Colors Of The Wind (Lyrics&Thaisub)

 

You think you own whatever land you land on
( ยู ตริ๊งค ยู โอว์น วอทเอ๊เว่อร์ แลนด์ ยู แลนด์ ออน )
The earth is just a dead thing you can claim
( ดิ เอิร์ทร อีส เจิ๊สท ดา เด้ด ติง ยู แคน เคลม )
But I know ev’ry rock and tree and creature
( บั๊ท ไอ โนว์ เอวรี่ ร๊อค แอนด์ ทรี แอนด์ ครีเชอะ )
Has a life has a spirit has a name
( แอส ซา ไล๊ฟ แอส ซา สพีหริท แอส ซา เนม )

[Verse 2]
( [ เฝิซ 2 ] )
You think the only people who are people
( ยู ตริ๊งค ดิ โอ๊นลี่ พี๊เพิ่ล ฮู อาร์ พี๊เพิ่ล )
Are the people who look and think like you
( อาร์ เดอะ พี๊เพิ่ล ฮู ลุ๊ค แอนด์ ตริ๊งค ไล๊ค ยู )
But if you walk the footsteps of a stranger
( บั๊ท อิ๊ฟ ยู ว๊อล์ค เดอะ ฟุทเสต็ป ออฟ อะ สเทรนเจอะ )
You’ll learn things you never knew you never knew
( โยว เลิร์น ติง ยู เน๊เว่อร์ นิว ยู เน๊เว่อร์ นิว )

[Chorus 1]
( [ ค๊อรัส 1 ] )
Have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon
( แฮพ ยู เอ๊เว่อร์ เฮริ์ท เดอะ วู๊ล์ฟ คราย ทู เดอะ บลู คอร์น มูน )
Or asked the grinning bobcat why he grinned?
( ออ อาสคฺ เดอะ กรินนิง บอบแคท วาย ฮี กริน ?)
Can you sing with all the voices of the mountain?
( แคน ยู ซิง วิธ ออล เดอะ ว๊อยซ์ ออฟ เดอะ เม๊าเท่น ?)
Can you paint with all the colors of the wind?
( แคน ยู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด ?)
Can you paint with all the colors of the wind?
( แคน ยู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด ?)

[Verse 3]
( [ เฝิซ 3 ] )
Come run the hidden pine trails of the forest
( คัม รัน เดอะ ฮีดดน พาย แทล ออฟ เดอะ ฟ๊อเรสท )
Come taste the sun-sweet berries of the earth
( คัม เท๊ซท เดอะ ซัน สวี้ท เบอร์รี่สฺ ออฟ ดิ เอิร์ทร )
Come roll in all the riches all around you
( คัม โรลล อิน ออล เดอะ ริชฺ ซอร์ อะราวนฺดฺ ยู )
And, for once, never wonder what they’re worth
( แอนด์ , ฟอร์ วั๊นซ , เน๊เว่อร์ วั๊นเด้อร ว๊อท เดรว เวิร์ธ )
[adsense]
[Verse 4]
( [ เฝิซ 4 ] )
The rainstorm and the river are my brothers
( เดอะ เรนสทอร์ม แอนด์ เดอะ ริ๊เว่อร์ อาร์ มาย บร๊าเท่อรํ )
The heron and the otter are my friends
( เดอะ เฮเริน แอนด์ ดิ ออทเทอะ อาร์ มาย เฟรน )
And we are all connected to each other
( แอนด์ วี อาร์ ออล คอนเน็คท ทู อีช อ๊อเธ่อร์ )
In a circle, in a hoop that never ends
( อิน อะ เซ๊อร์เคิ้ล , อิน อะ ฮุพ แดท เน๊เว่อร์ เอ็นด )

[Chorus 2]
( [ ค๊อรัส 2 ] )
Have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon
( แฮพ ยู เอ๊เว่อร์ เฮริ์ท เดอะ วู๊ล์ฟ คราย ทู เดอะ บลู คอร์น มูน )
Or let the eagle tell you where he’s been?
( ออ เล็ท ดิ อี๊เกิ้ล เทลล ยู แวร์ ฮีส บีน ?)
Can you sing with all the voices of the mountain?
( แคน ยู ซิง วิธ ออล เดอะ ว๊อยซ์ ออฟ เดอะ เม๊าเท่น ?)
Can you paint with all the colors of the wind?
( แคน ยู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด ?)
Can you paint with all the colors of the wind?
( แคน ยู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด ?)

[Bridge]
( [ บริดจ ] )
How high does the sycamore grow?
( ฮาว ไฮฮ ดาส เดอะ ซายเกมอร์ โกรว์ ?)
If you cut it down, then you’ll never know
( อิ๊ฟ ยู คัท ดิท ดาวน์ , เด็น โยว เน๊เว่อร์ โนว์ )

[Chorus 3]
( [ ค๊อรัส 3 ] )
And you’ll never hear the wolf cry to the blue corn moon
( แอนด์ โยว เน๊เว่อร์ เฮียร เดอะ วู๊ล์ฟ คราย ทู เดอะ บลู คอร์น มูน )
For, whether we are white or copper-skinned
( ฟอร์ , ฮเวทเออะ วี อาร์ ไว๊ท ออ ค๊อพเพ่อร์ สคินเนด )
We need to sing with all the voices of the mountain
( วี นี๊ด ทู ซิง วิธ ออล เดอะ ว๊อยซ์ ออฟ เดอะ เม๊าเท่น )
We need to paint with all the colors of the wind
( วี นี๊ด ทู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด )

You can own the earth, and, still
( ยู แคน โอว์น ดิ เอิร์ทร , แอนด์ , สทิลล )
All you’ll own is earth until
( ออล โยว โอว์น อีส เอิร์ทร อันทิล )
You can paint with all the colors of the wind
( ยู แคน เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด )

www.thaitoeng.com

https://www.youtube.com/watch?v=J8rU2CK_1FI

She – Notting Hill – Elvis Costello (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

She
May be the face I can’t forget
A trace of pleasure or regret
May be my
treasure or the price I have to pay
She may be the song
that summer sings
May be the chill that autumn brings
May be a hundred different things
Within the measure of a day.

