แปลเพลง Could I Love You Any More – Reneé Dominique (Lyrics) เนื้อเพลง

[Intro: Reneé Dominique]
Ooh, ooh, ooh, ooh
Ooh, ooh, ooh, ooh

[Verse 1: Reneé Dominique, Both]
Full moon, bedroom, stars in your eyes
Last night, the first time that I realized
The glow between us felt so right
We sat on the edge of the bed and you said
“I never knew that I could feel this way”
Love today can be so difficult
But what we have I know is different
‘Cause when I’m with you the world stops turning

ดวงจันทร์ที่เต็มดวง ห้องนอนห้องหนึ่ง กับนัยน์ตาของคุณที่เปล่งประกายดั่งดวงดาว
ค่ำคืนก่อน กับครั้งแรกที่ฉันได้ตระหนักรู้
มีประกายระหว่างเราที่ทำให้รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ใช่แน่ ๆ
เราได้นั่งกันตรงขอบเตียง และคุณก็พูดว่า
“ฉันไม่เคยรู้เลยว่าตัวฉันนั้นรู้สึกแบบนี้ได้ด้วย”
ความรักในตอนนี้เป็นเรื่องที่ยากได้
แต่สิ่งที่เรามีนั้นฉันรู้ว่าเป็นเรื่องยาก
เพราะในตอนที่ฉันนั้นอยู่กับคุณ โลกใบนี้นั้นได้หยุดหมุนลง

[Chorus: Both]
Could I love you any more?
Could I love you any more?
Could I love you any more?

ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม

[Verse 2: Jason Mraz, Both]
Sunrise, time flies, feels like a dream
Being close in healing heart to believe
Seven billion people in the world
Finding you is like a miracle
Only this wonder remains

แสงอาทิตย์ เวลาที่ผ่านพ้นไป ความรู้สึกดั่งฝันครั้งหนึ่ง
เมื่อหัวใจที่เยียวยานั้นเข้าไปใกล้สู่ความเชื่อ
ท่ามกลางผู้คนเจ็ดพันล้านคนบนโลกใบนี้นั้น
การพบเจอคุณช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์
มีเพียงความพิศวงนี้ที่ยังคงอยู่ไว้

[Chorus: Both, Jason Mraz]
Could I love you any more?
Could I love you any more?
Could I love you any more?
Mmm

ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม

[Bridge: Reneé Dominique]
Softly, slowly
Love unfolding
Could this love be true?

อย่างอ่อนโยน ไปอย่างช้า ๆ
ความรักที่เปิดเผยนี้
ความรักครั้งนี้พอจะเป็นความจริงได้ไหม

[Chorus: Reneé Dominique]
Could I love you any more?
Could I love you any more?
Could I love you any more?

ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม

[Chorus: Reneé Dominique, (Jason Mraz)]
Could I love you any more? (The question’s rhetorical)
Could I love you any more? (Oh, this feels phenomenal)
Could I love you any more? (Love is all there is)
Could I love you any more? (It’s inexhaustible)
Could I love you any more? (Oh, love’s unstoppable)
Could I love you any more? (Love is all there is)

ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม (คำถามในเชิงโวหาร)
ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม (โอ้ นี่ทำให้รู้สึกแสนพิเศษ)
ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม (มีความรักอยู่ไปโดยรอบ)
ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม (ไม่มีวันหมดไป)
ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม (โอ้ ความรักที่ไม่อาจจะหยุดได้)
ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม (มีความรักอยู่ไปโดยรอบ)

[Bridge: Reneé Dominique, (Jason Mraz)]
Softly, slowly
Love unfolding
(Could this love be true?)
Could this love be true?

อย่างอ่อนโยน ไปอย่างช้า ๆ
ความรักที่เปิดเผยนี้
(รักครั้งนี้จะเป็นเรื่องจริงได้ไหม)
ความรักครั้งนี้พอจะเป็นความจริงได้ไหม

[Chorus: Reneé Dominique]
Could I love you any more?
Could I love you any more?
Could I love you any more?

ฉันพอจะรักคุณได้มากขึ้นไปกว่านี้จะได้ไหม

 

www.educatepark.com

 

แปลเพลง I Can’t Let You Throw Yourself Away | Toy Story 4 (Lyrics) เนื้อเพลง

[Chorus]
I can’t let you, I can’t let you
I can’t let you throw yourself away
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you throw yourself away

ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้
ฉันปล่อยให้เธอนั้นทิ้งตัวตนของเธอไปไม่ได้
ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น (ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้)
ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น (ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้)
ฉันปล่อยให้เธอนั้นละทิ้งตัวเองไปไม่ได้

[Verse 1]
Don’t you wanna see the sun come up each morning?
Don’t you wanna see the sun go down each day?
Don’t you wanna see that little girl who loves you so?
Her heart would break if you should go

เธอไม่อยากจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าในแต่ละวันแล้วหรือ
เธอไม่อยากจะเห็นแต่ละวันที่ดวงอาทิตย์นั้นลับตาไปแล้วใช่ไหม
เธอไม่อยากจะเห็นเด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ ที่รักคุณอยู่แล้วหรือไง
หัวใจของเธอคงจะแตกสลายถ้าหากคุณนั้นไป

[Chorus]
I can’t let you, I can’t let you
I can’t let you throw yourself away
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you throw yourself away

ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้
ฉันปล่อยให้เธอนั้นทิ้งตัวตนของเธอไปไม่ได้
ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น (ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้)
ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น (ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้)
ฉันปล่อยให้เธอนั้นะทิ้งตัวเองไปไม่ได้

[Verse 2]
Son, it seems to me like you’re never gonna behave yourself
Since I’m not gonna do this every day
Come tomorrow, you’re gonna have to save yourself
Got nothin’ more to say, you’re not listenin’ anyway

เจ้าลูกชาย ดูเหมือนว่าสำหรับฉันแล้วนะ เธอน่ะไม่เคยที่จะเป็นตัวของเธอเอง
เพราะตัวฉันนั้นจะไม่ทำแบบนี้ไปในแต่ละวันหรอกนะ
แล้วในวันต่อไปนะ เธอจะต้องเป็นตัวของตัวเองนะ
ไม่มีอะไรอื่นที่จะบอกอีกแล้ว เมื่อเธอนั้นไม่ฟังอะไรเลย

[Outro]
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you throw yourself away
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you throw yourself away
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you throw yourself away
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you (I can’t let you)
I can’t let you throw yourself away

ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้
ฉันปล่อยให้เธอนั้นทิ้งตัวตนของเธอไปไม่ได้
ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น (ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้)
ฉันไม่อาจปล่อยให้เธอนั้น (ฉันปล่อยให้เธอนั้นทำแบบนั้นไม่ได้)
ฉันปล่อยให้เธอนั้นะทิ้งตัวเองไปไม่ได้

 

www.educatepark.com

 

 

ฟังไม่ทัน หรือ ฟังไม่รู้เรื่อง จะบอกฝรั่งยังไง?

