[Lyrics] Beauty and the Beast – Ost.โฉมงามกับเจ้าชายอสูร | เนื้อเพลง | แปลไทย

Tale as old as time

นิทานเก่าแก่ตามกาลเวลา

True as it can be

เป็นความจริงเท่าที่สามารถเป็น

Barely even friends

เรียบง่ายเปรียบดังปวงมิตร

Then somebody bends

แล้วใครคนหนึ่งยอมศิโรราบ

Unexpectedly

อย่างไม่คาดฝัน

Just a little change

เพียงการเปลี่ยนแปลงน้อยนิด

Small, to say the least

เล็กเกินกว่าจะพูดว่าน้อยที่สุด

Both a little scared

ทั้งหวาดหวั่นนิดๆ

Neither one prepared

ไม่มีใครตั้งตัว

Beauty and the Beast

โฉมงามกับอสูรร้าย

Ever just the same

ก็แค่เหมือนเก่า

Ever a surprise

ก็แค่อัศจรรย์ใจ

Ever as before

ก็แค่เหมือนที่ผ่านมา

Ever just as sure

ก็แค่ให้แน่ใจ

As the sun will rise

ตราบที่ตะวันยังขึ้น

Ever just the same

ก็แค่เหมือนเก่า

Ever a surprise

ก็แค่อัศจรรย์ใจ

Ever as before

ก็แค่เหมือนที่ผ่านมา

Ever just as sure

ก็แค่ให้แน่ใจ

As the sun will rise

ตราบที่ตะวันยังขึ้น

Tale as old as time

นิทานเก่าแก่ตามกาลเวลา

Tune as old as song

ทำนองเก่าแก่ตามลำนำเพลง

Bittersweet and strange

ขมอมหวาน และแปลกไป

Finding you can change

การค้นพบว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลง

Learning you were wrong

การเรียนรู้ว่าคุณเคยผิดพลั้ง

Certain as the sun

แน่วแน่ปานดวงตะวัน

Certain as the sun

แน่วแน่ปานดวงตะวัน

Rising in the east

ขึ้นทางบูรพทิศ

Tale as old as time

นิทานเก่าแก่ตามกาลเวลา

Song as old as rhyme

ลำนำเพลงเก่าแก่ตามบทกวี

Beauty and the beast.

โฉมงามกับอสูรร้าย

Tale as old as time

นิทานเก่าแก่ตามกาลเวลา

Song as old as rhyme

ลำนำเพลงเก่าแก่ตามบทกวี

Beauty and the beast.

โฉมงามกับอสูรร้าย

http://monstereng.blogspot.com/

Maoon 5 – She will be loved (lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

Beauty queen of only eighteen she had some trouble with herself

ราชินีแสนสวยวัยสิบแปดปี เธอมักมีความขัดแย้งภายในตัวเธอเอง

He was always there to help her, she always belonged to someone else

ผมอยู่คอยช่วยเหลือเธอเรื่อยมา ทว่าเธอกลับเป็นของใครคนอื่นเสมอ

I drove for miles and miles and wound up at your door

ผมขับรถไมล์แล้วไมล์เล่า และมาเคาะประตูห้องของเธอ

I’ve had you so many times but somehow I want more

แม้จะมีเวลาอยู่ด้วยกันมากมาย แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอ

I don’t mind spendin’ everyday out on your corner in the pourin’ rain

ผมไม่แคร์หรอก ว่าจะต้องยืนตากฝนตรงมุมถนนสายนั้นทุกวัน

Look for the girl with the broken smile

เพื่อมองหาเด็กสาวผู้มีรอยยิ้มอันแห้งแล้ง

Ask her if she wants to stay awhile

และถามหล่อนว่าอยากอยู่ด้วยกันสักนิดไหม?

And she will be loved, and she will be loved

เธอนั้นช่างเป็นที่รัก และจะได้รับความรักเสมอ

Tap on my window, knock on my door, I want to make you feel beautiful

มาเคาะหน้าต่าง เคาะประตูบ้านผมได้ทุกเวลา ผมเพียงอยากทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น

I know I tend to get so insecure

ทั้งที่รู้ว่าอาจจะไม่ปลอดภัย

It doesn’t matter anymore

ทว่าก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

It’s not always rainbows and butterflies

โลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงสายรุ้ง และเหล่าผีเสื้อ

It’s compromise that moves us along yeah

การประนีประนอมเท่านั้น ที่ทำให้คนเราร่วมทางไปด้วยกันได้

My heart is full, and my door’s always open

หัวใจของผมนั้นเต็มตื้น และบานประตูก็อ้ากว้างเสมอ

You can come anytime you want yeah

เธอสามารถเข้ามาได้ทุกเมื่อยามต้องการ

I don’t mind spendin’ everyday out on your corner in the pourin’ rain

ผมไม่แคร์หรอก ว่าจะต้องยืนตากฝนตรงมุมถนนสายนั้นทุกวัน

Look for the girl with the broken smile

เพื่อมองหาเด็กสาวผู้มีรอยยิ้มอันแห้งแล้ง

Ask her if she wants to stay awhile

และถามเธอว่าอยากอยู่ด้วยกันสักนิดไหม?

And she will be loved, and she will be loved

เธอนั้นช่างเป็นที่รัก และจะได้รับความรักเสมอ

And she will be loved, and she will be loved

เธอนั้นช่างเป็นที่รัก และจะได้รับความรักเสมอ

I know where you hide alone in your car

ผมรู้ที่ที่เธอมักจะไป แล้วซ่อนตัวอยู่ในรถตามลำพัง

Know all of the things that make you who you are

รู้ทุกสิ่งอย่างที่ทำให้เธอเป็นตัวเธอในวันนี้

I know that goodbye means nothing at all

รู้ดีว่าการบอกลานั้นไม่มีความหมายอะไรเลย

Comes back and makes me catch her every time she falls

นอกจากการย้อนกลับมา ให้ผมช่วยรับตัวเธอไว้ ทุกครั้งที่เธอล้มลง

Yeah, tap on my window, knock on my door, I want to make you feel beautiful

มาเคาะหน้าต่าง เคาะประตูบ้านผมได้ทุกเวลา ผมเพียงอยากทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น

I don’t mind spendin’ everyday out on your corner in the pourin’ rain oh

ผมไม่แคร์หรอก ว่าจะต้องยืนตากฝนอยู่ตรงมุมถนนสายนั้นทุกวัน

Look for the girl with the broken smile

เพื่อมองหาเด็กสาวผู้มีรอยยิ้มอันแห้งแล้ง

Ask her if she wants to stay awhile

และถามเธอว่าอยากอยู่ด้วยกันสักนิดไหม?

