คำคม “เพื่อน” “มิตรภาพ” ซึ้งๆภาษาอังกฤษ (Friendship)

เพราะ “เพื่อน” คือคนสำคัญในชีวิต กว่าจะหา “เพื่อนแท้” ที่จริงใจ เข้าใจและคอยอยู่เคียงข้างเราเสมอนั้นมันยาก ดังนั้น เราควรรักษา “มิตรภาพ” ดีดีเหล่านี้ให้คงอยู่ตลอดไป…

วันนี้เรามีคำคมซึ้งๆ ที่พูดถึงเพื่อน และมิตรภาพมาฝากกัน จะมีคำว่าอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย!!

 

Friendship is always a sweet responsibility,

never an opportunity

มิตรภาพคือความรับผิดชอบที่แสนหวาน

มิใช่โอกาส

+++++++++++++++++++++++++++

A good friend hard to find,

hard to lose and impossible to forget

เพื่อนที่ดีนั้นยากที่จะค้นหา ยากที่จะสูญเสีย

และเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมเลือน

+++++++++++++++++++++++++++

How lucky I am to known someone

who was hard to say goodbye to

ฉันโชคดีแค่ไหนที่ได้รู้จักใครบางคนที่ยากจะลาจาก

+++++++++++++++++++++++++++

A friend is one who walks in when other walk out

เพื่อนคือคนที่เดินเข้ามาหา ในขณะที่คนอื่นจากไป

+++++++++++++++++++++++++++

Friend are the most important ingredient

in the recipe life

เพื่อนคือส่วนผสมที่สำคัญที่สุดในรายการชีวิต

+++++++++++++++++++++++++++

Friend like poem,

you may never fully understand them,

but you’ll always love them

เพื่อนเหมือนกับ บทกวี

คุณอาจจะไม่เข้าใจมันทั้งหมด

แต่คุณจะรักมันเสมอ

+++++++++++++++++++++++++++

I’m so glad that you’re my friend.

I know our friendship will never end

ฉันดีใจที่มีเธอเป็นเพื่อน

ฉันรู้ว่ามิตรภาพของเราจะไม่มีวันสิ้นสุด

+++++++++++++++++++++++++++

 A friend… is a tissue when you can’t stop crying.
เพื่อน……. คือ กระดาษซับนำ้ตาเวลาคุณร้องไห้

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is a shoulder when you feel like dying.
เพื่อน……. คือ ไหลพักพิงเวลาคุณรู้สึกอ่อนหล้า

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… always listens when you have something to say.
เพื่อน……. พร้อมที่จะรับฟังเสมอเวลาที่คุณต้องใครสักคน

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is a sun when the rain just won’t stop.
เพื่อน……. คือ แสงอาทิตย์อันสดในในยามที่ฝนพรำ่ตกไม่หยุด

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is your mom when you run into a cop.
เพื่อน……. เปรียบได้เหมือนแม่ที่คอยช่วยเหลือเวลาคุณมีเรื่องเดือนร้อน

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is a phone call when you can’t leave your home.
เพื่อน……. คือ เสียงตามสายให้คุณหายเหงาเวลาที่ต้องนั้งแกร่วอยู่บ้าน

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is an ear for a secret to tell.
เพื่อน……. คือ ผู้ที่คอยรับฟังความลับคับใจที่คุณไม่สามารถบอกใครได้

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is an aspirin when your head hurts like hell.
เพื่อน……. คือ ยาแก้ปวดขนานดีเวลาที่คุณปวดหัวจนแทบระเบิด

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is a love that can never let go.
เพื่อน……. คือ ความรักที่่ไม่มีวันเลิกรักได้

+++++++++++++++++++++++++++

 A friend… is a week when you need a day.
เพื่อน……. มีเวลาให้คุณมากกว่าที่คุณต้องการเสมอ

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is a crutch when you have a broken heart.
เพื่อน……. คือกันชนหัวใจอย่างดีเวลาที่คุณอกหัก