หลายคนอาจสงสัยว่า หากมีโอกาสได้สนทนากับชาวต่างชาติ แต่ฟังไม่ทัน หรือฟังไม่รู้เรื่อง จะบอกกับพวกเขายังไงให้ดูสุภาพ วันนี้เราจึงรวบรวมวลีที่ใช้ในสถานการณ์นี้มาฝากกัน จะมีวลีไหนน่าสนใจบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยค่ะ…

 

“ขอโทษ” ที่ไม่เข้าใจ
Sorry, I’m a bit confused.

ขอโทษนะ ฉันสับสนนิดหน่อย

Sorry, I don’t clearly understand what you just said.

ขอโทษที ฉันไม่ค่อยเข้าใจที่คุณพูดไปเมื่อสักครู่นี้

I’m sorry I don’t understand what you just said.

ฉันขอโทษ ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณเพิ่งพูดไป”

I’m afraid I don’t get your idea.

ฉันเกรงว่า ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณคิด

I’m sorry. I can’t make head or tail of what you’re saying.

ฉันขอโทษนะ ฉันจับต้นชนปลายในสิ่งที่คุณพูดกำลังพูดไม่ได้

I think I’m unclear about what you mean.

ฉันคิดว่า ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณจะสื่อ

I simply don’t catch what you’re saying.

ฉันจับใจความไม่ได้ว่าคุณกำลังพูดอะไร

Unfortunately, I can’t clearly make sense of what you’re telling me.

น่าเสียดาย ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณบอกฉันเลย

I’m not sure I understand what you mean.

ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเข้าใจในสิ่งที่คุณพูด

What do you mean?

คุณหมายความว่ายังไง

I don’t (quite) get it.

ฉันไม่ค่อยเข้าใจ

 

“ขอโทษ” ที่ฟังไม่ทัน
Sorry, I did not catch that.

ขอโทษ ฉันฟังไม่ทัน

I’m sorry I didn’t hear you very well.

ฉันขอโทษนะ แต่เมื่อกี้ฉันได้ยินคุณไม่ค่อยชัด

I’m afraid I don’t follow.

ฉันเกรงว่า ฉันจะตามไม่ทัน

Sorry. I can’t follow what you’re saying to me.

ขอโทษนะ ฉันตามสิ่งที่คุณพูดไม่ทันเลย

 

โปรดอภัย “มือใหม่” หัดฟัง

Excuse my English.

โปรดอย่าถือสาภาษาอังกฤษของฉัน

Sorry, I’m a beginner in English.

ขอโทษนะ ฉันค่อนข้างใหม่กับภาษาอังกฤษ

Sorry, I’m not good at English.

ขอโทษนะ ฉันไม่เก่งภาษาอังกฤษ

 

“ช่วยพูดใหม่” ได้ไหมเอ่ย
Could/can you repeat/say that again, please?

คุณช่วยพูดซ้ำอีกรอบได้ไหม

Could/can you speak a bit more slowly, please?

คุณช่วยพูดช้าลงอีกหน่อยได้ไหม

Could you please explain it (to me) again?

คุณช่วยอธิบายให้ฉันฟังอีกครั้งได้ไหม

I’m a bit confused. Do you mind explaining it again?

ฉันสับสนนิดหน่อย คุณช่วยอธิบายอีกทีได้ไหม

Can you please explain it a little more?

คุณช่วยอธิบายเพิ่มอีกนิดได้ไหม

 

“ห๊ะ อะไรนะ”

Pardon!? หรือ I beg your pardon. อะไรนะครับ/คะ

Excuse me!? อะไรนะครับ/คะ

Sorry!? โทษครับ/ค่ะ

Come again!? พูดอีกรอบได้ไหมครับ/คะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.globish.co.th

 

แปลเพลง Don’t Check on Me – Chris Brown (Lyrics) เนื้อเพลง

[Verse 1: Chris Brown, with Ink]
If I’m out at the bar havin’ a night on the town
Life of the party, pourin’ shots of the brown
And you see me from the street but I don’t turn around
Would you say, “Hi”? Would you keep going?
If I told your family that you didn’t mean nothing
If you posted about it and I didn’t even comment
If the songs weren’t true, but you still feel something
Would you still come looking for me?
หากว่าฉันออกไปข้างนอกและอยู่ที่บาร์ ใช้เวลาในยามค่ำคืนไป
ชีวิตที่มีปาร์ตี้ ดื่มเหล้ามันเข้าไป
และเธอได้เห็นฉันตรงถนน แต่ฉันไม่ได้หันกลับมา
เธอจะพูดไหมว่า “สวัสดีนะ” เธอจะไปต่อใช่ไหมนะ
หากฉันบอกครอบครัวเธอ ว่าเธอนั้นไม่ใช่คนที่ไม่สำคัญนะ
หากเธอนั้นโพสเกี่ยวกับสิ่งนั้น และฉันนั้นไม่เคยที่จะคอมเม้นต์มัน
หากว่าเพลงเหล่านั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง แต่คุณยังคงรู้สึกได้
แล้วคุณจะยังเฝ้ามองฉันไหม

[Pre-Chorus: Chris Brown & Ink]
Oh, don’t go reaching out
‘Cause you can’t have everything
Your head and your heart won’t feel the same
Even if it feels like it every time

อย่ามาชักจูงอะไร
เพราะเธอจะไม่ได้ในทุกสิ่งทุกอย่าง
ความคิดของเธอ หัวใจของเธอ จะไม่รู้สึกแบบเดียวกันนะ
ถึงแม้ว่าจะรู้แบบนั้นในทุก ๆ ครั้งก็ตาม

[Chorus: Chris Brown & Ink]
Don’t check on me
If we’re not together, then it’s probably for a reason
Every heartbreak has its season
It ain’t always summer in June

อย่ามาเช็คอะไรเกี่ยวกับตัวฉัน
หากว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ บางทีมันก็มีเหตุผลบางสิ่งบางอย่างอยู่
ในทุก ๆ ความเสียใจมันก็มีช่วงเวลาของมันอยู่
มันไม่ได้เป็นฤดูร้อนในเดือนมิถุนายนตลอดไปนะ

[Verse 2: Justin Bieber]
Might run across your mind but don’t worry ’bout me, no
My heart is back in one piece, it ain’t skipped a beat, no
Feeling rested up, I ain’t missing sleep, no-oh
Don’t take it personal if I can’t reply now
I’m distant ’cause I don’t wanna be reached now
Won’t let the ghosts of our past weigh my future down
I’m liberated
Energy’s like a circle, it comes back around
Reciprocated
Don’t shed no more tears
Won’t gain no empathy from me
In the upcoming years
Oh, I don’t need your pity