And she will be loved, and she will be loved

เธอนั้นช่างเป็นที่รัก และจะได้รับความรักเสมอ

And she will be loved, and she will be loved

เธอนั้นช่างเป็นที่รัก และจะได้รับความรักเสมอ

Please don’t try so hard to say good-bye

ดังนั้นโปรดอย่าเอ่ยคำลา

I don’t mind spendin’ everyday, out on your corner in the pourin’ rain

ผมไม่แคร์หรอก ว่าจะต้องยืนตากฝนตรงมุมถนนสายนั้นทุกวัน

Please don’t try so hard to say good-bye

ดังนั้นโปรดอย่าเอ่ยคำลา

http://willbeloved.exteen.com/

Hallelujah – (SING Movie Soundtrack) เนื้อเพลง แปลไทย

I’ve heard there was a secret chord
That David played, and it pleased the Lord
But you don’t really care for music, do you?
It goes like this
The fourth, the fifth
The minor fall, the major lift
The baffled king composing Hallelujah

ข้าได้ยินว่ามีคอร์ดลับๆ
ที่กษัตรย์เดวิดทรงเล่น เพื่อทรงโปรดพระผู้เป็นเจ้า
แต่ท่านก็ไม่ได้สนใจดนตรีอยู่แล้วนี่นา?
เพลงมันเป็นแบบนี้
คอร์ดที่ 4 คอร์ดที่ 5
เล่นไมเนอร์ แล้วก็เมเจอร์
กษัตริย์ผู้ทรงสับสนได้ประพันธ์เพลงฮาเลลูยาห์

Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah

ฮาเลลูยาห์

Your faith was strong but you needed proof
You saw her bathing on the roof
Her beauty in the moonlight overthrew you
She tied you to a kitchen chair
She broke your throne, and she cut your hair
And from your lips she drew the Hallelujah

ความศรัทธาขององค์กษัตริย์นั้นแรงกล้า แต่กษัตรย์ก็ยังต้องการสิ่งพิสูจน์
ท่านเห็นหญิงสาวคนนั้นอาบน้ำอยู่บนดาดฟ้า
ความงามของนางภายใต้แสงจันทราทำเอาท่านตกตะลึง
นางมัดท่านติดกับเก้าอี้ในครัว
แล้วนางก็พังบัลลังก์ของท่าน ตัดผมของท่าน
และจากริมฝีปากของท่าน นางเขียนคำว่า ฮาเลลูยาห์ลงไป

Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah

ฮาเลลูยาห์

Baby I have been here before
I know this room, I’ve walked this floor
I used to live alone before I knew you.
I’ve seen your flag on the marble arch
Love is not a victory march
It’s a cold and it’s a broken Hallelujah

ที่รัก ฉันเคยมาที่นี่มาก่อน
ฉันรู้จักห้องนี้ ฉันเดินที่ชั้นนี้มาแล้ว
ฉันเคยใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวก่อนจะรู้จักกับเธอ
ฉันเห็นธงของเธออยู่บนโค้งประตูหิน
ความรักไม่ใช่ขบวนแห่งความสำเร็จ
มันช่างเยือกเย็น และเหมือนดั่งคำสรรเสริญที่เย็นชา

Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah

ฮาเลลูยาห์

There was a time when you let me know
What’s really going on below
But now you never show it to me, do you?
And remember when I moved in you
The holy dove was moving too
And every breath we drew was Hallelujah

มีช่วงเวลาที่เธอให้ฉันได้รู้
ว่าเกิดขึ้นอะไรข้างล่างนั้น
แต่ตอนนี้เธอกลับไม่เคยเปิดให้ฉันได้ดูเลย ใช่มั้ย
ฉันจำได้ว่าฉันเคยขยับอยู่บนตัวเธอ
นกพิราบก็ได้ขยับไปเช่นกัน
และทุกๆลมหายใจของเรานั้นเหมือนดั่งเพลงสรรเสริญ

Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah

ฮาเลลูยาห์
Maybe there’s a God above
But all I’ve ever learned from love
Was how to shoot at someone who outdrew you
It’s not a cry you can hear at night
It’s not somebody who has seen the light
It’s a cold and it’s a broken Hallelujah

บางทีอาจจะมีพระเจ้าอยู่เบื้องบน
แต่ที่ฉันเคยได้เรียนรู้จากความรัก
นั้นมีเพียงวิธียิงคนที่สูบเลือดสูบเนื้อฉัน
ไม่ใช่เสียงร้องไห้ที่ได้ยินยามค่ำคืน
ไม่ใช่ใครซักคนที่ได้เห็นแสงสว่าง
มันคือความเยือกเย็นและมันก็คือเพลงสรรเสริญที่พังทลาย

Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah

ฮาเลลูยาห์

You say I took the name in vain
I don’t even know the name
But if I did, well, really, what’s it to you?
There’s a blaze of light in every word
It doesn’t matter which you heard
The holy or the broken Hallelujah

เธอบอกว่าฉันทำให้ชื่อของฉันสูญเปล่า
ฉันยังไม่รู้ชื่อเลย
แต่หากฉันทำจริงๆ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ?
มีประกายแสงในทุกๆคำพูด
ไม่สำคัญหรอกว่าจะได้ยินอะไรมา
คำสรรเสริญอันศักดิ์สิทธิ์ หรือผุพังแน่นะ

Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah

ฮาเลลูยาห์

I did my best, it wasn’t much
I couldn’t feel, so I tried to touch
I’ve told the truth, I didn’t come to fool you
And even though it all went wrong
I’ll stand before the Lord of Song
With nothing on my tongue but Hallelujah