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is some glue when everything falls apart.
เพื่อน……. คือกาวใจเวลาที่คุณรู้สึกว่าทุกอย่างแตกกระสานซ่านเซ็น

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is a hand when you feel all alone.
เพื่อน……. ให้กำลังใจเสมอเวลาที่คุณรู้สึกเดียวดาย

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is a wing if you want to fly.
เพื่อน……. คือ ปีกอันแข็งแกร่งในยามที่คุณรู้สึกอยากโบยบิน

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… understands without knowing why.
เพื่อน……. เข้าใจคุณ โดยปราศจากงื่อนไข

+++++++++++++++++++++++++++

A friend… is you, and I wanted you know!!!!!!
อยากบอกให้ได้รู้ว่า.. “เพื่อน” ที่ทำให้รู้สึกดีได้ขนาดนี้ คือ … “คุณ”

+++++++++++++++++++++++++++

“Many people will walk in
and out of your life,
but only true friends will leave
footprints in your heart (Anonymous).”

“อาจมีหลายคนที่เดินผ่านเข้ามาในชึวิตคุณแล้วจากไป
แต่จะมีเพียงเพื่อนแท้เท่านั้นที่จะทิ้งรอยรักไว้ในใจคุณ”

 

www.ข้อความโดนๆ.com

อย่าปล่อยมือฉันได้ไหม-Dax Rock Rider เนื้อเพลง แปลไทย-อังกฤษ

คนที่ไร้หนทาง ชีวิตมืดมนทุกอย่าง

A person with no direction, everything in my life was dark

กับคำว่ารัก จะไปหวังอะไร ก็ใครจะมาใส่ใจ

With the word love, I hoped for someone to pay attention to me

แค่คนที่ไร้ตัวตน ถนนให้เริ่มต้นใหม่

Just someone invisible, starting over on my path

ก็มองไม่เห็นทาง ที่ฉันจะก้าวไป ไม่เหลืออะไรจริงๆ

I couldn’t see the way that I’d go, I really didn’t have anything left

ดั่งคนหมดหวัง ท่ามกลางทะเลมืดมิดไม่มีแสงไฟ

I was like a hopeless person in the middle of the dark sea, without any lights

เกือบทิ้งทุกลมหายใจ แต่สุดท้าย ก็มีเธอเข้ามา

Nearly giving up my last breath, but finally, you showed up

 

(*) ได้โปรดอย่าปล่อยมือฉัน ได้ไหม ยืนยันให้มั่นใจ

Please don’t let go of my hand, please, reassure me

จะอยู่ตรงนี้ใช่ไหม อย่าจากฉันไป

That you’ll stay right here, right? Don’t leave me

คนที่มองเห็นค่าความเป็นคนข้างใน

The person who sees the value of the person inside me

ก็เธอผู้เป็นดังแสงไฟ ที่ทำให้ยังหายใจไปได้อีกวัน

You’re like the light that makes me still able to keep breathing for another day

 

คนที่เขาดีพอ ที่ควรคู่เธอทุกอย่าง

Someone who’s good enough and suitable for you in every way

เธอยังไม่สนกลับมาเห็นใจเคียงข้าง มาร่วมทางกับฉัน

You still don’t care and end up sympathizing with me by my side, being with me

เกือบจะหมดหวัง ท่ามกลางทะเลมืดมิดไม่มีแสงไฟ

I was nearly hopeless in the middle of the dark sea, without any lights

เกือบทิ้งทุกลมหายใจ แต่สุดท้าย ก็มีเธอเข้ามา

Nearly giving up my last breath, but finally, you showed up

(*)

เกือบจะหมดหวัง ท่ามกลางทะเลมืดมิดไม่มีผู้ใด

I was nearly hopeless in the middle of the dark sea, without anyone else

จากนี้ทุกลมหายใจ อยากจะใช้ เดินไปพร้อมเธอ

From now on, I want to spend every breath moving forward with you

(*)

และเธอผู้เป็นดังแสงไฟ ที่ทำให้ฉันหายใจไปได้อีกวัน

And you’re like the light that makes me still able to keep breathing for another day

 

http://deungdutjai.com

Oh Wonder – Without You (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

Step out into the sun
Skies above they radiate me
Lift up, carry the love
Do you know?
That I’ve been out of my mind
This slow life I’m waiting for you
To swing me all of your line
Do you know?