ฉันอาจจะเข้าไปในความคิดของเธอ แต่อย่ามาห่วงฉันเลย ไม่ต้องห่วงนะ
หัวใจของฉันมันกลับคืนเป็นแบบเดิมแล้ว เต้นเป็นจังหวะเหมือนเดิม
ฉันรู้สึกว่าได้พักผ่อนเต็มที่ ฉันไม่ลืมที่จะนอนอีกแล้วล่ะ
อย่ามาถือสาเป็นเรื่องส่วนตัวนะ หากว่าฉันไม่ได้ตอบกลับไปในตอนนี้
ฉันอยู่ไกล เพราะฉันไม่อยากจะให้คนมาติดต่อได้ในตอนนี้
จะไม่ปล่อยให้เรื่องราวในอดีตของเรามาถ่วงให้อนาคตของฉันนั้นตกต่ำอีกแล้ว
ฉันได้รับการปลดปล่อยแล้ว
พลังนั้นก็เป็นเหมือนวงกลม ที่มันจะกลับมาเสมอ ๆ
วนกลับไปกลับมา
ไม่ต้องปาดน้ำตา เพราะมันไจะไม่มีน้ำตาอีกต่อไป
จะไม่ได้รับความรู้สึกอะไร ๆ จากฉัน
ในปีที่กำลังจะถึงนี้
ฉันไม่ต้องการความสงสารจากเธอ

[Chorus: Justin Bieber, with Chris Brown & Ink, Ink]
Don’t check on me
Oh, don’t check on me
If we’re not together, then it’s probably for a reason
Every heartbreak has its season
And it looks like winter for you
อย่ามาเช็คอะไรเกี่ยวกับตัวฉัน
อย่ามาถามเรื่องราวของฉัน
หากว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ บางทีมันก็มีเหตุผลบางสิ่งบางอย่างอยู่
ในทุก ๆ ความเสียใจมันก็มีช่วงเวลาของมันอยู่
มันไม่ได้เป็นฤดูร้อนในเดือนมิถุนายนตลอดไปนะ

[Verse 3: Chris Brown, with Ink]
Ain’t call you back ’cause I let it go
I had to focus energy and just let it flow
And when we ride low, we were already gone
It wouldn’t mean anymore to me now
I know it hurts you so bad just to see me happy
That I finally moved on, and you thought it wouldn’t happen
At times I used to cry, when the world was laughing
But I act like I didn’t notice

ฉันจะไม่โทรกลับหาเธอ เพราะฉันนั้นปล่อยเบลอไป
ฉันต้องมาสนใจเรี่ยวแรงของตัวฉันเอง และก็แค่ปล่อยให้มันไหลวนไป
และเมื่อเรานั้นไม่ใส่ใจกัน และเราก็ไปกันคนละทางแล้ว
มันก็จะไม่มีความหมายอะไรกับฉันอีกแล้วล่ะ
ฉันรู้ว่านั่นทำร้ายเธอมากเหลือเกิน แค่ได้เห็นฉันนั้นมีความสุข
ที่สุดท้ายแล้วตัวฉันก็ไปต่อได้ และเธอนั้นเคยคิดว่าเรื่องแบบนี้มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น
หลาย ๆ ครั้งที่ฉันเคยร้องไห้ ท่ามกลางโลกทั้งโลกที่กำลังหัวเราะอยู่
แต่ฉันทำตัวเหมือนว่าฉันนั้นไม่เคยที่จะมองเห็นมันเลย

[Pre-Chorus: Chris Brown & Ink, Ink]
Oh, don’t go reaching out
‘Cause you can’t have everything
You can’t kill a flame with gasoline
Even if it feels like it every time
No matter how hard you try

อย่ามาชักจูงอะไร
เพราะเธอจะไม่ได้ครอบครองในทุกสิ่งทุกอย่าง
ความคิดของเธอ หัวใจของเธอ จะไม่รู้สึกแบบเดียวกันนะ
ถึงแม้ว่าจะรับรู้แบบนั้นในทุก ๆ ครั้งก็ตาม
ไม่ว่ายากเท่าใดที่เธอจะพยายามทำมัน

[Chorus: Chris Brown, Ink & Justin Bieber]
Don’t check on me
If we’re not together, then it’s probably for a reason
Every heartbreak has its season
It ain’t always summer in June
Don’t check on me
If we’re not together, then it’s probably for a reason
Every heartbreak has its season
It ain’t always summer in June

อย่ามาเช็คตัวฉัน
หากว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ บางทีมันก็มีเหตุผลบางสิ่งบางอย่างอยู่
ในทุก ๆ ความเสียใจมันก็มีช่วงเวลาของมันอยู่
มันไม่ได้เป็นฤดูร้อนในเดือนมิถุนายนตลอดไปนะ
อย่ามาถามเรื่องราวของฉัน
หากว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ บางทีมันก็มีเหตุผลบางสิ่งบางอย่างอยู่
ในทุก ๆ ความเสียใจมันก็มีช่วงเวลาของมันอยู่
มันไม่ได้เป็นฤดูร้อนในเดือนมิถุนายนตลอดไปนะ

 

www.educatepark.com

 

 

 

คำศัพท์สำคัญ “กรอกใบสมัครงานภาษาอังกฤษ”

Personal Data  (ข้อมูลส่วนตัว)

Age อายุ
Applicant / Candidate ผู้สมัครงาน
Applicant name /
Applicant signature 
ชื่อผู้สมัคร / ลายเซ็น          
Citizenship / Nationality พลเมือง / สัญชาติ
Color of eyes สีตา                  
Color of hair สีผม
Complexion สีผิว
Confidential ความลับ
Date of Birth วัน เดือน ปีเกิด
Dependents ผู้ที่อยู่ในความอุปการะ
Domicile ภูมิลำเนา
Expected salary / Salary expected เงินเดือนที่ต้องการ
Guarantor ผู้ค้ำประกัน
Height ส่วนสูง
Identification Card No. /
ID Card No.
เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน
Maiden name นามสกุลเดิมของผู้หญิง (ก่อนแต่งงาน)
Name-Surname ชื่อ – นามสกุล
Negotiable ต่อรองได้ (เงินเดือน)
Occupation อาชีพ
Ordainment บวช
Passed away / Deceased ตาย
Permanent address ที่อยู่ถาวร
Person to notify in case of emergency บุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน
Personal data / Curriculum vitae /
Resume / Bio-Data
ประวัติส่วนตัว
Position applied for / Position desired
ตำแหน่งที่สมัคร
Postal code รหัสไปรษณีย์
Present address ที่อยู่ปัจจุบัน
Race เชื้อชาติ
References / Referee บุคคลอ้างอิง
Relative ญาติ
Responsibilities งานที่รับผิดชอบ
Sex เพศ
Type in own handwriting เขียนใบสมัครด้วยลายมือตนเอง
Weight น้ำหนัก