ฉันพยายามเต็มที่แล้ว แต่มันไม่ได้มีประโยชน์อะไร
ฉันไม่ได้รู้สึกเลย ฉันพยายามจะสัมผัสแล้ว
ฉันพูดความจริงไปแล้ว ไม่ได้มาเพื่อหลอกเธอ
และถึงแม้มันจะผิดพลาดไปหมดก็ตาม
ฉันจะยืนอยู่ตรงหน้าจ้าวแห่งเสียงเพลง
โดยไม่มีอะไรอยู่ในคำพูดนอกเสียจาก ฮาเลลูยาห์

Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah, Hallelujah
Hallelujah

ฮาเลลูยาห์

http://www.aelitaxtranslate.com/

Colors Of The Wind (Lyrics&Thaisub)

 

You think you own whatever land you land on
( ยู ตริ๊งค ยู โอว์น วอทเอ๊เว่อร์ แลนด์ ยู แลนด์ ออน )
The earth is just a dead thing you can claim
( ดิ เอิร์ทร อีส เจิ๊สท ดา เด้ด ติง ยู แคน เคลม )
But I know ev’ry rock and tree and creature
( บั๊ท ไอ โนว์ เอวรี่ ร๊อค แอนด์ ทรี แอนด์ ครีเชอะ )
Has a life has a spirit has a name
( แอส ซา ไล๊ฟ แอส ซา สพีหริท แอส ซา เนม )

[Verse 2]
( [ เฝิซ 2 ] )
You think the only people who are people
( ยู ตริ๊งค ดิ โอ๊นลี่ พี๊เพิ่ล ฮู อาร์ พี๊เพิ่ล )
Are the people who look and think like you
( อาร์ เดอะ พี๊เพิ่ล ฮู ลุ๊ค แอนด์ ตริ๊งค ไล๊ค ยู )
But if you walk the footsteps of a stranger
( บั๊ท อิ๊ฟ ยู ว๊อล์ค เดอะ ฟุทเสต็ป ออฟ อะ สเทรนเจอะ )
You’ll learn things you never knew you never knew
( โยว เลิร์น ติง ยู เน๊เว่อร์ นิว ยู เน๊เว่อร์ นิว )

[Chorus 1]
( [ ค๊อรัส 1 ] )
Have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon
( แฮพ ยู เอ๊เว่อร์ เฮริ์ท เดอะ วู๊ล์ฟ คราย ทู เดอะ บลู คอร์น มูน )
Or asked the grinning bobcat why he grinned?
( ออ อาสคฺ เดอะ กรินนิง บอบแคท วาย ฮี กริน ?)
Can you sing with all the voices of the mountain?
( แคน ยู ซิง วิธ ออล เดอะ ว๊อยซ์ ออฟ เดอะ เม๊าเท่น ?)
Can you paint with all the colors of the wind?
( แคน ยู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด ?)
Can you paint with all the colors of the wind?
( แคน ยู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด ?)

[Verse 3]
( [ เฝิซ 3 ] )
Come run the hidden pine trails of the forest
( คัม รัน เดอะ ฮีดดน พาย แทล ออฟ เดอะ ฟ๊อเรสท )
Come taste the sun-sweet berries of the earth
( คัม เท๊ซท เดอะ ซัน สวี้ท เบอร์รี่สฺ ออฟ ดิ เอิร์ทร )
Come roll in all the riches all around you
( คัม โรลล อิน ออล เดอะ ริชฺ ซอร์ อะราวนฺดฺ ยู )
And, for once, never wonder what they’re worth
( แอนด์ , ฟอร์ วั๊นซ , เน๊เว่อร์ วั๊นเด้อร ว๊อท เดรว เวิร์ธ )
[adsense]
[Verse 4]
( [ เฝิซ 4 ] )
The rainstorm and the river are my brothers
( เดอะ เรนสทอร์ม แอนด์ เดอะ ริ๊เว่อร์ อาร์ มาย บร๊าเท่อรํ )
The heron and the otter are my friends
( เดอะ เฮเริน แอนด์ ดิ ออทเทอะ อาร์ มาย เฟรน )
And we are all connected to each other
( แอนด์ วี อาร์ ออล คอนเน็คท ทู อีช อ๊อเธ่อร์ )
In a circle, in a hoop that never ends
( อิน อะ เซ๊อร์เคิ้ล , อิน อะ ฮุพ แดท เน๊เว่อร์ เอ็นด )

[Chorus 2]
( [ ค๊อรัส 2 ] )
Have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon
( แฮพ ยู เอ๊เว่อร์ เฮริ์ท เดอะ วู๊ล์ฟ คราย ทู เดอะ บลู คอร์น มูน )
Or let the eagle tell you where he’s been?
( ออ เล็ท ดิ อี๊เกิ้ล เทลล ยู แวร์ ฮีส บีน ?)
Can you sing with all the voices of the mountain?
( แคน ยู ซิง วิธ ออล เดอะ ว๊อยซ์ ออฟ เดอะ เม๊าเท่น ?)
Can you paint with all the colors of the wind?
( แคน ยู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด ?)
Can you paint with all the colors of the wind?
( แคน ยู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด ?)

[Bridge]
( [ บริดจ ] )
How high does the sycamore grow?
( ฮาว ไฮฮ ดาส เดอะ ซายเกมอร์ โกรว์ ?)
If you cut it down, then you’ll never know
( อิ๊ฟ ยู คัท ดิท ดาวน์ , เด็น โยว เน๊เว่อร์ โนว์ )

[Chorus 3]
( [ ค๊อรัส 3 ] )
And you’ll never hear the wolf cry to the blue corn moon
( แอนด์ โยว เน๊เว่อร์ เฮียร เดอะ วู๊ล์ฟ คราย ทู เดอะ บลู คอร์น มูน )
For, whether we are white or copper-skinned
( ฟอร์ , ฮเวทเออะ วี อาร์ ไว๊ท ออ ค๊อพเพ่อร์ สคินเนด )
We need to sing with all the voices of the mountain
( วี นี๊ด ทู ซิง วิธ ออล เดอะ ว๊อยซ์ ออฟ เดอะ เม๊าเท่น )
We need to paint with all the colors of the wind
( วี นี๊ด ทู เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด )

You can own the earth, and, still
( ยู แคน โอว์น ดิ เอิร์ทร , แอนด์ , สทิลล )
All you’ll own is earth until
( ออล โยว โอว์น อีส เอิร์ทร อันทิล )
You can paint with all the colors of the wind
( ยู แคน เพ้นท วิธ ออล เดอะ คัลเลอร์ ออฟ เดอะ วินด )

www.thaitoeng.com

https://www.youtube.com/watch?v=J8rU2CK_1FI

She – Notting Hill – Elvis Costello (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

She
May be the face I can’t forget
A trace of pleasure or regret
May be my
treasure or the price I have to pay
She may be the song
that summer sings
May be the chill that autumn brings
May be a hundred different things
Within the measure of a day.

