เด็กทำอาหาร

 

เด็กได้อะไรจากการทำอาหาร

กิจกรรมสนุกๆให้เด็กได้เล่น เรียนรู้และลงมือทำ
ฝึกการใช้งานระบบประสาทให้คล่องแคล่วว่องไว

  1. ตา มองเห็น
  2. หู ฟังวิธีการ
  3. จมูก ได้กลิ่นหลากหลาย
  4. ลิ้น ได้รับรสที่แตกต่าง
  5. สัมผัส ได้จับสัมผัส หลากหลาย เบา แรง ร้อนเย็น แตกต่างกันออกไป
  6. เอ็นข้อต่อ ออกแรง ลงมือทำ ฝึกการใช้งานกล้ามเนื้อส่วนต่างๆได้คล่องแคล่วขึ้น
  7. การทรงตัว การเล่นที่หลากหลายกิจกรรม ทำให้เราได้สังเกตเห็นการทรงตัวของเด็กได้รอบด้าน เด่นตรงไหน ด้อยตรงไหน

ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

เล่นกับลูก

ปลูกต้นไม้ในไข่

 อุปกรณ์

  1. เปลือกไข่ ล้างสะอาด2.ถาดไข่ สำหรับวางเปลือกไข่
  2. ดินร่วน
  3. กากมะพร้าวสับละเอียดปิดหน้าดิน เก็บความชื้นให้ต้นไม้
  4. ช้อนตักดิน พอเหมาะมือเด็ก
  5. ตะเกียบเจาะรูดินลงต้นไม้ คีบต้นไม้มีหนาม หรือต้นไม้เล็กฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก

การที่เด็กๆได้เห็น ได้จับ สัมผัส ลงมือทำ อย่างสนุกสนาน ทำให้เด็กเรียนรู้และจดจำได้ดี งานกลุ่ม งานเดี่ยว มีการสื่อสารพูดคุยกัน ฝึกการเข้าสังคม ลงมือทำงานร่วมกัน ช่วยกัน เรียนรู้อย่างมีความสุข

ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

 

 

 

 

 

เทคนิค ชวนเล่นให้พูดชัด พูดได้

 

ลูกไม่พูด ลูกพูดช้า พูดไม่ชัด
เทคนิคชวนเล่นเสียงสนุกๆ ฝึกกล้ามเนื้อ

ชวนลูกเล่น สนุกๆ ตลกๆ เช่น
1.
ทำท่าติดกระดุม ทำเสียงเดาะลิ้น เดอะ เดอะ เดอะ เดอะ เดอะ ติดเสร็จแล้วเย้ ๆ
ควรทำช้ำ 3-4 รอบ
แล้วชวนลูกออกเสียงบ้าง
คราวนี้ตาหนูติดบ้าง ทำท่าทางตื่นเต้น ชี้ไปที่ลูก เว้นจังหวะให้ลูกได้ลอง

2.รถของเล่นคันเล็กๆ เราทำเสียงปรื้นๆๆๆๆ แต่ใช้วิธีการเป่าลมผ่านริมฝีปากรัวๆๆ เน้นบริหารกล้ามเนื้อริมฝีปาก
ทำช้ำ 3-4 ครั้ง ปรื้นๆๆๆๆ ใช้รถของเล่นขับไปมา เสียงพร้อมท่าทางประกอบ

3.ฮัดชิ๊ว หาอะไรชักอย่างวางไว้ที่หัวเรา
ทำท่าทางฮัดชิ่ว ของตกลงจากหัว แล้วก็พูด อ้าวตกแล้ว
ทำช้ำแบบนี้ 3-4 ครั้ง แล้วก็ชวนลูกทำบ้าง

4.รูดซิป ซีปปปปปปป เปอะ ! พ่นลมออกระหว่างฟันยาวๆ (ลูกได้ฝึกออกเสียงคำชัดๆ เช่น ส.เสือ)
ทำท่ารูดซีป ชี้ปปปปปป เปอะ !
ทำท่าทางรูดขึ้น รูดลง ให้สนุก แล้วชวนลูกออกเสียงและทำตาม

ลองเล่นดูนะคะ เลือกดูว่าลูกชอบแบบไหน แล้วก็สลับเล่นไปมา บริหารกล้ามเนื้อปาก ชวนออกเสียงให้ชัดเจนอีกวิธีค่ะ

    ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

10 เทคนิค ช่วยให้ลูกพูด

เทคนิค ช่วยให้ลูกพูด เรียนรู้การพูดได้เร็วขึ้น

  1. เล่นสนุกด้วยกัน ในแต่ละครั้งได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ พูดสั้นๆ ชัดๆ พูดช้ำ 2-3 ครั้ง ตรงเหตุการณ์จริง เช่น ‘1 2 3 วิ่ง วิ่ง วิ่ง
  2. สังเกตว่าลูกพยายามพูดคำไหน และช่วยด้วยการพูดทวนคำให้ ให้ลูกเห็นปาก และได้ยินเสียงที่ชัดขึ้น
  3. เมื่อลูกพูดได้ดี ถูกต้อง ให้เราชื่นชม และให้ลูกรู้ว่าคำนั้นถูกต้องแล้ว
    เช่นใช่ค่ะลูก นั่นเครื่องบิน
  4. ช่วยให้ลูกเห็นว่าคำนั้น และการกระทำเชื่อมโยงกัน
    เช่น กำลังถอดเสื้อให้ลูก
    แม่ถอดเสื้อให้นะ ถอดเสื้อ ถอดเสื้อ
  5. ถึงเวลาทานอาหาร หรือเวลาต้องทำอะไร ให้เติมคำให้ลูกด้วย
    เช่นเราจะกินข้าวกัน กินข้าวนะ
    พูดขณะที่จัดจาน หรืออุ้มเด็กมาทานข้าวที่โต๊ะ คือ เห็นเหตุการณ์ และคำศัพท์ที่ตรงกัน
  6. ในระหว่างวัน ชวนลูกพูดคุย เล่นสนุกไปด้วยกัน เมื่อตั้งคำถาม ให้นิ่งรอกระบวนการคิด ให้ลูกได้ตอบสนอง หรือตอบเราด้วย ให้เวลาลูกชัก 7-10 วินาที
  7. ฝึกให้เด็กสังเกตจากการเดินเล่นหรือนั่งรถเที่ยว ด้วยการชี้ชัด ให้เห็น ให้สนุก ตื่นเต้น เช่นว้าวววว รถบัสคันใหญ่ รถบัส
  8. พูดช้ำ ทวนคำให้ลูก บ้าง
    เช่น ลูกพูดเมี๊ยวเมื่อเจอแมว
    ใช่ค่ะ แมวเหมียว .. แมวเหมียว เมี๊ยว เมี๊ยว
  9. เวลาพูดกับลูก ให้ใช้คำหลักๆ ชัดๆ สั้นๆ แต่พูดคุยกันจังหวะปกติ จะเน้นเวลาจะเติมคำศัพท์ให้ลูกเท่านั้น
  10. อย่าเปิดทีวีหรือวิทยุทิ้งไว้ เสียงแบร็คกราวต่างๆจะรบกวนการได้ยิน ทำให้ลูกได้ยินไม่ชัดและพูดไม่ชัด

ปล. เล่นกับลูกให้เวลาลูกมากๆ

อย่าปล่อยให้ลูกดูทีวี หรือยูทูปนานๆ เป็นการสื่อสารที่ผิดธรรมชาติ ลูกจะติดขัด และพูดโต้ตอบได้ช้า หรือไม่สามารถสื่อสารได้เลย นอกจากกรี้ดๆ โวยวาย

   ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

10 เทคนิค ฝึกลูกพูดให้สนุก

 

เทคนิคฝึกลูกพูดให้สนุก


จะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า ถ้าลูกสนุก อยากเล่น อยากพูดกับเรา สื่อสารไปมาได้ต่อเนื่อง
เพราะฉะนั้น การเล่นสนุก ถูกใจ จึงเป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก

  1. ลงมาเล่นกับลูกจริงๆ ในสิ่งที่ลูกอยากเล่น โดยไม่สั่งหรือชื้นำ แพ้บ้าง ตื่นเต้น ดีใจไปด้วยกัน ไม่ใช่นั่งมองแล้วสั่งให้ทำนู่นทำนี่
  2. สนุกไปกับของเล่นชิ้นโปรดของลูก เช่นตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นที่ลูกชอบเข้ามามีส่วนร่วมในการเล่นด้วย
  3. ชวนลูกสนใจการอ่านหนังสือเบื้องต้น ถ้ายังนิ่งฟังเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ ก็ชี้ที่รูปหลักๆ ชวนให้ดู ชวนออกเสียง ชวนทำท่าทางให้สนุก
  4. สนุกกับการร้องเพลงเด็ก ร้อง เต้น เล่นไปด้วยกัน เพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงระบบการได้ยิน การมองเห็น การสั่งการกล้ามเนื้อร่างกายได้สัมพันธ์กัน และคล่องขึ้น
  5. เล่นเกมส์ เปลี่ยนกัน สลับไปมา ฝึกให้ได้เรียนรู้ การสื่อสาร กลับไปกลับมา เช่นเปลี่ยนกันวางตัวต่อเรียงสูงขึ้น หรือยาวออกไป เปลี่ยนกันตัก เปลี่ยนกันเล่น
  6. เล่นเกมส์ตบมือตามจังหวะต่างๆ สลับซ้ายขวา ง่ายๆ สนุก และค่อยๆซับซ้อนขึ้น
    หรือเพลง หัว ไหล่ ตูด พูดสลับไปมา
  7. เกมส์เลียนแบบเสียงสัตว์ ถ้าเรามีการ์ดรูปสัตว์ หรือตุ๊กตาสัตว์ต่างๆ จับขึ้นมาแล้วเราออกเสียงให้ฟังและเห็นภาพ แล้วชวนลูกทำตาม
  8. เกมส์ทำตามคำบอก เช่น จับจมูก จับแขน จับขา ลูกเริ่มสนุกแล้ว ลองหยุดให้ลูกตอบบ้าง
  9. เล่นในสิ่งที่เด็กสนใจและชอบจริงๆ ไม่ใช่ของเล่นที่แพง ไม่ใช่สถานที่ที่ไกล แต่อยู่ที่หัวใจเข้าใจกัน สังเกตกันได้ดี
  10. เล่นพร้อมเสริมพัฒนาการไปด้วยได้
    เช่น รถวิ่งปรื้นๆๆๆๆๆๆๆ ฝึกกล้ามเนื้อปากให้แข็งแรง
    ทำเสียงพายุ เสียงลม เสียงฝน ให้สนุกตื่นเต้น เพื่อฝึกการออกเสียงที่ชัดเจนขึ้นได้นั่นเอง

ความทรงจำของหนู

 

ความทรงจำระยะสั้น
จะถูกเลือกและลบออกด้วยสมอง

แต่ความทรงจำที่รุนแรง
จะอยู่ในความทรงจำไปตลอดชีวิต

แม่ไม่รักหนู แม่ตีหนู แม่ตะคอก แม่รักน้อง

พ่อโยนหนังสือหนูทิ้ง พ่อไม่รักหนู

ยายด่าหนู ทุกคนบอกว่าพ่อหนูเลว

ป้าไล่หนูออกจากบ้านทุกวัน บอกว่าหนูไม่มีพ่อ ไม่มีแม่

ความทรงจำไหนที่คุณอยากให้ลูกเก็บไว้ในความทรงจำ สัมผัสที่อบอุ่น คำพูดที่ช่วยให้ความรู้สึกดี เล่นด้วยกันอย่างมีความสุข

คุณรักลูกไหม?
จะพูดทุกอย่างเพื่อความสะใจทำไม

เด็กทำขนม

 

เด็กๆทำขนม

ตอนแพนเค็กแสนอร่อย^^

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. แป้งแพนเค็กสำเร็จรูป 1 กล่อง
  2. นมจืด 2 กล่อง
  3. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  4. เนยจืดหรือน้ำมันพืช

วิธีการทำแสนง่าย

  1. ผสมแป้ง นมและไข่ให้เข้ากันละเอียดพักไว้ 15 นาที
  2. ตั้งกระทะไฟปานกลาง
  3. ใส่เนยให้ทั่ว
  4. ตักแป้งเทลงตรงกลางนิ่งๆ
  5. เมื่อแป้งมีฟองอากาศเกือบทั่วกลับด้านได้เลย
  6. ถ้าใช้ไฟอ่อนๆเนื้อแพนเค็กจะสวยมากค่ะ

ท๊อปปิ้งขนมต่างๆหรือผลไม้เลือกให้เด็กนำมาตกแต่งได้เลยค่ะ

ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

เด็กทำอาหาร

 

ตอน วิธีต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้อร่อย

  1. ใส่เกลือ 1/2 ข้อนชา
  2. ใส่น้ำมันพึช 1 ช้อนชา
  3. ต้มน้ำให้เดือด เดือดแล้วนำเส้นลงไป
  4. รอให้เส้นอ่อนตัวลงเอง จับเวลา 9 นาที
  5. เมื่อเส้นสุกแล้ว นำมาแช่น้ำเย็นทันที คนเส้นให้ทั่วแล้วยกขึ้นให้เสด็จน้ำให้หมด

สามารถเก็บเส้นที่ทานไม่หมดไว้ในตุ้เย็น เมื่อจะทานก็นำมาลวกหรือเข้าไมโครเวฟพร้อมทานค่ะเส้นจะเหนียวนุ่ม ไม่แฉะ เก็บไว้ได้นาน