 

Education Background  (ประวัติการศึกษา)

Bachelor’s Degree    ปริญญาตรี                                            
Certificate degree obtained ประกาศนียบัตร / ปริญญาที่ได้รับ
Degree Certificate ใบปริญญาบัตร
Degree obtained วุฒิการศึกษาที่ได้รับ
Diploma อนุปริญญา
Equivalent qualification คุณวุฒิเทียบเท่า
High school มัธยมศึกษาตอนปลาย
High Vocational Certificate ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
Primary School / Elementary School  ประถมศึกษา
Secondary School มัธยมศึกษาตอนต้น
Transcript / Statement of Marks ใบแสดงผลการเรียน 
Vocational อาชีวศึกษา
Vocational Certificate ประกาศณียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 

Experiences / Previous Employment

(ประสบการณ์ / ประวัติการทำงาน)

Expert in                                                  เชี่ยวชาญในด้าน
Extra-curricular activities กิจกรรมนอกหลักสูตร
Full-time job งานประจำ                                           
Part-time job อาชีพเสริม
Period of employment ระยะเวลาการทำงาน
Reasons for leaving เหตุผลที่ลาออกจากงาน
Related field สาขา / วิชาที่เกี่ยวข้อง
Self-employed ทำงานส่วนตัว
Seminars การสัมมนาที่เข้าร่วม
Special skills ความชำนาญพิเศษ
Training courses การฝึกอบรม

 

Documents  (เอกสารต่างๆ)

Application Form                                                 ใบสมัครงาน                             
Application Letter จดหมายสมัครงาน
Birth Certificate สูติบัตร
Home Registration ทะเบียนบ้าน
Identification Card (I.D. Card) บัตรประจำตัวประชาชน
Issued by ออกให้โดย
Issued Date วันที่ออกบัตร
Letter of Recommendation / Testimonial /
Employment Certificate
หนังสือรับรองการทำงาน
Marriage Certificate ทะเบียนสมรส
Valid Date / Expire Date วันที่บัตรหมดอายุ

 

Military status  (สถานภาพทางการทหาร)

Black slot / Exempted through Military Drawing Ballot
จับได้ใบดำ
Certificate of exemption from military service ใบปลดประจำการทหาร
Conscripted ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว
Exempted ได้รับการยกเว้น
Military Discharge Letter ใบปลดประจำการทหาร
No Military Service ยังไม่เกณฑ์ทหาร
No Military Service Obligation ไม่มีพันธะทางทหาร
Reserved Officers’ Training CorpCourse (R.O.T.C.) หลักสูตรรักษาดินแดน (ร.ด.)

 

Residence  (ที่พัก)

Boarding House / Dormitory                     หอพัก
Living with Parents พักอยู่กับพ่อ แม่                                  
Own House บ้านของตนเอง
Rent House บ้านเช่า
Student Housing หอพักมหาวิทยาลัย

 

Religion  (ศาสนา)

Buddhism                                                           ศาสนาพุทธ                                        
Christian ศาสนาคริสต์
Islam ศาสนาอิสลาม

 

Marital status  (สถานภาพการสมรส)

Divorced                                                               หย่าร้าง                                             
Married แต่งงานแล้ว
Single โสด
Separated แยกกันอยู่
Spouse คู่สมรส
Widowed เป็นหม้าย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.dailyenglish.in.th

แปลเพลง All The Time – Zara Larsson (Lyrics) เนื้อเพลง

[Intro]
From the breaking of the day to the middle of night
From the breaking of the day to the middle of night
From the breaking of the day to the middle of night
From the breaking of the day to the middle of night

ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน

[Verse 1]
Summertime and I’m caught in the feeling
Getting high and I’m up on the ceiling
I don’t know what you’re doing in New York
All I know is you ain’t on my bedroom floor

ในช่วงเวลาฤดูร้อน และฉันนั้นติดอยู่กับความรู้สึกชอบใครสักคน
ฉันกำลังมึนเมา และฉันนั้นกำลังไปสู่อารมณ์ที่พร้อมระเบิดออกมา
ฉันไม่รู้ว่าคุณนั้นกำลังทำอะไรอยู่ที่นิวยอร์ก
ที่ฉันรู้ทั้งหมดในตอนนี้ก็คือคุณนั้นไม่ได้อยู่ในห้องนอนของฉัน

[Pre-Chorus]
I’m seeing you undressed in my room
But it’s just a memory, a fantasy (Fantasy)
Are you in your house? Are you going out?
Are you going crazy like me?
From the breaking of the day to the middle of the night

ฉันกำลังมองเห็นคุณนั้นเปลือยเปล่าอยู่ในห้องของฉัน
แต่ว่านั่นมันก็แค่ความทรงจำหนึ่งก็เท่านั้น จินตนาการหนึ่ง
คุณกำลังอยู่ที่บ้านคุณใช่ไหม หรือคุณนั้นอยู่ข้างนอกอยู่
คุณกำลังจะบ้าคลั่งแบบฉันอยู่ใช่ไหม
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน

[Chorus]
I try to forget about you, baby
And I die when I think of you with someone else and
I don’t know why, I don’t know why you’re dancing in my mind
From the breaking of the day to the middle of the night
All the time
From the breaking of the day to the middle of the night
All the time

ฉันพยายามที่จะลืมเรื่องราวของคุณ ที่รัก
และฉันนั้นคงตายแน่ ๆ ตอนที่ฉันนั้นคิดถึงคุณที่อยู่กับคนอื่นอยู่
ฉันไม่รู้ว่าทำไม ฉันไม่รู้เลยว่าเหตุใดคุณจึงยังคงเริงร่าอยู่ในความรู้สึกของฉัน
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน
ตลอดเวลา
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน
ตลอดเวลานั้น

[Verse 2]
Everyone’s been wearing your perfume
Everything is reminding me of you
I don’t know what I’m doing in New York
But all I know is you ain’t walking through the door

ทุก ๆ คนต่างใช้น้ำหอมแบบเดียวกับคุณ
ทุกสิ่งทุกอย่างต่างย้ำเตือนให้ฉันคิดถึงคุณ
ฉันไม่รู้เลยว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ในนิวยอร์ก
แต่ทั้งหมดที่ฉันรู้ตอนนี้คือคุณนั้นจะไม่เข้ามาหาฉัน