เธอ
อาจจะเป็นใบหน้าที่มิอาจลืมเลือน
เป็นความปิติยินดีหรือความโศกเศร้าที่ถูกประทับไว้ในใจ
อาจจะเป็นสมบัติล้ำค่าหรือสิ่งที่ผมต้องยอมจ่ายราคา
เธออาจจะเป็นบทเพลงแห่งฤดูร้อนที่ถูกขับขาน
เป็นความเยือกเย็นที่ถูกพัดพามาในยามใบไม้ร่วง
อาจจะเป็นอะไรที่แสนซับซ้อนยากหยั่งถึง
ซักวันหนึ่งถึงจะสามารถคาดการณ์ได้… 

She
May be the beauty or the beast
May be the
famine or the feast
May turn each day into a heaven or a hell
She may be the mirror of my dreams
A smile reflected in a stream
She may not be what she may seem
Inside her shell

เธอ
อาจจะเป็นโฉมงามหรืออสูร
อาจเป็นความกระหายหรือการเติมเต็ม
เป็นสิ่งที่ทำให้วันผันแปรเปลี่ยนเป็นสวรรค์หรือนรก
เธออาจเป็นกระจกแห่งความฝัน
รอยยิ้มอ่อนหวานล้ำถูกฉายสะท้อนอยู่บนสายธาร
เธออาจไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็น
ภายใต้เปลือกนอกนั้น

She who always seems so happy in a crowd
Whose eyes can be so private and so proud
No one’s allowed to
see them when they cry
She may be the love that cannot hope to last
May come to me from shadows of the past
That I’ll remember till the day I die

เธออาจเป็นคนที่ดูมีความสุขท่ามกลางฝูงชน
เจ้าของดวงตาที่แสนลึกลับและสง่างาม
ไม่มีใครเห็นในยามที่หยดน้ำตาของเธอร่วงหล่น
เธออาจจะไม่ใช่ความรักที่เฝ้าจะให้คงอยู่นิรันดร์
แต่ถึงกระนั้นเธอก็ได้ก้าวมาหาผมจากเงาแห่งอดีตที่ผันผ่าน
ที่ผมจะจดจำจวบจำวันตาย

She
May be the reason I survive
The why and wherefore I’m alive
The one I’ll care for through the rough and ready years
Me I’ll take her laughter and her tears
And make them all my souvenirs
For where she goes I’ve got to be
The meaning of my life is

เธอ
อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากจะมีชีวิต
เป็นสิ่งที่ทำให้ผมยังคงหายใจ
เป็นสิ่งเดียวที่ผมจะเฝ้าดูแลอยู่เสมอ
ผม ผมจะเป็นผู้แบกรับเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาของเธอเอาไว้
และจะเก็บมันไว้เป็นของกำนัลที่แสนล้ำค่า
ไม่ว่าเธอไปที่ไหน ผมจะติดตามเธอไปด้วย
สิ่งที่ทำให้ชีวิตผมมีความหมาย นั่นคือ

She, she, she

 

www.musicsaying.com

 

Young And Beautiful “The Great Gatsby” Soundtrack (Lyrics) แปลไทย

I’ve seen the world
Done it all, had my cake now
Diamonds, brilliant, and Bel-Air now
Hot summer nights mid July
When you and I were forever wild
The crazy days, the city lights
The way you’d play with me like a child

ฉันเห็นโลกใบนี้มาหมดแล้ว
ฉันได้ทำมาทุกๆสิ่งแล้ว มีเงิน
อัญมณี ส่องประกาย และรถ Bel-Air
ในค่ำคืนฤดูร้อนกลางเดือนกรกฎาคม
คือเวลาที่คุณและฉันต่างเคยคึกคะนองมาเสมอ
ในวันบ้าๆ  แสงไฟในเมือง
ตอนที่คุณเล่นกับฉันเหมือนเด็กน้อยเลย

Will you still love me when I’m no longer young and beautiful
Will you still love me when I got nothing but my aching soul
I know you will, I know you will, I know that you will
Will you still love me when I’m no longer beautiful

คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่ดูอ่อนเยาว์และสวยงามอีกต่อไป
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่มีอะไรนอกจากจิตใจที่ปวดร้าว
ฉันรู้ว่าคุณจะรักฉัน จะยังรักฉัน
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่งดงามอีกแล้ว

I’ve seen the world
Lit it up as my stage now
Channeling angels in, the new age now
Hot summer days, rock and roll
The way you’d play for me at your show
And all the ways I got to know
Your pretty face and electric soul