เธอ
อาจจะเป็นใบหน้าที่มิอาจลืมเลือน
เป็นความปิติยินดีหรือความโศกเศร้าที่ถูกประทับไว้ในใจ
อาจจะเป็นสมบัติล้ำค่าหรือสิ่งที่ผมต้องยอมจ่ายราคา
เธออาจจะเป็นบทเพลงแห่งฤดูร้อนที่ถูกขับขาน
เป็นความเยือกเย็นที่ถูกพัดพามาในยามใบไม้ร่วง
อาจจะเป็นอะไรที่แสนซับซ้อนยากหยั่งถึง
ซักวันหนึ่งถึงจะสามารถคาดการณ์ได้… 

She
May be the beauty or the beast
May be the
famine or the feast
May turn each day into a heaven or a hell
She may be the mirror of my dreams
A smile reflected in a stream
She may not be what she may seem
Inside her shell

เธอ
อาจจะเป็นโฉมงามหรืออสูร
อาจเป็นความกระหายหรือการเติมเต็ม
เป็นสิ่งที่ทำให้วันผันแปรเปลี่ยนเป็นสวรรค์หรือนรก
เธออาจเป็นกระจกแห่งความฝัน
รอยยิ้มอ่อนหวานล้ำถูกฉายสะท้อนอยู่บนสายธาร
เธออาจไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็น
ภายใต้เปลือกนอกนั้น

She who always seems so happy in a crowd
Whose eyes can be so private and so proud
No one’s allowed to
see them when they cry
She may be the love that cannot hope to last
May come to me from shadows of the past
That I’ll remember till the day I die

เธออาจเป็นคนที่ดูมีความสุขท่ามกลางฝูงชน
เจ้าของดวงตาที่แสนลึกลับและสง่างาม
ไม่มีใครเห็นในยามที่หยดน้ำตาของเธอร่วงหล่น
เธออาจจะไม่ใช่ความรักที่เฝ้าจะให้คงอยู่นิรันดร์
แต่ถึงกระนั้นเธอก็ได้ก้าวมาหาผมจากเงาแห่งอดีตที่ผันผ่าน
ที่ผมจะจดจำจวบจำวันตาย

She
May be the reason I survive
The why and wherefore I’m alive
The one I’ll care for through the rough and ready years
Me I’ll take her laughter and her tears
And make them all my souvenirs
For where she goes I’ve got to be
The meaning of my life is

เธอ
อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากจะมีชีวิต
เป็นสิ่งที่ทำให้ผมยังคงหายใจ
เป็นสิ่งเดียวที่ผมจะเฝ้าดูแลอยู่เสมอ
ผม ผมจะเป็นผู้แบกรับเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาของเธอเอาไว้
และจะเก็บมันไว้เป็นของกำนัลที่แสนล้ำค่า
ไม่ว่าเธอไปที่ไหน ผมจะติดตามเธอไปด้วย
สิ่งที่ทำให้ชีวิตผมมีความหมาย นั่นคือ

She, she, she

 

www.musicsaying.com

 

Young And Beautiful “The Great Gatsby” Soundtrack (Lyrics) แปลไทย

I’ve seen the world
Done it all, had my cake now
Diamonds, brilliant, and Bel-Air now
Hot summer nights mid July
When you and I were forever wild
The crazy days, the city lights
The way you’d play with me like a child

ฉันเห็นโลกใบนี้มาหมดแล้ว
ฉันได้ทำมาทุกๆสิ่งแล้ว มีเงิน
อัญมณี ส่องประกาย และรถ Bel-Air
ในค่ำคืนฤดูร้อนกลางเดือนกรกฎาคม
คือเวลาที่คุณและฉันต่างเคยคึกคะนองมาเสมอ
ในวันบ้าๆ  แสงไฟในเมือง
ตอนที่คุณเล่นกับฉันเหมือนเด็กน้อยเลย

Will you still love me when I’m no longer young and beautiful
Will you still love me when I got nothing but my aching soul
I know you will, I know you will, I know that you will
Will you still love me when I’m no longer beautiful

คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่ดูอ่อนเยาว์และสวยงามอีกต่อไป
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่มีอะไรนอกจากจิตใจที่ปวดร้าว
ฉันรู้ว่าคุณจะรักฉัน จะยังรักฉัน
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่งดงามอีกแล้ว

I’ve seen the world
Lit it up as my stage now
Channeling angels in, the new age now
Hot summer days, rock and roll
The way you’d play for me at your show
And all the ways I got to know
Your pretty face and electric soul

ฉันเห็นโลกใบนี้มาหมดแล้ว
จุดไฟขึ้นให้เหมือนเวทีของฉันสิ
ส่งเหล่านางฟ้าเข้ามา ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
วันเวลาในฤดูร้อน เพลงร็อคแอนด์โรล
ตอนที่คุณเล่นดนตรีให้ฉันในการแสดงของคุณ
และมันคือทั้งหมดที่ฉันต้องรู้
ในใบหน้าที่งดงามและจิตใจอันน่าตื่นเต้นของคุณ

Will you still love me when I’m no longer young and beautiful
Will you still love me when I got nothing but my aching soul
I know you will, I know you will, I know that you will
Will you still love me when I’m no longer beautiful

คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่ดูอ่อนเยาว์และสวยงามอีกต่อไป
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่มีอะไรนอกจากจิตใจที่ปวดร้าว
ฉันรู้ว่าคุณจะรักฉัน จะยังรักฉัน
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่งดงามอีกแล้ว
Dear lord when I get to heaven
Please let me bring my man
When he comes tell me that you’ll let me
Father tell me if you can