[Pre-Chorus]
I’m seeing you undressed in my room
But it’s just a memory, a fantasy (Fantasy)
Are you in your house? Are you going out?
Are you going crazy like me?
From the breaking of the day to the middle of the night

ฉันกำลังมองเห็นคุณนั้นเปลือยเปล่าอยู่ในห้องของฉัน
แต่ว่านั่นมันก็แค่ความทรงจำหนึ่งก็เท่านั้น จินตนาการหนึ่ง
คุณกำลังอยู่ที่บ้านคุณใช่ไหม หรือคุณนั้นอยู่ข้างนอกอยู่
คุณกำลังจะบ้าคลั่งแบบฉันอยู่ใช่ไหม
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน

[Chorus]
I try to forget about you, baby
And I die when I think of you with someone else and
I don’t know why, I don’t know why you’re dancing in my mind
From the breaking of the day to the middle of the night
I try to forget about you, baby
And I die when I think of you with someone else and
I don’t know why, I don’t know why you’re dancing in my mind
From the breaking of the day to the middle of the night (Yeah)

ฉันพยายามที่จะลืมเรื่องราวของคุณ ที่รัก
และฉันนั้นคงตายแน่ ๆ ตอนที่ฉันนั้นคิดถึงคุณที่อยู่กับคนอื่นอยู่
ฉันไม่รู้ว่าทำไม ฉันไม่รู้เลยว่าเหตุใดคุณจึงยังคงเริงร่าอยู่ในความรู้สึกของฉัน
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน

[Bridge]
And I wonder if you think about me, too
Where we used to go, what we used to do
And I wonder if you’re crying out inside, oh yeah
(From the breaking of the day to the middle of the night
From the breaking of the day to the middle of the night)
Oh whoa
From the breaking of the day to the middle of the night

และฉันก็สงสัยว่าคุณนั้นคิดถึงฉันอยู่หรือเปล่านะ
คิดถึงในที่ที่เราเคยไป ในสิ่งที่เรานั้นเคยทำ
และฉันก็สงสัยว่าคุณนั้นจะกำลังร้องไห้อยู่ข้างในอยู่ไหม
(ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน)
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน

[Chorus]
I try to forget about you, baby (I try)
And I die when I think of you with someone else and
I don’t know why (I don’t know why)
I don’t know why you’re dancing in my mind (Yeah)
From the breaking of the day to the middle of the night
I try to forget about you, baby (Baby, baby)
And I die when I think of you with someone else and
I don’t know why, I don’t know why you’re dancing in my mind
From the breaking of the day to the middle of the night
All the time
From the breaking of the day to the middle of the night
All the time
From the breaking of the day to the middle of the night

ฉันพยายามที่จะลืมเรื่องราวของคุณ ที่รัก
และฉันนั้นคงตายแน่ ๆ ตอนที่ฉันนั้นคิดถึงคุณที่อยู่กับคนอื่นอยู่
ฉันไม่รู้ว่าทำไม (ฉันไม่รู้เหตุผลใด)
ฉันไม่รู้เลยว่าเหตุใดคุณจึงยังคงเริงร่าอยู่ในความรู้สึกของฉัน
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน
ฉันพยายามที่จะลืมเรื่องราวของคุณ ที่รัก (ที่รัก ที่รัก)
และฉันนั้นคงตายแน่ ๆ ตอนที่ฉันนั้นคิดถึงคุณที่อยู่กับคนอื่นอยู่
ฉันไม่รู้ว่าทำไม ฉันไม่รู้เลยว่าเหตุใดคุณจึงยังคงเริงร่าอยู่ในความรู้สึกของฉัน
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน
ตลอดเวลา
ตั้งแต่เวลารุ่งเช้าจนถึงยามดึกค่อนคืน

 

www.educatepark.com

 

แปลเพลง Birds – Imagine Dragons feat Elisa (Lyrics) เนื้อเพลง

[Verse 1]
Two hearts, one valve
Pumpin’ the blood, we were the flood
We were the body and
Two lives, one life
Stickin’ it out, lettin’ you down
Makin’ it right

หัวใจสองดวงที่เคยรวมกันเป็นหนึ่ง
สูบฉีดเลือดไปจนท่วมท้นร่างกายของเรา
เรานั้นเคยเป็นหนึ่งเดียวกัน
สองชีวิต รวมกันเป็นหนึ่ง
อยู่ด้วยกันไปจนสุดท้ายนั้นทำให้คุณผิดหวัง
ฉันจะทำให้ทุกอย่างให้มันถูกต้อง

[Pre-Chorus]
Seasons, they will change
Life will make you grow
Dreams will make you cry, cry, cry
Everything is temporary
Everything will slide
Love will never die, die, die

ในแต่ละฤดูกาล ก็จะเปลี่ยนแปลงไป
ช่วงชีวิตนั้นจะทำให้คุณนั้นเติบโตขึ้น
ความฝันต่าง ๆ จะทำให้คุณร้องไห้เสียน้ำตา
ทุก ๆ อย่างนั้นไม่แน่นอน
ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจะเปลี่ยนแปลงไป
ความรักจะไม่มีวันตายจากไป

[Chorus]
I know that
Ooh, ooh, ooh, ooh
Birds fly in different directions
Ooh, ooh, ooh, ooh
I hope to see you again

ฉันรู้ว่า
นกทั้งหลายนั้นจะโผบินไปในเส้นทางที่แตกต่างกัน
และฉันก็หวังว่าจะได้พบเจอคุณอีกครั้ง

[Verse 2]
Sunsets, sunrises
Livin’ the dream, watchin’ the leaves
Changin’ the seasons
Some nights I think of you
Relivin’ the past, wishin’ it’d last
Wishin’ and dreamin’

เมื่อถึงยามค่ำคืน และเมื่อถึงยามรุ่งเช้า
ใช้ชีวิตไปกับความฝัน เฝ้ามองใบไม้
ที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
ในบางคืนฉันก็คิดถึงคุณ
หวนคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ในอดีต และหวังว่านั่นจะยังคงอยู่
ฉันกำลังหวังและกำลังฝันไป

[Pre-Chorus]
Seasons, they will change
Life will make you grow
Death can make you hard, hard, hard
Everything is temporary
Everything will slide
Love will never die, die, die

ในแต่ละฤดูกาล ก็จะเปลี่ยนแปลงไป
ช่วงชีวิตนั้นจะทำให้คุณนั้นเติบโตขึ้น
ความฝันต่าง ๆ จะทำให้คุณร้องไห้เสียน้ำตา
ทุก ๆ อย่างนั้นไม่แน่นอน
ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจะเปลี่ยนแปลงไป
ความรักจะไม่มีวันตายจากไป