ฉันเห็นโลกใบนี้มาหมดแล้ว
จุดไฟขึ้นให้เหมือนเวทีของฉันสิ
ส่งเหล่านางฟ้าเข้ามา ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
วันเวลาในฤดูร้อน เพลงร็อคแอนด์โรล
ตอนที่คุณเล่นดนตรีให้ฉันในการแสดงของคุณ
และมันคือทั้งหมดที่ฉันต้องรู้
ในใบหน้าที่งดงามและจิตใจอันน่าตื่นเต้นของคุณ

Will you still love me when I’m no longer young and beautiful
Will you still love me when I got nothing but my aching soul
I know you will, I know you will, I know that you will
Will you still love me when I’m no longer beautiful

คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่ดูอ่อนเยาว์และสวยงามอีกต่อไป
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่มีอะไรนอกจากจิตใจที่ปวดร้าว
ฉันรู้ว่าคุณจะรักฉัน จะยังรักฉัน
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่งดงามอีกแล้ว
Dear lord when I get to heaven
Please let me bring my man
When he comes tell me that you’ll let me
Father tell me if you can

พระผู้เป็นเจ้าเจ้าขา เมื่อลูกต้องขึ้นสวรรค์
ได้โปรดให้ลูกพาคนรักของลูกขึ้นไปด้วย
เมื่อคนรักของลูกมาแล้ว ก็ช่วยบอกลูกทีว่าท่านจะอนุญาต
พระเจ้าช่วยบอกลูกทีหากท่านทำได้

Oh that grace, oh that body
Oh that face makes me wanna party
He’s my sun, he makes shine like diamonds

ความสง่างามนั้น เรือนร่างนั้น
ใบหน้านั้นทำให้ฉันอยากจะไปสนุก
เขาคือดวงตะวันของฉัน เขาทำให้ชีวิตฉันสว่างไสวดั่งอัญมณี

Will you still love me when I’m no longer young and beautiful
Will you still love me when I got nothing but my aching soul
I know you will, I know you will, I know that you will
Will you still love me when I’m no longer beautiful
Will you still love me when I’m no longer beautiful
Will you still love me when I’m not young and beautiful

คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่ดูอ่อนเยาว์และสวยงามอีกต่อไป
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่มีอะไรนอกจากจิตใจที่ปวดร้าว
ฉันรู้ว่าคุณจะรักฉัน จะยังรักฉัน
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่งดงามอีกแล้ว
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่สวยอีกต่อไป
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่ดูอ่อนเยาว์และสวยงามอีกต่อไป

 

การใช้ Take (เทค)

Take (เทค) โดยสาร,นั่ง(ยานพาหนะ) , นั่ง(ที่นั่ง), ทำกิจกรรม( การกระทำ)

Take a taxi (เทค เออะ แทค ซิ)

Take + ยานพาหนะ เช่น รถแท็กซี่ ระประจำทาง รถไฟฟ้า ฯลฯ หมายถึง โดยสาร ,นั่ง

ex. Why don’t you take a taxi ?    ทำไมคุณไม่นั่งรถแท๊กซี่ล่ะ

—————————————————————————————

Take a seat (เทค เออะ ซีท)

นั่งลง เข้าประจำที่นั่งเมื่อต้องการบอกให้อีกฝ่ายเข้าประจำที่นั่งหรือนั่งลง

คำนามที่ใช้ร่วมกับ Take  คือ Seat ซึ่งมีความหมายเหมือน Sit

ex. Please take a seat. กรุณานั่งลง

—————————————————————————————

Take a shower (เทค เออะ ชาว เออะ)

อาบน้ำฝักบัว

Take a shower คือการอาบน้ำด้วยฝักบัว ส่วนการอาบน้ำทั่วไปหรืออ่างอาบน้ำใช้ take a bath

ex. I’am taking a shower.     ฉันกำลังอาบน้ำฝักบัว

——————————————————————————————

– Could you take this letter to Tony, please?
คุณช่วยนำ(take)จดหมายนี้(ไป)ให้โทนี่หน่อยได้ไหม

และผู้เรียนภาษาอังกฤษ ยังสามารถใช้ take ในความหมาย to accept / have

– Do they take credit cards here?
ที่นี่รับ(take)บัตรเครดิตหรือเปล่า

– Do you take milk in your coffee?
คุณใส่(take)นมในกาแฟไหม

ตัวอย่างสำนวนที่ใช้ take

take advantage เอาเปรียบ

take advice รับเอาคำแนะนำ (จากผู้อื่น)

take (something) apart แตก / แบ่งแยก

take back เอากลับมา / เอาคืน / ยอมรับผิด

take the blame ยอมรับการตำหนิ

take a break พัก / เว้นระยะ

take care เอาใจใส่

take care of เอาใจใส่

take a chance ฉวยโอกาส / ใช้โอกาส

take a course ลงเรียน (วิชาหรือหลักสูตร)

take it easy ไม่ต้องรีบร้อน / อย่าเคร่งเครียด

take effect ส่งผลกระทบ

take an injection ฉีดยา

take into consideration นำไปพิจารณา

take it or leave it รับหรือไม่รับ (ข้อเสนอ)

take lessons เป็นบทเรียน / ใช้เวลาเรียน

take liberties ใช้เสรีภาพ

take a look (at) มองดู

take medicine กินยา

take  a nap งีบหลับ

take notes จดข้อความ

take off ออกไป

take (something ) off ถอดออก

take the opportunity คว้าโอกาส

take (somebody / something) out นำไปยัง

take over เข้าครอบครอง

take part เข้าร่วม

take a leak ไปปัสสาวะ

take personal offense รู้สึกไม่ดี / ไม่สบายใจ

take place เกิดขึ้น

take pride รู้สึกภูมิใจ

take the responsibility รับผิดชอบ

take a rest พักผ่อน

take a shower อาบน้ำ

take steps กระทำ / ดำเนินการ

take a taxi นั่งรถแท๊กซี่

take the temperature วัดอุณหภูมิ

take a test เข้าทดสอบ

It takes time ใช้เวลา

take one’s time ใช้เวลา / เสียเวลาของคนใดคนหนึ่ง

take a trip เดินทาง

take up something สนใจ / เริ่ม / เข้าประจำที่

take a walk เดินเล่น

take your time ใช้เวลาของคุณให้เต็มที่

 

ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Tanamorn.com

Lukas Graham – 7 Years เนื้อเพลง แปลไทย

Once I was seven years old my momma told me
Go make yourself some friends or you’ll be lonely
Once I was seven years old

ตอนที่ฉัน 7 ขวบ แม่ฉันเคยบอกว่า
หาเพื่อนให้ได้บ้างนะ ไม่งั้นลูกจะเหงา
ในตอนที่ฉันอายุ 7 ขวบ

It was a big big world, but we thought we were bigger
Pushing each other to the limits, we were learning quicker
By eleven smoking herb and drinking burning liquor
Never rich so we were out to make that steady figure

มันคือโลกที่แสนกว้างใหญ่ แต่เรากลับคิดว่าเรานั้นยิ่งใหญ่กว่ามัน
ผลักดันกันและกันจนถึงขีดจำกันของตัวเอง เราเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
ตอนอายุ 11 เราก็เสพกัญชากันแล้ว และก็ดื่มเหล้ากัน
ไม่เคยร่ำรวยมาก่อนเราจึงออกไปทำงานที่ได้เงินแบบคงที่

Once I was eleven years old my daddy told me
Go get yourself a wife or you’ll be lonely
Once I was eleven years old

พอฉันอายุ 11 พ่อฉันก็บอกว่า
ลูกต้องมีเมียนะ ไม่งั้นลูกจะเหงา
ตอนฉันอายุ 11

I always had that dream like my daddy before me
So I started writing songs, I started writing stories
Something about that glory just always seemed to bore me
Cause only those I really love will ever really know me

ฉันเคยมีความฝัน อย่างที่พ่อฉันเคยมีมาเสมอ
ฉันจึงเริ่มแต่งเพลง เริ่มแต่งเรื่องราว
เกี่ยวกับความสำเร็จที่มันทำให้ฉันเบื่อเสมอ
เพราะคนที่ฉันรักเท่านั้น ถึงจะรู้จักฉันดี

Once I was 20 years old, my story got told
Before the morning sun, when life was lonely
Once I was 20 years old

พอฉันอายุ 20 เรื่องราวของฉันก็ถูกเล่าขานออกไป
ก่อนรุ่งสางมาเยือน ในตอนที่ชีวิตฉันมันแสนเหงาหงอย
ตอนที่ฉันอายุ 20

I only see my goals, I don’t believe in failure
Cause I know the smallest voices, they can make it major
I got my boys with me at least those in favor
And if we don’t meet before I leave, I hope I’ll see you later

ฉันเห็นแต่เป้าหมายของฉันเท่านั้น ฉันไม่เชื่อในความล้มเหลว
เพราะฉันรู้ว่าเสียงที่เล็กที่สุด ก็ยิ่งใหญ่ได้
ฉันมีเพื่อนๆของฉันอยู่ด้วยกันกับฉัน อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาเหล่านั้น
และหากเราไม่ได้เจอกัน ก่อนฉันจะจากไป ก็หวังว่าจะได้เจอกันหลังจากนี้นะ

Once I was 20 years old, my story got told
I was writing about everything, I saw before me
Once I was 20 years old
Soon we’ll be 30 years old, our songs have been sold
We’ve traveled around the world and we’re still roaming
Soon we’ll be 30 years old

พอฉันอายุ 20 เรื่องราวของฉันก็ถูกเล่าขานออกไป
ฉันเขียนเกี่ยวกับทุกๆสิ่ง ที่ฉันได้เห็นมา
ตอนที่ฉันอายุ 20
แล้วเราก็จะอายุ 30 ในเร็วๆนี้ เพลงของเราขายได้แล้ว
เราจะท่องไปทั่วโลก และจะยังเดินทางต่อไป
เรากำลังจะอายุ 30 ในเร็วๆนี้

I’m still learning about life
My woman brought children for me
So I can sing them all my songs
And I can tell them stories
Most of my boys are with me
Some are still out seeking glory
And some I had to leave behind
My brother I’m still sorry

ฉันยังคงเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตอยู่นะ
ภรรยาของฉันได้คลอดลูกมาเพื่อฉัน
เพื่อให้ฉันได้ร้องเพลงของฉันให้พวกเขาฟัง
และบอกเล่าเรื่องราวของฉันออกไป
เพื่อนๆของฉันส่วนใหญ่ก็ยังอยู่กับฉันนะ
บางคนก็ยังตามหาความสำเร็จอยู่
บางคน ฉันก็ต้องทิ้งไว้ข้างหลัง
เพื่อนเอ๋ย ฉันขอโทษจริงๆนะ

Soon I’ll be 60 years old, my daddy got 61
Remember life and then your life becomes a better one
I made a man so happy when I wrote a letter once
I hope my children come and visit, once or twice a month