พระผู้เป็นเจ้าเจ้าขา เมื่อลูกต้องขึ้นสวรรค์
ได้โปรดให้ลูกพาคนรักของลูกขึ้นไปด้วย
เมื่อคนรักของลูกมาแล้ว ก็ช่วยบอกลูกทีว่าท่านจะอนุญาต
พระเจ้าช่วยบอกลูกทีหากท่านทำได้

Oh that grace, oh that body
Oh that face makes me wanna party
He’s my sun, he makes shine like diamonds

ความสง่างามนั้น เรือนร่างนั้น
ใบหน้านั้นทำให้ฉันอยากจะไปสนุก
เขาคือดวงตะวันของฉัน เขาทำให้ชีวิตฉันสว่างไสวดั่งอัญมณี

Will you still love me when I’m no longer young and beautiful
Will you still love me when I got nothing but my aching soul
I know you will, I know you will, I know that you will
Will you still love me when I’m no longer beautiful
Will you still love me when I’m no longer beautiful
Will you still love me when I’m not young and beautiful

คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่ดูอ่อนเยาว์และสวยงามอีกต่อไป
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่มีอะไรนอกจากจิตใจที่ปวดร้าว
ฉันรู้ว่าคุณจะรักฉัน จะยังรักฉัน
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่งดงามอีกแล้ว
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่สวยอีกต่อไป
คุณจะยังคงรักฉันไหม เมื่อฉันไม่ดูอ่อนเยาว์และสวยงามอีกต่อไป

 

การใช้ Take (เทค)

Take (เทค) โดยสาร,นั่ง(ยานพาหนะ) , นั่ง(ที่นั่ง), ทำกิจกรรม( การกระทำ)

Take a taxi (เทค เออะ แทค ซิ)

Take + ยานพาหนะ เช่น รถแท็กซี่ ระประจำทาง รถไฟฟ้า ฯลฯ หมายถึง โดยสาร ,นั่ง

ex. Why don’t you take a taxi ?    ทำไมคุณไม่นั่งรถแท๊กซี่ล่ะ

—————————————————————————————

Take a seat (เทค เออะ ซีท)

นั่งลง เข้าประจำที่นั่งเมื่อต้องการบอกให้อีกฝ่ายเข้าประจำที่นั่งหรือนั่งลง

คำนามที่ใช้ร่วมกับ Take  คือ Seat ซึ่งมีความหมายเหมือน Sit

ex. Please take a seat. กรุณานั่งลง

—————————————————————————————

Take a shower (เทค เออะ ชาว เออะ)

อาบน้ำฝักบัว

Take a shower คือการอาบน้ำด้วยฝักบัว ส่วนการอาบน้ำทั่วไปหรืออ่างอาบน้ำใช้ take a bath

ex. I’am taking a shower.     ฉันกำลังอาบน้ำฝักบัว

——————————————————————————————

– Could you take this letter to Tony, please?
คุณช่วยนำ(take)จดหมายนี้(ไป)ให้โทนี่หน่อยได้ไหม

และผู้เรียนภาษาอังกฤษ ยังสามารถใช้ take ในความหมาย to accept / have

– Do they take credit cards here?
ที่นี่รับ(take)บัตรเครดิตหรือเปล่า

– Do you take milk in your coffee?
คุณใส่(take)นมในกาแฟไหม

ตัวอย่างสำนวนที่ใช้ take

take advantage เอาเปรียบ

take advice รับเอาคำแนะนำ (จากผู้อื่น)

take (something) apart แตก / แบ่งแยก

take back เอากลับมา / เอาคืน / ยอมรับผิด

take the blame ยอมรับการตำหนิ

take a break พัก / เว้นระยะ

take care เอาใจใส่

take care of เอาใจใส่

take a chance ฉวยโอกาส / ใช้โอกาส

take a course ลงเรียน (วิชาหรือหลักสูตร)

take it easy ไม่ต้องรีบร้อน / อย่าเคร่งเครียด

take effect ส่งผลกระทบ

take an injection ฉีดยา

take into consideration นำไปพิจารณา

take it or leave it รับหรือไม่รับ (ข้อเสนอ)

take lessons เป็นบทเรียน / ใช้เวลาเรียน

take liberties ใช้เสรีภาพ

take a look (at) มองดู

take medicine กินยา

take  a nap งีบหลับ

take notes จดข้อความ

take off ออกไป

take (something ) off ถอดออก

take the opportunity คว้าโอกาส

take (somebody / something) out นำไปยัง

take over เข้าครอบครอง

take part เข้าร่วม

take a leak ไปปัสสาวะ

take personal offense รู้สึกไม่ดี / ไม่สบายใจ

take place เกิดขึ้น

take pride รู้สึกภูมิใจ

take the responsibility รับผิดชอบ

take a rest พักผ่อน

take a shower อาบน้ำ

take steps กระทำ / ดำเนินการ

take a taxi นั่งรถแท๊กซี่

take the temperature วัดอุณหภูมิ

take a test เข้าทดสอบ

It takes time ใช้เวลา

take one’s time ใช้เวลา / เสียเวลาของคนใดคนหนึ่ง

take a trip เดินทาง

take up something สนใจ / เริ่ม / เข้าประจำที่

take a walk เดินเล่น

take your time ใช้เวลาของคุณให้เต็มที่

 

ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Tanamorn.com

Executive Functions ช่วงวัย 3-6 ปี โอกาสทองปั้นอนาคตให้ลูก

EF ย่อมาจาก Executive Functions คือ กระบวนการทางความคิดในส่วนสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก การกระทำ เป็นความสามารถของสมองที่ใช้บริหารจัดการชีวิตในเรื่องต่าง ๆ โดยมีแก่นสำคัญ 3 หลัก คือ

1. Inhibitory Control  คือ การหยุดได้ หมายถึง  ถ้าเราอยากจะทำอะไรตามอารมณ์ออกไปทันที เราสามารถหยุดมันไว้ด้วยตัวเองได้ ไม่ใช่คนอื่นสั่งให้หยุด