เด็กๆได้เรียนรู้อะไร จากการลงมือทำ

  • ตามองเห็น นี่คืออะไรบ้าง ทำยังไง ใช้ยังไง
  • จมูกได้กลิ่น กลิ่นเส้นที่ยังไม่ได้ต้มเป็นยังไง กลิ่นอาหารเมื่อปรุงเสร็จแล้ว
  • มือสัมผัส จับเรียนรู้ความหลากหลายและแตกต่าง เส้นดิบ เส้นสุก น้ำเย็น
    การช๊อตเส้นคืออะไร จากความร้อน ไปความเย็นทันที
  • ลิ้นได้รส ชิมรสเส้นสปาเก็ตตี้ รสซอส
  • หูได้ยินเสียง เสียงครู เสียงน้ำเดือด พูดคุย สื่อสารกัน ฝึกการทำงานร่วมกันการเข้าสังคม

ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

เด็กทำขนม ตอน แซนวิสซีสสายรุ้ง

 ตอน  แซนวิสซีสสายรุ้งง่ายๆไม่ใช้เตาอบ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. ขนมปัง
  2. เนยเค็ม
  3. มอสซาเรลล่าชีส
  4. สีผสมอาหาร 6 – 7 ให้ได้รุ้งสวยๆวิธีทำ

 

วิธีการทำ

  1. ตัดมอสซาเรลล่าเป็นลูกเต๋าเล็กๆ แยกเป็นถ้วยตามสี 
  2. ใส่สีผสมอาหารคนให้เข้ากันกับมอสซาเรลล่าแต่ถ้วยใส่แค่ปลายช้อนชาสีจะเข้มมากถ้าเยอะไป
  3. ทาเนยที่ขนมปังด้านนอก ให้เรียบร้อยทั้งสองแผ่นเพิ่มรสชาด กลิ่นหอมอร่อย ไม่ชอบเค็มให้ใช้เนยจืด
  4. ใส่มอสซาเรลล่าที่ผสมสีแล้วเรียงตามสีรุ้งด้านในขนมปัง ด้านที่ทาเนยเอาไว้ข้างนอกค่ะ แล้วนำขนมปังอีกแผ่นมาประกบ
  5. ตั้งกระทะไฟอ่อนไม่ต้องใส่น้ำมันวางขนมปังที่ประกบกันเรียบร้อบแล้วลงไป
  6. เนยที่ทาไว้ด้านนอกจะหอม สีขนมปังก็จะสวยขึ้น เมื่อเริ่มหอมให้กลับด้านดูว่าสุก กรอบ สีสวยงามก็นำมาจัดจานได้เลยค่ะ

ตัดขนมปังยืดชีสยาวๆ ทานให้อร่อยเลยค่ะ ขอบคุณภาพสวยๆจากเน็ตค่ะ

    ครูแหม่ม โชติรักษ์

นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

ค้นหาอัจฉริยะในตัวลูก

 สิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างกัน
  1. ตา การมองเห็น เห็นชัด เห็นไกล เห็นแสงสี ชอบแบบไหน หรือไม่ชอบแบบไหนแพ้แสงไหมหรือแสงจัดจ้านมีผลต่อสมาธิ
  2. หู การได้ยิน ชอบ ไม่ชอบเสียงแบบไหน เบา ดัง ได้ยินไวเร็วติดๆขัดๆ หรือไม่ได้ยิน
  3. จมูก การได้กลิ่น ชอบ ไม่ชอบ เฉื่อยหรือไว
  4. ลิ้นการได้รส ชอบ ไม่ชอบ รสแบบไหน
  5. ผิวหนัง รับสัมผัสหัวจรดเท้า ไว หรือ เฉื่อย
  6. กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ การบีบ นวด หนัก เบา กระแทก รวดเร็ว ปราดเปรียวต่างกัน
  7. การทรงตัว ชอบ ไม่ชอบการเดิน วิ่ง ห้อยโหน ตีลังการ หมุนตัว

สิ่งเหล่านี้ คือความเชี่ยวชาญ ความเด่น และด้อย ทำให้แต่ละคนแตกต่างกัน

เฉื่อย : สิ่งกระตุ้นนั้นต้องแรง จัด ผาดโผน
ไว : สิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย ก็ไม่ไหว กลัว หนี

ถ้าเราเข้าใจ และสังเกตเห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้ เราจะค้นพบว่า ลูกเราโดดเด่นด้านไหน นั่นคือจุดเด่น ความชอบ ความเชี่ยวชาญด้านร่างกายและระบบประสาทของลูก

ข้อด้อยในสิ่งเหล่านี้ เราก็ช่วยให้มั่นใจ และพัฒนาให้ดีขึ้นตามความสามารถของลูก

ครูแหม่ม โชติรักษ์
นักส่งเสริมพัฒนาการเด็ก