[Chorus]
I know that
Ooh, ooh, ooh, ooh
Birds fly in different directions
Ooh, ooh, ooh, ooh
I hope to see you again
Ooh, ooh, ooh, ooh
Birds fly in different directions
Ooh, ooh, ooh, ooh
So fly high, so fly high

ฉันรู้ว่า
นกทั้งหลายนั้นจะโผบินไปในเส้นทางที่แตกต่างกัน
และฉันก็หวังว่าจะได้พบเจอคุณอีกครั้ง
นกทั้งหลายนั้นจะโผบินไปในเส้นทางที่แตกต่างกัน
จงบินให้สูงขึ้น โผบินให้สูงขึ้นไป

[Bridge]
When the moon is lookin’ down
Shinin’ light upon your ground
I’m flyin’ up to let you see
That the shadow cast is me

เมื่อดวงจันทร์กำลังเฝ้ามองลงมา
ฉายแสงส่องมาสู่ผืนดินที่คุณนั้นยืนอยู่
ฉันจะบินขึ้นไปให้คุณนั้นได้มองเห็น
ว่าสิ่งที่คุณมองเห็นนั้นก็คือตัวฉันเอง

[Chorus]
I know that
Ooh, ooh, ooh, ooh
Birds fly in different directions
Ooh, ooh, ooh, ooh
I hope to see you again
Ooh, ooh, ooh, ooh
Birds fly in different directions
Ooh, ooh, ooh, ooh
So fly high, so fly high
Ooh, ooh, ooh, ooh
So fly high, so fly high
Ooh, ooh, ooh, ooh
So fly high, so fly high

ฉันรู้ว่า
นกทั้งหลายนั้นจะโผบินไปในเส้นทางที่แตกต่างกัน
และฉันก็หวังว่าจะได้พบเจอคุณอีกครั้ง
นกทั้งหลายนั้นจะโผบินไปในเส้นทางที่แตกต่างกัน
จงบินให้สูงขึ้น โผบินให้สูงขึ้นไป

 

www.educatepark.com

 

แปลเพลง Strawberry & Cigarettes-Troye Sivan (Lyrics) เนื้อเพลง

Remember when we first met?

จำครั้งแรกที่เราเจอกันได้ไหม

You said light my cigarette

ที่คุณพูดว่า จุดบุหรี่ให้ผมที

So I lied to my mom and dad

ผมเลยโกหกพ่อกับแม่

And jumped the fence and I ran

แล้วโดดรั้ววิ่งหนีไปคุณ

But we couldn’t go very far

แต่เราก็ไปได้ไม่ไกลมาก

Cause you locked your keys in your car

เพราะคุณลืมกุญแจไว้บนรถ

So you sat and stared at my lips

คุณเลยนั่งลงแล้วจ้องที่ริมฝีปากผม

And I could already feel your kiss

แล้วผมก็รู้สึกถึงรสจูบของคุณ

Long nights, daydreams

เปรียบเสมือนฝันกลางวันในค่ำคืนที่ยาวนาน

Sugar and smoke rings, I’ve been a fool

ความหวานที่คลุกเคล้ากับควันบุหรี่ ผมนี่เองที่โง่มาตลอด

But strawberries and cigarettes always taste like you

แต่สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันช่างเหมือนคุณเหลือเกิน

Headlights, on me

แสงไฟส่องมาที่หน้าผม

Racing to 60, I’ve been a fool

ด้วยความเร็ว 60 กม./ ชม. ผมนี่เองที่โง่มาตลอด

But strawberries and cigarettes always taste like

แต่สตรอเบอร์รี กับบุหรี่ รสชาติมันช่างเหมือนคุณเหลือเกิน

Blue eyes, black jeans

ตาสีฟ้ากับกางเกงยีนส์สีดำ

Lighters and candy, I’ve been a fool

ไฟแช็กและลูกอม ผมนี่เองที่โง่มาตลอด

But strawberries and cigarettes always taste like you

แต่สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันช่างเหมือนคุณเหลือเกิน

Remember when you taught me fate

จำได้มั้ยว่าคุณสอนเรื่องพรหมลิขิตให้กับผม

Said it all be worth the wait

คุณบอกว่ามันคุ้มที่จะรอ

Like that night in the back of the cab

เหมือนค่ำคืนนั้นที่ท้ายรถแท็กซี่

When your fingers walked in my hand

ในตอนที่มือของเรานั้นประสานกัน

Next day, nothing on my phone

แม้วันต่อมา โทรศัพท์ผมจะนิ่งสนิท

But I can still smell you on my clothes

ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังได้กลิ่นคุณบนเสื้อผ้าอยู่ดี

Always hoping things would change

หวังมาตลอดว่าหลายๆสิ่งจะเปลี่ยนแปลง

But we went right back to your games

แต่เราก็ยังวนกลับเข้าแผนการของคุณตามเดิม

Long nights, daydreams

เหมือนฝันกลางวันในค่ำคืนที่ยาวนาน

Sugar and smoke rings, I’ve been a fool

ความหวานที่คลุกเคล้ากับควันบุหรี่ ผมนี่เองที่โง่มาตลอด

But strawberries and cigarettes always taste like you

แต่สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันช่างเหมือนคุณเหลือเกิน

Headlights, on me

แสงไฟส่องมาที่ตัวผม

Racing to 60, I’ve been a fool

ด้วยความเร็ว 60 กม./ ชม. ผมนี่เองที่โง่มาตลอด

But strawberries and cigarettes always taste like

แต่สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันช่างเหมือนคุณเหลือเกิน

Blue eyes, black jeans

ตาสีฟ้ากับกางเกงยีนส์สีดำ

Lighters and candy, I’ve been a fool

ไฟแช็กและลูกอม ผมนี่โง่มาตลอด

But strawberries and cigarettes always taste like you

แต่สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันช่างเหมือนคุณเหลือเกิน

And even if I run away

ถึงแม้ว่าผมจะหนีออกมา

And give my heart a holiday

ให้หัวใจได้พักผ่อน

Still strawberries and cigarettes always taste like you

ถึงอย่างนั้น สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันเหมือนคุณเสมอมา

You always leave me wanting more

คุณมักจะทิ้งผมไว้ ให้ผมต้องการคุณมากขึ้น

I can’t shake my hunger for

และผมก็ไม่อาจหักห้ามความต้องการนี้ได้เลย

Strawberries and cigarettes always taste like you

แต่สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันช่างเหมือนคุณเหลือเกิน