เดี๋ยวฉันก็คงอายุ 60 แล้วสินะ พ่อฉันอยู่มาได้จนถึงอายุ 61
จดจำชีวิตนี้ไว้ แล้วชีวิตเธอจะดีขึ้นนะ
ฉันทำให้พ่อฉันดีใจมากตอนฉันเขียนจดหมายหาเขาครั้งนึง
ฉันหวังว่าลูกๆฉันจะมาเยี่ยมฉันบ้างนะ สักครั้งหรือสองครั้งต่อเดือน

Soon I’ll be 60 years old, will I think the world is cold
Or will I have a lot of children who can warm me
Soon I’ll be 60 years old
Soon I’ll be 60 years old, will I think the world is cold
Or will I have a lot of children who can hold me
Soon I’ll be 60 years old

เดี๋ยวฉันก็คงอายุ 60 แล้วสินะ ฉันจะคิดว่าโลกนี้มันแสนเยือกเย็นมั้ย
หรือฉันจะมีลูกหลานมากมายมาคอยทำให้ฉันอบอุ่นนะ
เดี๋ยวฉันก็คงอายุ 60 แล้วสินะ
เดี๋ยวฉันก็คงอายุ 60 แล้วสินะ ฉันจะคิดว่าโลกนี้มันแสนเยือกเย็นมั้ย
หรือฉันจะมีลูกหลานมากมายมากอดฉัน
เดี๋ยวฉันก็คงอายุ 60 แล้วสินะ

Once I was seven years old, my momma told me
Go make yourself some friends or you’ll be lonely
Once I was seven years old
Once I was seven years old

ตอนที่ฉัน 7 ขวบ แม่ฉันเคยบอกว่า
หาเพื่อนให้ได้บ้างนะ ไม่งั้นลูกจะเหงา
ในตอนที่ฉันอายุ 7 ขวบ
ในตอนที่ฉันอายุ 7 ขวบ

http://www.aelitaxtranslate.com/

Sia – Chandelier (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

Party girls don’t get hurt
Can’t feel anything, when will I learn
I push it down, push it down

สาวรักปาร์ตี้ ไม่รู้สึกเจ็บหรอก
ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น เมื่อไหร่ฉันจะได้เรียนรู้นะ
ฉันเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้

I’m the one “for a good time call”
Phone’s blowin’ up, they’re ringin’ my doorbell
I feel the love, feel the love

ฉันเป็นคนที่เวลาจะไปสนุกก็โทรมานะ
โทรศัพท์ดังถล่มทลาย และยังมาเคาะประตูบ้านฉันกันด้วย
ฉันรู้สึกได้ถึงความรักถาโถมเข้าใส่

1,2,3 1,2,3 drink
1,2,3 1,2,3 drink
1,2,3 1,2,3 drink
Throw em back, till I lose count

1 2 3 ดื่มโลด
ดื่มให้หมด จนฉันนับไม่ถูกแล้วว่ากี่ขวด

I’m gonna swing from the chandelier, from the chandelier
I’m gonna live like tomorrow doesn’t exist
Like it doesn’t exist
I’m gonna fly like a bird through the night, feel my tears as they dry
I’m gonna swing from the chandelier, from the chandelier

ฉันจะแกว่งไปบนโคมระย้า
ฉันจะใช้ชีวิตให้เหมือนว่าวันพรุ่งนี้ไม่มีอีกแล้ว
เหมือนว่าไม่มีวันพรุ่งนี้อยู่อีกแล้ว
ฉันจะโบยบินไปดั่งนกในยามค่ำคืน สัมผัสถึงน้ำตาของฉันในขณะที่มันเหือดแห้งไป
ฉันจะแกว่งไปบนโคมระย้า จากบนโคมระย้า

And I’m holding on for dear life, won’t look down won’t open my eyes
Keep my glass full until morning light, ’cause I’m just holding on for tonight
Help me, I’m holding on for dear life, won’t look down won’t open my eyes
Keep my glass full until morning light, ’cause I’m just holding on for tonight
On for tonight

และฉันก็พยายามเกาะโคมระย้านี้เอาไว้ด้วยทั้งชีวิตของฉัน ฉันจะไม่มองลงไป จะไม่ลืมตา
เติมเหล้าให้ฉันจนเต็ม จนกว่าจะถึงรุ่งสาง เพราะฉันจะสู้ต่อไปในคืนนี้
ช่วยฉันที ฉันพยายามเกาะมันไว้ด้วยทั้งชีวิตของฉัน
ฉันจะไม่มองลงไป จะไม่ลืมตา
เติมเหล้าให้ฉันจนเต็ม จนกว่าจะถึงรุ่งสาง เพราะฉันจะสู้ต่อไปในคืนนี้
ในคืนนี้

Sun is up, I’m a mess
Gotta get out now, gotta run from this
Here comes the shame, here comes the shame

ตะวันขึ้นแล้ว ฉันยุ่งเหยิงไปหมด
จะต้องออกไปได้แล้ว จะหนีไปจากเรื่องนี้
ความละอาย มันมาเยือนฉันแล้วสินะ

1,2,3 1,2,3 drink
1,2,3 1,2,3 drink
1,2,3 1,2,3 drink
Throw em back till I lose count

1 2 3 ดื่มโลด
ดื่มให้หมด จนฉันนับไม่ถูกแล้วว่ากี่ขวด

I’m gonna swing from the chandelier, from the chandelier
I’m gonna live like tomorrow doesn’t exist
Like it doesn’t exist
I’m gonna fly like a bird through the night, feel my tears as they dry
I’m gonna swing from the chandelier, from the chandelier