2. Cognitive Flexibility คือ การยืดหยุ่นความคิด และสามารถเปลี่ยนความคิดได้เพื่อไปทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมแทน

3. Working Memory  คือ ความจำขณะทำงาน การคิดแก้ปัญหา การเรียบเรียงความคิด จัดอันดับความคิด

เรื่องน่ารู้ที่ต้องบอกต่อ

งานวิจัย พบว่า  ช่วงวัย 3-6 ปีนี้ เป็นช่วงโอกาสทองของชีวิตในการพัฒนาทักษะ EF ให้กับเด็ก เพราะสมองจะมีการพัฒนาทักษะ EF ได้ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ พ้นจากช่วงเวลานี้ไปถึงวัยเรียน วัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น แม้จะยังพัฒนาได้ แต่ก็จะไม่ได้ดีเท่ากับช่วงปฐมวัย

พ่อแม่สร้างได้!! พัฒนาทักษะ EF พัฒนาพื้นฐานชีวิตลูก

การพัฒนาทักษะ EF หรือการพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ  คือ   คิดเป็น  ทำเป็น  เรียนรู้เป็น  แก้ปัญหาเป็น  อยู่กับคนอื่นเป็น  และมีความสุขเป็น  ซึ่งคุณพ่อคุณแม่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จให้แก่ลูก  สามารถทำได้ตามแนวทางนี้ค่ะ

1. Active learning การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย

คุณพ่อคุณแม่ควรใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับลูก ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ  ร้องเพลง  เล่นกีฬา  ทำอาหาร  ทำขนม เป็นต้น  อาจจะชวนเพื่อน ๆ มามีส่วนร่วมเล่นด้วยกัน  หรือทำกิจรรมต่าง ๆ ด้วยกันในวันหยุด  สิ่งเหล่านี้อาจจะดูเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่การเรียนรู้จากการได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายฝึกให้ลูกรู้จักกล้าแสดงออก  คิดเป็น ทำเป็น  และรู้จักการแก้ปัญหา  รวมถึงการอยูร่วมกับผู้อื่นด้วย

2. Free play การเล่นอิสระ

บางครั้งการปล่อยให้ลูกได้เลือกเล่น กำหนดรูปแบบและสิ่งที่จะเล่นด้วยตัวเอง มีอิสระในการเล่น  โดยเปิดโอกาสให้ลูกได้กำหนดกฎ กติกา ในการเล่น ช่วยฝึกความเป็นผู้นำและรู้จักรักษากฎเกณฑ์  ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากต่อการพัฒนาทักษะ EF ให้กับลูก

3. Learning by Doing การเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ

เปิดโอกาสให้ลูกได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของครอบครัว  ตามความสามารถและเหมาะสมกับวัย  เช่น ช่วยงานบ้าน ลองคิดและทำอาหารที่อยากกินเอง โดยคุณพ่อคุณแม่คอยแนะนำ และ เพราะเมื่อทำสำเร็จลูกจะเกิดความภาคภูมิใจและมั่นใจในตนเอง  แต่อย่าลืมคำชมนะคะ  การชื่นชมในความสำเร็จของลูก รวมถึงช่วยกระตุ้นและให้กำลังใจลูกหากเกิดปัญหา

4. Do It Yourself  การฝึกให้เด็กรับผิดชอบและช่วยเหลือตนเองอย่างเหมาะสมกับช่วงวัย 

หากพ่อแม่ให้ลูกได้ทำอะไรด้วยตนเอง ได้เรียนรู้ถูกผิด  เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น  ติดกระดุมเสื้อด้วยตนเอง  สวมรองเท้า ถุงเท้าเอง  จากเรื่องง่าย ๆ และเพิ่มความยากของกิจกรรมไปทีละนิด  เพื่อท้าทายให้ลูกได้คิดและได้ลงมือทำ  แต่ไม่ควรให้ยากจนเกินไปอาจทำให้ลูกเครียดได้นะคะ

5. Stories & Tales นิทานและเรื่องเล่าช่วยฝึกจินตนาการและการคิดอย่างเป็นระบบ

การอ่านหนังสือนิทานสำหรับเด็ก ๆ  ยังถือเป็นเรื่องสำคัญ  การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาสมอง  ความคิด ความจำ  และเสริมสร้างจินตนาการ  การเล่าเรื่องฝึกลูกให้คิดอย่างเป็นระบบ

อ่าน พ่อแม่สร้างได้!! พัฒนาทักษะ EF พัฒนาพื้นฐานชีวิตลูก

6. Reading & Thinking การอ่านช่วยพัฒนาทักษะสมอง สมาธิ และกระบวนการคิดของเด็ก

นิทานจะมีที่มาที่ไปของเรื่อง  มีการลำดับเรื่อง  สิ่งสำคัญเมื่อคุณพ่อหรือคุณแม่เล่านิทานให้ลูกฟัง ควรถามคำถามให้ลูกตอบเพื่อฝึกให้ลูกรู้จักคิด วิเคราะห์ เพื่อให้เกิดกระบวนการคิด  นอกจากนี้ ขณะที่ลูกฟังนิทานลูกก็จะมีสมาธิในการฟังตามไปด้วย   ส่งผลให้สมองเกิดการพัฒนา

7. Creative Toys & Board Games ของเล่นที่ต้องใช้สมาธิในการเล่น

เกมและบอร์ดเกมต่างๆ ช่วยพัฒนาสมอง ฝึกการคิดและการวางแผน มีการกำหนดกติกา และสร้างเงื่อนไข  ท้าทายให้ลูกได้คิดและได้ลงมือทำ

8. Art & Music การเล่นดนตรีและทำงานศิลปะ

ช่วยให้สมองส่วนหน้าเกิดการตื่นตัวในการทำงาน การส่งเสริมกิจกรรมดังกล่าวควรทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอ  จะส่งผลดีต่อการพัฒนาสมอง  อารมณ์  และสังคมของลูก