Yeah, they always taste like you

ใช่แล้ว รสชาติมันช่างเหมือนคุณ

You

คุณ

Long nights, daydreams

เหมือนฝันกลางวันในค่ำคืนที่ยาวนาน

With that sugar and smoke rings

กับความหวานและควันบุหรี่

Always taste like you

รสชาติเหมือนมันช่างเหมือนคุณเสมอมา

Headlights, on me

แสงไฟส่องมาที่ตัวผม

Racing to 60, I’ve been a fool

ด้วยความเร็ว 60 กม./ ชม. ผมเป็นคนโง่มาตลอด

Still strawberries and cigarettes always taste like

ถึงอย่างนั้น สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันเหมือนคุณเสมอมา

Blue eyes, black jeans

ดวงตาสีฟ้ากับกางเกงยีนส์สีดำ

Lighters and candy I’ve been a fool

ไฟแช็กและลูกอม ผมนี่โง่มาตลอด

Strawberries and cigarettes always taste like you

สตรอเบอร์รีกับบุหรี่ รสชาติมันช่างเหมือนคุณเหลือเกิน

 

www.educatepark.com

 

แปลเพลง Beautiful People – Ed Sheeran Ft. Khalid (Lyrics) เนื้อเพลง

[Intro: Ed Sheeran]
We are, we are, we are

ที่เราเป็น

[Verse 1: Ed Sheeran]
L.A. on a Saturday night in the summer
Sundown and they all come out
Lamborghinis and their rented Hummers
The party’s on, so they’re headin’ downtown
Everybody’s lookin’ for a come up
And they wanna know what you’re about
Me in the middle with the one I’m lovin’
We’re just tryna figure everything out

ค่ำคืนของวันเสาร์ในช่วงฤดูร้อนที่ L.A.
เมื่อแสงอาทิตย์กำลังลับตา และพวกผู้คนต่างก็ออกมา
แลมโบกินี กับรถฮัมเมอร์ที่เช่ามาของพวกเขา
ปาร์ตี้กำลังจะเริ่ม พวกเขาจึงมุ่งเข้าในเมือง
ทุก ๆ คนต่างเฝ้ารอค่ำคืนที่น่าตื่นเต้น
และพวกเขาก็อยากจะรู้ว่าคุณเป็นยังไงบ้าง
ตัวฉันที่อยู่กับคนที่ฉันนั้นรัก
เราก็แค่พยายามที่จะทำความเข้าใจในทุก ๆ เรื่องของเราเอง

[Pre-Chorus: Ed Sheeran]
We don’t fit in well ’cause we are just ourselves
I could use some help gettin’ out of this conversation, yeah
You look stunning, dear, so don’t ask that question here
This is my only fear, that we become

เราไม่ได้เหมาะกับตรงนี้มากนัก นั่นก็พราะว่าเราก็เป็นตัวของเราเอง
ฉันจะใช้ความช่วยเหลือบางอย่างเพื่อที่จะออกไปจากบทสนทนานี้ไปได้
คุณนั้นช่างน่าทึ่ง ที่รัก ฉะนั้นแล้วจงอย่าถามคำถามนั้นที่นี่เลยนะ
นี่เป็นความกลัวของฉันเท่านั้น ที่เรานั้นได้กลายเป็น

[Chorus: Ed Sheeran]
Beautiful people
Drop top, designer clothes
Front row at fashion shows
“What d’you do?” and “Who d’you know?”
Inside the world of beautiful people
Champagne and rolled-up notes
Prenups and broken homes
Surrounded, but still alone
Let’s leave the party

คนที่ยอดเยี่ยม
ทั้งรถเปิดประทุน และการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของดีไซเนอร์ชื่อดัง
ได้นั่งแถวหน้าของแฟชั่นโชว์
“คุณทำอะไรอยู่” และ “คุณรู้จักใครบ้างนะ”
ในโลกของผู้คนที่ยอดเดยี่ยม
ทั้งแชมเปญและยาเสพติด
ผู้คนที่ต้องมีสัญญาก่อนการแต่งงาน กับบ้านที่สาแหรกแตกขาด
เราล้อมรอบด้วยผู้คนมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยว
เราออกไปจากปาร์ตี้นี้เถอะ

[Post-Chorus: Ed Sheeran]
That’s not who we are (We are, we are, we are)
We are not beautiful
Yeah, that’s not who we are (We are, we are, we are)
We are not beautiful (Beautiful)

นั่นไม่ใช่คนที่เราเป็นหรอก
เราไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไร
นั่นไม่ใช่คนที่เราเป็นหรอก
เราไม่ได้งดงามอะไร

[Verse 2: Khalid]
L.A., mmm, drove for hours last night and we made it nowhere
I see stars in your eyes when we’re halfway there (All night)
I’m not fazed by all them lights and flashin’ cameras
‘Cause with my arms around you, there’s no need to care

ใน L.A. ค่ำคืนที่ผ่านมาฉันขับรถมาหลายชั่วโมง และเรานั้นไม่ได้มีจุดหมายใด ๆ
ฉันได้เห็นดวงดาวส่องประกายในดวงตาของคุณ ตอนที่เรานั้นอยู่ระหว่างทาง
ฉันไม่รู้สึกกังวลใด ๆ กับแสงและแฟลชจากกล้องของพวกเขา
นั่นพราะแขนของฉันที่โอบคุณเอาไว้ ไม่มีอะไรที่ฉันจะต้องสนใจ

[Pre-Chorus: Khalid]
We don’t fit in well, we are just ourselves
I could use some help gettin’ out of this conversation, yeah
You look stunning, dear, so don’t ask that question here
This is my only fear, that we become

เราไม่ได้เหมาะกับตรงนี้มากนัก นั่นก็พราะว่าเราก็เป็นตัวของเราเอง
ฉันจะใช้ความช่วยเหลือบางอย่างเพื่อที่จะออกไปจากบทสนทนานี้ไปได้
คุณนั้นช่างน่าทึ่ง ที่รัก ฉะนั้นแล้วจงอย่าถามคำถามนั้นที่นี่เลยนะ
นี่เป็นความกลัวของฉันเท่านั้น ที่เรานั้นได้กลายเป็น

[Chorus: Ed Sheeran]
Beautiful people
Drop top, designer clothes
Front row at fashion shows
“What d’you do?” and “Who d’you know?”
Inside the world of beautiful people
Champagne and rolled-up notes
Prenups and broken homes
Surrounded, but still alone
Let’s leave the party

คนที่ยอดเยี่ยม
ทั้งรถเปิดประทุน และการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของดีไซเนอร์ชื่อดัง
ได้นั่งแถวหน้าของแฟชั่นโชว์
“คุณทำอะไรอยู่” และ “คุณรู้จักใครบ้างนะ”
ในโลกของผู้คนที่ยอดเดยี่ยม
ทั้งแชมเปญและยาเสพติด
ผู้คนที่ต้องมีสัญญาก่อนการแต่งงาน กับบ้านที่สาแหรกแตกขาด
เราล้อมรอบด้วยผู้คนมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยว
เราออกไปจากปาร์ตี้นี้เถอะ