ฉันจะแกว่งไปบนโคมระย้า
ฉันจะใช้ชีวิตให้เหมือนว่าวันพรุ่งนี้ไม่มีอีกแล้ว
เหมือนว่าไม่มีวันพรุ่งนี้อยู่อีกแล้ว
ฉันจะโบยบินไปดั่งนกในยามค่ำคืน สัมผัสถึงน้ำตาของฉันในขณะที่มันเหือดแห้งไป
ฉันจะแกว่งไปบนโคมระย้า จากบนโคมระย้า

And I’m holding on for dear life, won’t look down won’t open my eyes
Keep my glass full until morning light, ’cause I’m just holding on for tonight
Help me, I’m holding on for dear life, won’t look down won’t open my eyes
Keep my glass full until morning light, ’cause I’m just holding on for tonight
On for tonight

และฉันก็พยายามเกาะโคมระย้านี้เอาไว้ด้วยทั้งชีวิตของฉัน ฉันจะไม่มองลงไป จะไม่ลืมตา
เติมเหล้าให้ฉันจนเต็ม จนกว่าจะถึงรุ่งสาง เพราะฉันจะสู้ต่อไปในคืนนี้
ช่วยฉันที ฉันพยายามเกาะมันไว้ด้วยทั้งชีวิตของฉัน
ฉันจะไม่มองลงไป จะไม่ลืมตา
เติมเหล้าให้ฉันจนเต็ม จนกว่าจะถึงรุ่งสาง เพราะฉันจะสู้ต่อไปในคืนนี้
ในคืนนี้

http://www.aelitaxtranslate.com/

Adele – Skyfall เนื้อเพลง แปลไทย

This is the end
Hold your breath and count to ten
Feel the Earth move and then
Hear my heart burst again

นี่คือจุดจบของทุกสิ่งทุกอย่าง
กลั้นหายใจซะ แล้วนับ 1-10
รู้สึกถึงโลกที่กำลังหมุน แล้วจากนั้น
ก็ฟังเสียงหัวใจฉันเต้นรัวอีกครั้ง

For this is the end
I’ve drowned and dreamt this moment
So overdue I owe them
Swept away I’m stolen

สำหรับจุดจบนี้
ฉันจมลงไป และเฝ้าฝันถึงช่วงเวลานี้
นานแสนนานเหลือเกิน และฉันก็เป็นหนี้บุญคุณพวกนั้น
โดนชะล้างไป ฉันถูกขโมยไป

Let the sky fall
When it crumbles
We will stand tall
Face it all together

ให้ท้องฟ้าถล่มทลายลงมา
เมื่อมันแตกสลาย
เราจะยืนอยู่เคียงคู่กัน
และเผชิญหน้ากับมันไปพร้อมๆกัน

Let the sky fall
When it crumbles
We will stand tall
And face it all together
At Skyfall

ให้ท้องฟ้าถล่มทลายลงมา
เมื่อมันแตกสลาย
เราจะยืนอยู่เคียงคู่กัน
และเผชิญหน้ากับมันไปพร้อมๆกัน
ที่ที่ท้องนภาถล่มทลายลงมา

Skyfall is where we start
A thousand miles and poles apart
Where worlds collide and days are dark
You may have my number
You can take my name
But you’ll never have my heart

ฟ้าถล่มทลาย คือจุดเริ่มต้นของเรา
ห่างกันสุดขั้วโลกเป็นพันๆไมล์
เมื่อโลกใบนี้แตกสลาย และในแต่ละวันนั้นมืดมิด
เธออาจจะมีเบอร์ฉัน
เอานามสกุลฉันไปก็ได้
แต่เธอจะไม่มีวันได้หัวใจฉันไป

(ในท่อนนี้จากที่ดูในเวป http://rapgenius.com/Adele-skyfall-lyrics มา เค้าบอกว่าพูดถึง Tracy Bond คนที่ James Bond แต่งงานด้วย และเป็นคนที่ Bond รักที่สุด และถึงเขาจะแต่งงานกับใครคนใหม่ ก็จะไม่มีวันรักเธอได้เท่า Tracy ครับ หมายเหตุว่า Tracy ตายแล้วนะครับ)

http://www.aelitaxtranslate.com/

 

Adele – Rolling in the Deep (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

There’s a fire starting in my heart,

Reaching a fever pitch and it’s bringing me out the dark,

ในใจของฉันมีกองไฟกำลังลุกโชน

ฉันจะไม่ทนเธออีกต่อไป ดวงไฟนั้นกำลังพาฉันออกไปจากความมืดมิด 

Finally, I can see you crystal clear,

Go ahead and sell me out and a I’ll lay your shit bare,

See how I’ll leave with every piece of you,

Don’t underestimate the things that I will do,

ในที่สุด ฉันก็เห็นตัวตนของเธอทะลุปรุโปร่ง

เอาเลยสิ หักหลังฉัน แล้วฉันจะแฉตัวตนของเธอให้คนเค้ารู้ให้หมด

คอยดูนะว่าฉันจะทำอะไรได้บ้าง

อย่าประเมินความแรงฉันต่ำไปละกัน

There’s a fire starting in my heart,

Reaching a fever pitch and it’s bring me out the dark,

ในใจของฉันมีกองไฟกำลังลุกโชน

ฉันจะไม่ทนเธออีกต่อไป ดวงไฟนั้นกำลังพาฉันออกไปจากความมืดมิด 

The scars of your love remind me of us,

They keep me thinking that we almost had it all,

The scars of your love, they leave me breathless,

I can’t help feeling,

บาดแผลจากความรักของเธอทำให้ฉันนึกถึงตอนที่เราอยู่ด้วยกัน

มันทำให้ฉันคิดว่าเราเกือบจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการมาด้วยกันแล้ว