9. Sports & Plays กีฬาและการเล่นที่มีกฎกติกา

การเล่นเป็นทีม ช่วยฝึกเรื่องการคิด การวางแผน และการมุ่งเป้าหมาย รวมถึงการอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ การเล่นเป็นทีมทำให้เกิดความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองเพื่อนำพาทีมไปสู่เป้าหมายที่วางไว้  นอกจากนี้ การเล่นกีฬายังสอนให้เรียนรู้ความพ่ายแพ้ และจัดการกับอารมณ์ของตนเองแม้ต้องเจอเรื่องที่ผิดหวังก็ตาม

มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาพร้อมทักษะ EF แต่เราเกิดมาพร้อมศักยภาพที่จะพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้ ผ่านการฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การวิจัยจำนวนไม่น้อยชี้ให้เห็นว่า EF เริ่มพัฒนาขึ้นในเวลาไม่นานหลังปฏิสนธิ โดยช่วงวัย 3-6 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะ EF ด้านต่างๆ ให้กับเด็ก เพราะเป็นช่วงที่สมองส่วนหน้าพัฒนามากที่สุด

และพ่อแม่จะพัฒนาทักษะนี้ให้ลูกอย่างไร รศ.ดร.นวลจันทร์แนะว่า พ่อแม่ยังต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ให้ความรักความอุ่นเขาตามปกติ เพราะถ้าเด็กการรับรู้ไม่ดี ประสาทสัมผัสทั้งหลายไม่ดี เขาก็ยากที่จะพัฒนา EF ได้

 “ส่วนจะสอนอะไรเพื่อให้เด็กมี EF ดี มีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกของเล่นให้ลูกได้คิดอย่างสร้าง สรรค์ เช่น เลโก้ หมากฮอส หมากรุก พวกนี้ฝึกสมองส่วนหน้าช่วยพัฒนาความคิดของเด็ก หรือแม้แต่ทำงานบ้าน เป็นการฝึกให้มีความรับผิดชอบ รวมทั้งการอ่านหนังสือ ยิ่งพ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังมากเท่าไหร่ เด็กจะมีทักษะเรื่องการอ่าน การเขียน เชาวน์ปัญญาดีขึ้นเท่านั้น หรือส่งเสริมให้เด็กเล่นดนตรีก็เป็นการฝึกสมองที่ดีเช่นกัน

ที่สำคัญอย่าให้เด็กเครียด ถ้าเครียดเมื่อไหร่สมองส่วนหน้าจะไม่ทำงาน ฉะนั้นสิ่งแวดล้อมที่ไม่กดดัน มากนัก และมีความเป็นมิตร จะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กกล้าคิดกล้าทำ

———————————————————-

หากแยกเป็นหมวดหมู่ ได้ตามนี้ค่ะ

 EF หรือ Executive Functions จะประกอบด้วย ทักษะ 9 ด้าน คือ 

กลุ่มทักษะพื้นฐาน 

    1. Working memory = ความจำที่นำมาใช้งาน หรือ ความสามารถในการเก็บประมวล และดึงข้อมูลที่เก็บในคลังสมองออกมาใช้ตามสถานการณ์ที่ต้องการ 

    2. Inhibitory Control = ความสามารถในการยั้งคิดไตร่ตรองควบคุมแรงอยาก หยุดคิดก่อนที่จะทำหรือพูด

    3. Shiftingหรือ Cognitive Flexibility = ความสามารถในการยืดหยุ่น พลิกแพลง ปรับตัว เป็นจุดตั้งต้นของการคิดนอกกรอบ คิดสร้างสรรค์

กลุ่มทักษะกำกับตนเอง 

    4. Focus Attention = ความสามารถในการใส่ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยไม่วอกแวก

    5. Emotional Control = ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จัดการกับอารมณ์ไม่ให้รบกวนผู้อื่น ไม่โกรธเกรี้ยวฉุนเฉียว ขี้หงุดหงิดง่าย จัดการกับความเครียดความเหงาได้ มีอารมณ์มั่นคง และแสดงออกแบบที่ไม่รบกวนผู้อื่น 

    6. Self-Monitoring = คือ การประเมินตนเองรวมถึงสะท้อนผลการทำงาน เพื่อหาจุดบกพร่อง แล้วแก้ไขพัฒนาให้ดีขึ้น การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการ เริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การเห็นภาพรวม จัดลำดับความสำคัญ จัดระบบโครงสร้าง จนถึงการแตกเป้าหมาย ให้เป็นขั้นตอน รวมถึงรู้ตัวว่า กำลังทำอะไร  ได้ผลอย่างไร 

กลุ่มทักษะปฏิบัติ

    7. Initiating = ความสามารถในการริเริ่มและลงมือทำ กล้าคิดกล้าทำ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

    8. Planning and Organizing = การวางแผนและดำเนินการตั้งแต่ตั้งเป้าหมาย เห็นภาพรวม จัดลำดับความสำคัญ จัดระบบ จนถึงการดำเนินการ และประเมินผล 

    9. Goal- Directed Persistence = ความพากเพียรให้บรรลุเป้าหมายมุ่งมั่น ฝ่าฟันอุปสรรคและล้มแล้วลุกได้ เมื่อตั้งใจและลงมือทำแล้ว มีความมุ่งมั่นบากบั่นไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ก็พร้อมฝ่าฟันจนถึงความสำเร็จ

        ทักษะเหล่านี้ต้องได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เพื่อให้เกิดการฝังชิปเป็นโครงสร้างในสมองของเด็ก โดยเฉพาะในวัย 3-6 ปี ซึ่งเมื่อฝังตัวแล้วก็จะคงอยู่เป็นนิสัยหรือคุณสมบัติของบุคคลไปตลอดชีวิต

การดูแลลูกที่ถูกต้องในวัยที่สำคัญ เป็นการพัฒนาคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ

    ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น 

        Inhibitory Control –> หัดให้ลูกรอ ไม่ใช่ว่าลูกอยากได้อะไร ต้องได้เดี๋ยวนั้น ตอนนั้น

        Shift/Cognitive Flexibility –> ฝึกให้ลูกรู้จักยืดหยุ่นเมื่อผิดหวัง เช่น ลูกอยากกินแอปเปิ้ล แต่ไม่มี ก็จะถามลูกว่าเปลี่ยนเป็นองุ่น หรือ ส้มแทนได้มั้ย 

