีกมากมาย
=======
THE VVITCH คือเรื่องราวที่อิงนิทานพื้นบ้านแบบพื้นบ้านจ๋าๆ เรียลๆ จนแทบได้กลิ่นต้นไม้ใบหญ้าลอยเข้ามาในจมูกกันเลย
เรื่องเกิดขึ้นในยุคอพยพตั้งรกรากของชาวอังกฤษบนแผ่นดินใหม่ทวีป อเมริกา
เริ่มเล่าด้วยครอบครัวหนึ่งที่โดนเนรเทศจากนิคมอาศัย ให้ออกมาตั้งรกรากและใช้ชีวิตตามยถากรรม กลางป่าเขาสุดแสนเปลี่ยวร้าง
ในช่วงเเรกหนังเล่าถึงการใช้ชีวิตของครอบครัวทั้งเจ็ด ที่ทำไร่ ล่าสัตว์ ศรัทธาในศาสนาและพระเจ้า ไปตามปรกติ แต่ความสุขของพวกเขาต้องจบลง
เมื่อลูกสาวคนโต โธมาซิน (Anya Taylor-Joy) ทำทารกน้อยหายไปอย่างแทบไม่เชื่อสายตา………
และนี่เป็นต้นเหตุแห่งเรื่องราวของการระแวง ใส่ร้าย หวาดกลัวกันเองในครอบครัว ที่จะนำพาทุกๆชีวิตไปสู่หายนะ……..
========
อย่างที่บอก หนังเน้นหนักในเรื่องความเชื่อต่อพระเจ้า แกมตั้งคำถาม และหยอกล้อ ล่อลวงโดยมีเรื่องราวแม่มด ภูตผี คำสาป และซาตานเป็นองค์ประกอบ
========
ลืมภาพแม่มดใส่หมวกแหลมขี่ไม้กวาดยิงคาถาไฟเย็นใส่กันได้เลย แม่มดในหนังเรื่องนี้ มันเรียลจริงๆ ดูแล้ว เออ เห้ย แม่มดในสมัยโบราณกาลมันต้องเป็นแบบนี้นี่แหละ
และไม่ใช่โผล่มาโทงๆ จะๆ หรือ วูบๆวาบ ๆตุ้งแช่ นะ เขาตีความและนำเสนอแม่มด ผ่านสัญลักษณ์ เหตุการณ์ ออกมาได้ ชาญฉลาด และมีชั้นเชิงสัสๆ
========
หนังปฏิเสธความตุ้งแช่ หรือ คลิเช่ซ้ำซากๆแบบเดิม ความหลอนแบบสั่นประสาทเรื่องนี้ ยกให้เรื่อง ซาวด์เลย ที่ดีไซน์กันมา วิเศษมากๆ มันบิวท์ได้ตื่นตา อลังการ ถูกจังหวะ ขนพองสยองเกล้าแบบจัดหนักจัดเต็ม แต่…….สดใหม่ เราอยากให้ซาวด์เรื่องนี้ได้ออสการ์จริงๆ
========
นักแสดงทุกคนแสดงดีมาก โดยเฉพาะ น้องโธมาซิน Anya Taylor อารมณ์ท่วงท่า นางยอดเยี่ยมมาก และน้องใจดีไม่หวงสรีระเลย อาจเปนดาวรุ่งพอๆกับดาโกต้าสมัยนึงได้เลย
และคนที่ไม่พูดไม่ได้เลย เคเลบ ลูกชายคนรอง Harvey Scrimshaw เด็กนี้น่าจับตามองมากมาย ฉากที่นางปล่อยของ คือฉากไคลแม๊กที่สั่นสะพรึงสุดของหนังเลยก็ว่าได้
พ่อ ที่ดูมีคาแรคเตอร์ที่ไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้ และแม่ที่แสดงได้ป่วยจิตตลอดเวลา คู่แฝดที่เป็นสีสรรของหนัง ทุกคนแสดงอยู่ในเกณฑ์ดีมากจริงๆ
========
งานภาพ ขอใช้คำว่า ขั้นเทพเลย เหมือนกำลังดูภาพศิลปะยุคกลางที่งดงาม และเต็มไปด้วยองค์ประกอบ แสง สี ธรรมชาติ ทิวทัศน์ ที่ตอบโจทย์ จนเชื่อว่าเหมือนย้อนเวลาไปถ่ายสมัยนั้น เพราะวางสโคปเพียงแค่โลเคชั่นเดียว คือ บ้านชายป่า มีคอกแพะ ไร่ข้าวโพด เสื้อผ้าคอสตูม ไปถึงเมคอัพ ทุกอย่างเซตมาได้ถึงหมด ไม่มีอะไรเสียประโยชน์เลย มันนำพาเรื่องราวได้คุ้มค่ามาก
========
เป็นธรรมดาที่หนังรางวัล หรือหนังลูกรักนักวิจารณ์ จะมีตอนจบที่ปลายเปิด หรือจบแบบฉงนงงงวย ซึ่งเราก็เตรียมรับชะตากรรม ทุกครั้งที่จอมืดลง เราภวานาว่าอย่าจบแบบนี้นะ ขออีกขออีก ซึ่งทุกครั้งที่จอมืดสามารถเป็นตอนจบได้ตลอด
แต่เอาเข้าจริง ตอนจบมันเหนือความคาดหมายมาก ยิ้มโคตรพี้คเลย มันขับเน้นหนังให้ทรงคุณค่า แบบจาก 60ไป100
========
สำหรับเรา หากเกือบ10ปีที่แล้ว Parnomal 1คือความสดใหม่ หากหลายปีที่แล้ว INSIDIUS1 คือความแปลกใหม่ หากเมื่อปีที่แล้ว It’s Follow คือหนังผีที่เราชอบมากที่สุด และปีนี้ THE VVITCH ก็อยู่ในลิสต์หนังผีเหล่านั้น
8/10จึงคู่ควร สำหรับหนังที่ชาญฉลาดเรื่องนี้
แต่เสียดายมากที่รอบน้อยมาก แนะนำให้รีบไปดูกันครับ

ขอบคุณข้อมูล pantip.com