[Post-Chorus: Ed Sheeran, Both, Khalid]
That’s not who we are (We are, we are, we are)
We are not beautiful, yeah
Yeah, that’s not who we are (We are, we are, we are)
We are not beautiful (Beautiful)

นั่นไม่ใช่คนที่เราเป็นหรอก
เราไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไร
นั่นไม่ใช่คนที่เราเป็นหรอก
เราไม่ได้งดงามอะไร

[Outro: Ed Sheeran]
We are, we are, we are
We are not beautiful

ที่เราเป็น
เราไม่ได้ดีเด่นอะไร

 

www.educatepark.com

 

แปลเพลง Learn To Lose – Bakermat ft. Alex Clare (Lyrics) เนื้อเพลง

It’s game time
But I’ve been wasting seconds on the sideline
‘Cause I’ve been scared of failing for my whole life
But I’m not scared of failing no more, no
No more, no, no, no

เป็นช่วงเวลาแห่งการแข่งขัน
แต่ฉันกำลังเสียเวลาหลายวินาทีอยู่ตรงข้างสนาม
นั่นเพราะฉันกลัวที่จะล้มเหลวไปตลอดชีวิต
แต่ฉันจะไม่กลัวที่จะล้มเลวอีกแล้วล่ะ
ไม่อีกแล้วล่ะ

‘Cause I’ve seen giants falls to their knees
And I’ve seen losers rise to their feet
Well, who cares if it all goes wrong
‘Cause when I die, at least I’ll smile to say I tried

นั่นเพราะฉันได้เห็นคนแข็งแกร่งมากมายที่ยอมแพ้ไป
และฉันได้เห็นผู้แพ้มากมายที่ยืนขึ้นด้วยตัวของเขาได้อีกครั้ง
แล้วใครกันจะสนล่ะถ้าทั้งหมดนี้ที่ทำมันผิด
นั่นเพราะเมื่อฉันตายไป อย่างน้อยฉันก็จะยิ้มและบอกไปว่าฉันได้พยายามแล้ว

So it’s not how you get knocked down
It’s how you get back up
Don’t play safe, it’s how you break
That makes you strong enough

มันจึงไม่ใช่ว่าเธอจะถูกล้มด้วยวิธีไหนหรอกนะ
แต่มันคือเธอจะลุกขึ้นมาได้อย่างไรต่างห่าง
อย่ามัวแต่ป้องกันความล้มเหลวเลย เป็นวิธีที่เธอจะพังทลายมันไป
นั่นทำให้เธอนั้นแข็งแกร่งมากพอ

Set fire to your soul
Go hard or go home
If you wanna be a winner
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose

จุดไฟในตัวเธอ
จะสู้มันให้สุด หรือจะกลับไปซะล่ะ
หากเธออยากเป็นผู้ชนะ
เธอจะต้องเรียนรู้ที่จะแพ้
เธอต้องเรียนรู้ที่จะพ่ายแพ้

It’s game time
So let’s do something special, make the headlines
I’m goin’ for the gold and I won’t think twice
‘Cause I’m not scared of failing no more, no
No more, no, no, no

เป็นช่วงเวลาของการแข่งขัน
มาทำให้มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ มาทำให้คนเขาพูดถึงกัน
ฉันจะมุ่งไปที่เหรียญทอง และฉันจะไม่คิดทบทวนอีก
เพราะฉันไม่กลัวที่จะล้มเหลวอีกแล้ว
ไม่อีกแล้ว

‘Cause I’ve seen giants falls to their knees
And I’ve seen losers rise to their feet
Well, who cares if it all goes wrong
‘Cause when I die, at least I’ll smile to say I tried

นั่นเพราะฉันได้เห็นคนแข็งแกร่งมากมายที่ยอมแพ้ไป
และฉันได้เห็นผู้แพ้มากมายที่ยืนขึ้นด้วยตัวของเขาได้อีกครั้ง
แล้วใครกันจะสนล่ะถ้าทั้งหมดนี้ที่ทำมันผิด
นั่นเพราะเมื่อฉันตายไป อย่างน้อยฉันก็จะยิ้มและบอกไปว่าฉันได้พยายามแล้ว

So it’s not how you get knocked down
It’s how you get back up
Don’t play safe, it’s how you break
That makes you strong enough

มันจึงไม่ใช่ว่าเธอจะถูกล้มด้วยวิธีไหนหรอกนะ
แต่มันคือเธอจะลุกขึ้นมาได้อย่างไรต่างห่าง
อย่ามัวแต่ป้องกันความล้มเหลวเลย เป็นวิธีที่เธอจะพังทลายมันไป
นั่นทำให้เธอนั้นแข็งแกร่งมากพอ

Set fire to your soul
Go hard or go home
If you wanna be a winner
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose

จุดไฟในตัวเธอ
จะสู้มันให้สุด หรือจะกลับไปซะล่ะ
หากเธออยากเป็นผู้ชนะ
เธอจะต้องเรียนรู้ที่จะแพ้
เธอต้องเรียนรู้ที่จะพ่ายแพ้

I’ve been standing still too long
Now those wasted days are gone
Who cares if it all goes wrong
‘Cause when I die, at least I’ll smile to say I tried

ฉันยืนอยู่เฉย ๆ นานเกินไปแล้ว
ตอนนี้หลายวันที่เสียเปล่าไปนั้นก็ผ่านไปแล้ว
แล้วใครจะสนหากทุกอย่างมันผิดไปล่ะ
เพราะเมื่อฉันตาย อย่างน้อยฉันก็จะยิ้มแล้วบอกไปว่าฉันนั้นได้พยายามทำมันแล้ว

So it’s not how you get knocked down
It’s how you get back up
Don’t play safe, it’s how you break
That makes you strong enough

มันจึงไม่ใช่ว่าเธอจะถูกล้มด้วยวิธีไหนหรอกนะ
แต่มันคือเธอจะลุกขึ้นมาได้อย่างไรต่างห่าง
อย่ามัวแต่ป้องกันความล้มเหลวเลย เป็นวิธีที่เธอจะพังทลายมันไป
นั่นทำให้เธอนั้นแข็งแกร่งมากพอ

Set fire to your soul
Go hard or go home
If you wanna be a winner
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose
You gotta learn to lose

จุดไฟในตัวคุณ
จะสู้มันให้สุด หรือจะกลับไปซะล่ะ
หากเธออยากเป็นผู้ชนะ
เธอจะต้องเรียนรู้ที่จะแพ้
เธอต้องเรียนรู้ที่จะพ่ายแพ้

 

www.educatepark.com