ก้าวออกไปอยู่ท่ามกลางดวงตะวัน
ท้องฟ้าเบื้องบนแผ่รังสีลงมาที่ฉัน
ยกและแบกเอาความรักนี้เดินต่อไป
เธอรู้มั้ย?
ว่าฉันน่ะสติล่องลอยไป
ด้วยชีวิตอันเอื่อยเฉื่อยนี้ กำลังรอคอยเธออยู่นะ
เพื่อจะแกว่งไกวฉันไปบนเส้นของเธอ
เธอรู้มั้ย?

Since I’ve been walking solo
Dreaming you were back home
I find getting down low
Hide until tomorrow
Come back into the good life
Lose these hazy love lies
I’ve been chasing my mind
Lonely in the cold nights

ตั้งแต่ที่ฉันต้องเดินไปตามลำพัง
ก็ได้แต่เฝ้าฝันเสมอว่าเธอจะกลับมาบ้าน
ฉันได้แต่หลบๆซ่อนๆ
ซ่อนตัวไปจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้
กลับมาสู่ชีวิตดีๆ
ฉันสูญเสียความรักอันพร่ามัวนี้ไป
ฉันได้แต่ไล่ตามความคิดตัวเอง
เปล่าเปลี่ยวท่ามกลางค่ำคืนอันหนาวเหน็บ

Cause I’m kicking up stones without you
Can’t pick up the phone without you
I’m a little bit lost without you
Without you
And I’m digging down holes without you
Can’t be on my own without you
I’m a little bit lost without you
Without you

เพราะฉันต้องเดินเตะก้อนหินโดยไม่มีเธอ
รับโทรศัพท์ไม่ได้เลย เมื่อไม่มีเธอ
ฉันหลงทางไปบ้าง เมื่อไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ
ฉันขุดหลุมฝังตัวเอง เมื่อไม่มีเธอ
อยู่ตัวคนเดียวไม่ได้เลย เมื่อไม่มีเธอ
ฉันหลงทางไปบ้าง เมื่อไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ

Step out into the dark
Where were you when I was trying
To lift up, carry the love
Do you know?
That I’ve been closing my eyes
Love me slow, hallucinating
Swinging me all of your light
Do you know?

ก้าวออกมาในความมืด
เธออยู่ที่ไหนกัน ในเวลาที่ฉันพยายาม
ที่จะยกและแบกเอาความรักนี้เดินต่อไป
เธอรู้มั้ย?
ว่าฉันหลับตามาตลอด
ค่อยๆรักฉันอย่างช้าๆ เหมือนภาพหลอน
แกว่งไกวฉันไปด้วยแสงสว่างของเธอ
เธอรู้มั้ย?

Since I’ve been walking solo
Dreaming you were back home
I find getting down low
Hide until tomorrow
Come back into the good life
Lose these hazy love lies
I’ve been chasing my mind
Lonely in the cold nights

ตั้งแต่ที่ฉันต้องเดินไปตามลำพัง
ก็ได้แต่เฝ้าฝันเสมอว่าเธอจะกลับมาบ้าน
ฉันได้แต่หลบๆซ่อนๆ
ซ่อนตัวไปจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้
กลับมาสู่ชีวิตดีๆ
ฉันสูญเสียความรักอันพร่ามัวนี้ไป
ฉันได้แต่ไล่ตามความคิดตัวเอง
เปล่าเปลี่ยวท่ามกลางค่ำคืนอันหนาวเหน็บ

Cause I’m kicking up stones without you
Can’t pick up the phone without you
I’m a little bit lost without you
Without you
And I’m digging down holes without you
Can’t be on my own without you
I’m a little bit lost without you
Without you