        Focus/Attention –>  ฝึกและให้เวลาลูกเล่นในสิ่งที่ชอบให้ได้ช่วงระยะเวลานึง อ๊อตโต้ชอบเล่น Lego เค้าจะสามารถนั่งต่อได้คนเดียวเป็นเวลานานเลยทีเดียว ถือว่าฝึกสมาธิไปในตัว

        Initiating –> ตั้งเป้าหมายและให้ลงมือทำ เช่น วันนี้จะล้างรถ + รดน้ำต้นไม้ ก็ต้องฝึกให้เค้าทำตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ด้วย

        Planning/Organizing –> อันนี้ฝึกง่ายเลย เวลาทำขนมกับลูก เรามักจะแพลนว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง เวลาเราแพลน ก็บอกลูกไปด้วยว่า ก่อนจะต้มน้ำเชื่อม ต้องตอกไข่ก่อน แยกไข่แดงออกจากไข่ขาวให้เรียบร้อย แล้วค่อยต้มน้ำ เป็นต้น

ขอบคุณข้อมมูลเพิ่มเติมจาก

อนุบาลวัยใสสร้างด้วยมือครู

 

 

หนังเรื่อง Wonder มหัศจรรย์ : ครอบครัวเด็กพิเศษ ผ่านมันไปได้อย่างไร ?

หนังเรื่อง Wonder เป็นหนังที่เห็นถึงความรัก ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเด็กพิเศษ ที่ต้องผ่านเรื่องราวตั้งมากมาย บางครั้งคนในบ้านก็หลงลืมใครบางคนที่เฝ้าคอยความรักความอบอุ่นอยู่เช่นกัน

ออกัสต์เรียนโฮมสคูลที่บ้าน จนกระทั่ววันหนึ่ง ออกัสต์ได้ออกไปเผชิญความจริงบนโลกใบนี้ ที่ทำให้เค้ารู้สึกเจ็บปวดมากมาย แล้วทุกอย่างผ่านไปได้อย่างไร อยากให้คุณพ่อ คุณแม่ได้ดู พลังของครอบครัว คือพลังที่ยิ่งใหญ่เสมอ..

เรื่องย่อหนัง

หนัง Wonder ภาพยนตร์เสริมสร้างแรงบันดาลใจที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชน ที่ดีที่สุดในปี 2012 เรื่องราวของออกัสต์ พูลล์แมน เด็กชายอายุ 10 ขวบที่บ้าสตาร์วอร์ส ชอบกินไอติม ติดเกม และมีครอบครัวที่อบอุ่น แม่ที่รักเขาที่สุดในโลก แต่ออกัสต์ป่วยด้วยโรค Mandibulofacial Dysostosis (โรคปากแหว่งเพดานโหว่) ตั้งแต่แรกเกิด จน อายุ 10 ขวบ ออกัสต์ เข้ารับการผ่าตัดใบหน้ามาแล้วกว่า 27 ครั้ง คนแปลกหน้ามักเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นหน้าเขา หลายคนมองว่า ออกัสต์ มีหน้าตาที่น่าเกลียด จนไม่อยากเข้าใกล้ แต่คนใกล้ตัว และออกัส กลับไม่คิดแบบนั้น เขาเป็นแค่เด็กชายตัวน้อยที่อยากกินไอติมโดยที่เด็กคนอื่นๆ เห็นว่าเขากินจริงๆ เขาอยากแต่งชุดซุปเปอร์ฮีโร่โดยไม่ต้องคอยสวมหน้ากากปิดใบหน้า เขาอยากไปโรงเรียนและเล่นกับเด็กทั่วไปอย่างปกติสุข หนังจะบอกเล่าผ่านมุมมองและความนึกคิดของตัวละครแต่ละตัว เริ่มต้นจากตัวของเด็กชาย แล้วตามด้วยพ่อแม่ พี่สาว เพื่อนคนแรก เพื่อนที่คอยแกล้ง เพื่อนที่คอยช่วยเหลือ ผ่านมุมมองของเด็กชายตัวเล็ก ที่มีหัวใจดวงโต และ น่ารักที่สุดในโลก เด็กชายที่มีชื่อว่าออกัสต์ พูลล์แมน

หนัง Wonder Based on the New York Times bestseller, WONDER tells the incredibly inspiring and heartwarming story of August Pullman, a boy with facial differences who enters fifth grade, attending a mainstream elementary school for the first time.

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

movie.thaiware.com

เรียนภาษาอังกฤษจากหนัง Disney•Pixar’s Coco – วันอลวน วิญญาณอลเวง

การ์ตูนเรื่อง Coco มีคำศัพท์อะไรน่ารู้บ้าง? อิอิ อยากจะบอกว่า

มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ “ญาติ” เยอะมากเลยยย

เตรียมตัวออกเสียงกันดีๆนะจ๊ะ

Family (แฟ้ เมอ หลี่) (แฟ้ม หลี่) : ครอบครัว

Ancestor (แอ๊น เสส ซือ เถ่อร์) : บรรพบุรุษ

Papa (พ้า ผ่า) (ป๊า ป่า) : พ่อ

Mama (ม้า หม่า) (หม่า ม้า) : แม่

Grandmother (แกร้น มา เธ่อร์) (แกร้ม มา เธ่อร์) : ย่า

Great grandmother (เกร่ด แกร้น มา เธ่อร์) : ทวด

Great great grandmother (เกร้ด เกร้ด แกร้น มา เธ่อร์) : เทียด

Relative (เร้•เลอ•ถี่ฟ•ฟือ) : ญาติ

วันนี้มีคำศัพท์มาฝากกันพอหอมปากหอมคอนะจ๊ะ

——————————————————————————————————————

ขอขอบคุณอาจารย์เอ๋ กดติดตาม Aeyducation ได้เลยค่ะ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ ^^

อาจารย์เอ๋ Aeyducation

สอบถามข้อมูลส่วนลดพิเศษได้ทุกช่องทางนะคะ(‐^▽^‐)
Tel: 095-546-6549
Line: @Aeyducation
อาคาร Aeyducation ติด BTS วงเวียนใหญ่ ทางออก1

 

https://www.youtube.com/watch?v=qhOyMg35Srg&t=55s

https://www.youtube.com/watch?v=I9iVzOsEwnw