แผลในใจจากเธอ มันทำให้ฉันเกือบตาย

มันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้

We could have had it all,

(You’re gonna wish you never had met me),

Rolling in the deep,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

You had my heart inside of your hand,

(You’re gonna wish you never had met me),

And you played it to the beat,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

ว่าเราเกือบจะมีทุกๆความรู้สึกที่เราต้องการแล้ว

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

ฉันหลงเชื่อเธอจากก้นบึ้งของหัวใจฉัน

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

เธอเคยกุมหัวใจฉันไว้ทั้งดวง

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

แล้วเธอก็พังมันยับเยิน

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

Baby, I have no story to be told,

But I’ve heard one on you and I’m gonna make your head burn,

Think of me in the depths of your despair,

Make a home down there as mine sure won’t be shared,

ที่รัก ตัวฉันไม่มีเรื่องราวอะไรที่จะเล่าได้

แต่ฉันมีเรื่องของเธอจะเล่าให้ฟัง เรื่องที่ฉันกำลังจะเผาเธอนี่ไง

แล้วอย่าลืมนึกถึงฉันในหุบเหวแห่งความเศร้าโศกล่ะ

แล้วใช้ชีวิตอยู่ในเหวนั้นไปคนเดียวนะ ไม่ต้องมาชวนฉันไปอยู่ด้วย

The scars of your love remind me of us,

(You’re gonna wish you never had met me),

They keep me thinking that we almost had it all,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

The scars of your love, they leave me breathless,

(You’re gonna wish you never had met me),

I can’t help feeling,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

บาดแผลจากความรักของเธอทำให้ฉันนึกถึงตอนที่เราอยู่ด้วยกัน

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

มันทำให้ฉันคิดว่าเราเกือบจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการมาด้วยกันแล้ว

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

แผลในใจจากเธอ มันทำให้ฉันเกือบตาย

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

มันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

We could have had it all,

(You’re gonna wish you never had met me),

Rolling in the deep,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

You had my heart inside of your hands,

(You’re gonna wish you never had met me),

And you played it to the beat,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

ว่าเราเกือบจะมีทุกๆความรู้สึกที่เราต้องการแล้ว

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

ฉันหลงเชื่อเธอจากก้นบึ้งของหัวใจฉัน

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

เธอเคยกุมหัวใจฉันไว้ทั้งดวง

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

แล้วเธอก็พังมันยับเยิน

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

Could have had it all,

Rolling in the deep,

You had my heart inside of your hands,

But you played it with a beating,

ว่าเราเกือบจะมีทุกๆความรู้สึกที่เราต้องการแล้ว

ฉันหลงเชื่อเธอจากก้นบึ้งของหัวใจฉัน

เธอเคยกุมหัวใจฉันไว้ทั้งดวง

แต่เธอก็พังมันยับเยิน

Throw your soul through every open door,

Count your blessings to find what you look for,

โยนจิตวิญญาณของเธอผ่านประตูทุกๆบาน

ลองนึกถึงเรื่องดีๆในชีวิตเธอดูสิ เผื่อจะรู้ว่าเธอกำลังตามหาอะไร

Turn my sorrow into treasured gold,

You’ll pay me back in kind and reap just what you’ve sown,

ลองเปลี่ยนความเสียใจที่ฉันมีเป็นทองดูนะ

แล้วเธอจะต้องชดใช้สิ่งที่เธอเคยทำกับฉัน

(reap what you’ve sown เก็บเกี่ยวสิ่งที่เธอปลูกไว้)

(You’re gonna wish you never had met me),

We could have had it all,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

We could have had it all,

(You’re gonna wish you never had met me),

It all, it all, it all,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอะเจอกับฉันเลย)

เราเกือบจะไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

เราเกือบจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

ทุกสิ่งทุกอย่างทุกความรู้สึกทุกความต้องการ

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

We could have had it all,

(You’re gonna wish you never had met me),

Rolling in the deep,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

You had my heart inside of your hands,

(You’re gonna wish you never had met me),

And you played it to the beat,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

เราเกือบจะมีทุกๆความรู้สึกที่เราต้องการแล้ว

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

ฉันหลงเชื่อเธอจากก้นบึ้งของหัวใจฉัน

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

เธอเคยกุมหัวใจฉันไว้ทั้งดวง

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

แล้วเธอก็พังมันยับเยิน

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

Could have had it all,

(You’re gonna wish you never had met me),

Rolling in the deep,

(Tears are gonna fall, rolling in the deep),

You had my heart inside of your hands,

(You’re gonna wish you never had met me),

เกือบจะได้ทุกๆอย่างที่เราต้องการแล้ว

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

ฉันหลงเชื่อเธอจากก้นบึ้งของหัวใจฉัน

(เธอจะต้องน้ำตาตกใน)

เธอเคยกุมหัวใจฉันไว้ทั้งดวง

(แล้วเธอจะคิดว่าไม่น่ามาเจอกับฉันเลย)

But you played it,

You played it,

You played it,

You played it to the beat.