เพราะฉันต้องเดินเตะก้อนหินโดยไม่มีเธอ
รับโทรศัพท์ไม่ได้เลย เมื่อไม่มีเธอ
ฉันหลงทางไปบ้าง เมื่อไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ
ฉันขุดหลุมฝังตัวเอง เมื่อไม่มีเธอ
อยู่ตัวคนเดียวไม่ได้เลย เมื่อไม่มีเธอ
ฉันหลงทางไปบ้าง เมื่อไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ

Hold me close when it’s over
Life goes slow loving sober
Feel my bones getting older
Sadness grows when you’re cold
Cause I am one step heavy and two steps high
Hold it steady with you by my side
One step heavy and two steps high
Two steps high

กอดฉันแน่นๆที เมื่อทุกอย่างมันจบลง
ชีวิตมันผ่านไปอย่างช้าๆ ความรักค่อยๆสร่างไป
ฉันเริ่มแก่ลง
ความโศกเศร้ามันเติบโตขึ้นเมื่อเธอหนาวเหน็บ
เพราะฉันก้าวไปอย่างหนักหน่วง และอีกสองก้าวที่สูงชัน
เกาะไว้ให้แน่นๆ เมื่อมีเธออยู่ข้างกาย
ก้าวไปอย่างหนักหน่วง และอีกสองก้าวที่สูงชัน
อีกสองก้าวที่สูงชัน

Cause I’m kicking up stones without you
Can’t pick up the phone without you
I’m a little bit lost without you
Without you
And I’m digging down holes without you
Can’t be on my own without you
I’m a little bit lost without you
Without you

เพราะฉันต้องเดินเตะก้อนหินโดยไม่มีเธอ
รับโทรศัพท์ไม่ได้เลย เมื่อไม่มีเธอ
ฉันหลงทางไปบ้าง เมื่อไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ
ฉันขุดหลุมฝังตัวเอง เมื่อไม่มีเธอ
อยู่ตัวคนเดียวไม่ได้เลย เมื่อไม่มีเธอ
ฉันหลงทางไปบ้าง เมื่อไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ

Without you
Without you
I’m a little bit lost without you
Without you
And I’m digging down holes without you
Can’t be on my own without you
I’m a little bit lost without you
Without you

ไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ
ฉันหลงทางไปบ้าง เมื่อไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ
ฉันขุดหลุมฝังตัวเอง เมื่อไม่มีเธอ
อยู่ตัวคนเดียวไม่ได้เลย เมื่อไม่มีเธอ
ฉันหลงทางไปบ้าง เมื่อไม่มีเธอ
ไม่มีเธอ

http://www.aelitaxtranslate.com

ครั้งหนึ่งไม่ถึงตาย-Klear เนื้อเพลง แปลไทย-อังกฤษ

ผ่านมากี่ครั้งที่เธอทำผิดสัญญา
Pahn mah gee krung tee tur tum pit sunyah
How many times have you broken your promises?
ครั้งที่ร้อยและครั้งที่ล้านก็ยอมเข้าใจ
Krung tee roy lae krung tee lahn gor yaum kao jai
The 100th and the millionth times I was willing to understand
โง่ที่ทนอยู่แต่มันรักจึงยอมให้อภัย
Ngoh tee ton yoo dtae mun ruk jeung yaum hai apai
I’m stupid for putting up with it, but I love you so I was willing to forgive you

เพราะว่ารักไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้เรื่องราว
Pror wah ruk mai chai wah chun mai roo reuang rao
Because love isn’t that I don’t know the situation
ฉันยิ่งยอมให้เธอก็ยิ้งได้ใจทุกคราว
Chun ying yaum hai tur gor ying dai jai took krao
The more I give in to you, the more I encourage you every time
ครั้งที่เท่าไหร่ ที่ต้องร้องไห้ทั้งคืน
Krung tee tao rai tee dtaung raung hai tung keun
How many times must I cry all night?