แต่เธอก็ใช้มันเป็นของเล่นของเธอ

http://www.aelitaxtranslate.com/

 

 

 

Adele – Hello (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

แปลเพลง Hello

Hello, it’s me
I was wondering if after all these years
You’d like to meet, to go over everything
They say that time’s supposed to heal ya
But I ain’t done much healing
Hello, can you hear me?
I’m in California dreaming about who we used to be
When we were younger and free
I’ve forgotten how it felt before the world fell at our feet
There’s such a difference between us
And a million miles

สวัสดี นี่ฉันเองนะ
ฉันคงสงสัย หากที่ผ่านมาหลายปีนี้
คุณอยากจะพบ จะผ่านทุก สิ่งมา
พวกเขาต่างพูดกันว่า เวลาน่าจะช่วยเยียวยาได้
แต่ฉันนั้นกลับไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก
สวัสดี คุณได้ยินฉันไหม
ฉันอยู่ในแคลิฟอร์เนีย กำลังฝันถึงสิ่งที่เราเคยมี
ในตอนที่เรายังเด็ก และยังมีอิสระ
ฉันลืมไปแล้วว่ารู้สึกอย่างไร ก่อนที่โลกของเรานั้นจะพังลง
มีความแตกต่างบางสิ่งระหว่างเราทั้งสองคน
และระยะทางที่ห่างกันเป็นล้านไมล์

Hello from the other side
I must’ve called a thousand times to tell you
I’m sorry, for everything that I’ve done
But when I call you never seem to be home
Hello from the outside
At least I can say that I’ve tried to tell you
I’m sorry, for breaking your heart
But it don’t matter, it clearly doesn’t tear you apart anymore

สวัสดีจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก
ฉันต้องโทรเป็นหลายพันครั้งเลยนะเพื่อที่จะบอกคุณว่า
ฉันเสียใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำลงไป
แต่ตอนที่ฉันโทรหาคุณ เหมือนกับไม่เคยอยู่บ้านสักนิดเลย
สวัสดี จากฉันคนเดิมที่อยู่ข้างนอกนั่น
อย่างน้อยฉันก็บอกคุณได้ว่า ฉันได้พยายามที่จะบอกคุณแล้ว
ว่าฉันเสียใจ ที่ทำร้ายหัวใจของคุณ
แต่นั่นก็ไม่เป็นเรื่องอะไรหรอก เพราะมันชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ทำให้คุณเสียใจเลย

Hello, how are you?
It’s so typical of me to talk about myself
I’m sorry, I hope that you’re well
Did you ever make it out of that town
Where nothing ever happened?
It’s no secret
That the both of us are running out of time

สวัสดี เป็นอย่างไรบ้างล่ะ
มันดูเหมือนเป็นปกติแล้วที่ฉันพูดกับตัวของฉันเอง
ฉันเสียใจ และฉันหวังว่าคุณจะสบายดี
คุณเคยออกมานอกเมืองนั้นบ้างไหม
ในที่ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยที่นั่น
ไม่ใช่ที่ที่น่าสงสัยใด เลย
ที่ที่เวลาของสองเรากำลังจะหมดลง

Hello from the other side
I must’ve called a thousand times to tell you
I’m sorry, for everything that I’ve done
But when I call you never seem to be home
Hello from the outside
At least I can say that I’ve tried to tell you
I’m sorry, for breaking your heart
But it don’t matter, it clearly doesn’t tear you apart anymore

สวัสดีจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก
ฉันต้องโทรเป็นหลายพันครั้งเลยนะเพื่อที่จะบอกคุณว่า
ฉันเสียใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำลงไป
แต่ตอนที่ฉันโทรหาคุณ เหมือนกับไม่เคยอยู่บ้านสักนิดเลย
สวัสดี จากฉันคนเดิมที่อยู่ข้างนอกนั่น
อย่างน้อยฉันก็บอกคุณได้ว่า ฉันได้พยายามที่จะบอกคุณแล้ว
ว่าฉันเสียใจ ที่ทำร้ายหัวใจของคุณ
แต่นั่นก็ไม่เป็นเรื่องอะไรหรอก เพราะมันชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ทำให้คุณเสียใจเลย

Ooooohh, anymore
Ooooohh, anymore
Ooooohh, anymore
Anymore

ไม่เสียใจเลย 
ไม่เสียใจอีกต่อไป

Hello from the other side
I must’ve called a thousand times to tell you
I’m sorry, for everything that I’ve done
But when I call you never seem to be home
Hello from the outside
At least I can say that I’ve tried to tell you
I’m sorry, for breaking your heart
But it don’t matter, it clearly doesn’t tear you apart anymore

สวัสดีจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก
ฉันต้องโทรเป็นหลายพันครั้งเลยนะเพื่อที่จะบอกคุณว่า
ฉันเสียใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำลงไป
แต่ตอนที่ฉันโทรหาคุณ เหมือนกับไม่เคยอยู่บ้านสักนิดเลย
สวัสดี จากฉันคนเดิมที่อยู่ข้างนอกนั่น
อย่างน้อยฉันก็บอกคุณได้ว่า ฉันได้พยายามที่จะบอกคุณแล้ว
ว่าฉันเสียใจ ที่ทำร้ายหัวใจของคุณ
แต่นั่นก็ไม่เป็นเรื่องอะไรหรอก เพราะมันชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ทำให้คุณเสียใจเลย

http://www.educatepark.com/