(*) อยู่กับรักที่เป็นแค่ด้ายบาง ๆ ให้เดินอยู่บนนั้น
Yoo gup ruk tee bpen kae dai bahng bahng hai dern yoo bon nun
Living with a love that’s hanging by a thread
กลับตัวก็ไม่ทัน ถ้าพลั้งก็ตาย แต่ทนไว้ก็เจ็บ
Glup dtua gor mai tun tah plung gor dtai dtae ton wai gor jep
It’s too late to reform myself, if I screw up, I’ll die, but if I endure it, I’ll get hurt
อยู่กับรักที่รอให้ถึงเวลา จบไปอย่างเชื่องช้า
Yoo gup ruk tee ror hai teung welah jop bpai yahng cheuang chah
Living with a love I’m waiting to slowly die
นับวันที่ด้ายจะขาด นับวันให้เธอลาจากฉันไป
Nup wun tee dai ja kaht nup wun hai tur lah jahk chun bpai
Counting the days until the thread will snap, counting the days until you say good-bye and leave me

เคยได้ยินว่ารักทำร้ายมันไม่ถึงตาย
Koey dai yin wah ruk tum rai mun mai teung dtai
I once heard that love hurts, but it won’t kill you
เคยได้ยินว่าช้ำแค่ไหนก็ยังหายใจ
Koey dai yin wah chum kae nai gor yung hai jai
I once heart that however much you get hurt, you’ll still be able to breathe
ฉันก็ทนอยู่ แต่ก็เหมือนคนตายทั้งเป็น
Chun gor ton yoo dtae gor meuan kon dtai tung bpen
I’m enduring it, but it’s like I’m dead inside

(*)

แค่ครั้งหนึ่งคงไม่ตาย แค่ครั้งหนึ่งคงไม่ถึงตาย
Kae krung neun gkong mai dtai kae krung neung kong mai teung dtai
Just one time won’t kill you, just one time won’t kill you
อีกครั้งหนึ่งคงไม่ตาย อีกครั้งหนึ่งคงไม่ถึงตาย
Eek krung neung kong mai dtai eek krung neung kong mai teung dtai
One more time won’t kill you, one more time won’t kill you

เคยได้ยินว่ารักทำร้ายมันไม่ถึงตาย
Koey dai yin wah ruk tum rai mun mai teung dtai
I once heard that love hurts, but it won’t kill you

 

deungdutjai.com

 

 

YOUTH – Troye Sivan (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

What if, what if we run away?
What if, what if we left today?
What if we say goodbye to safe and sound?
And what if, what if we’re hard to find?
What if, what if we lost our minds?
What if we let them fall behind and they’re never found?

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราวิ่งหนีไป
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราหนีออกจากบ้านวันนี้เลย
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราบอกลาความปลอดภัย
แล้วถ้าเกิดว่าเราเป็นคนที่หาตัวยากล่ะ
ถ้าเกิดว่าเราเสียศูนย์ล่ะ
ถ้าเกิดว่าเราทิ้งความจริงไว้ข้างหลัง และไม่มีวันพบเจอ เราจะทำอย่างไร

And when the lights start flashing like a photo booth
And the stars exploding, we’ll be fireproof
และเมื่อดวงไฟส่องแสงวาบขึ้นเหมือนในห้องถ่ายรูป
และดวงดาวระเบิดเป็นประกาย เราจะไม่มอดไหม้ไปกับมัน

My youth, my youth is yours
Tripping on skies, sipping waterfalls
My youth, my youth is yours
Run away now and forevermore
My youth, my youth is yours
A truth so loud you can’t ignore
My youth, my youth, my youth
My youth is yours
วัยเด็กของฉันคือของเธอ
เดินเล่นบนท้องฟ้า จิบน้ำจากน้ำตก
วัยเด็กของฉันเป็นของเธอ
วิ่งออกไปตอนนี้และชั่วนิรันดร์
วัยเด็กของฉันคือของเธอ
ความจริงส่งเสียงดังแล้ว เธอเพิกเฉยไม่ได้หรอก
วัยเด็กของฉัน
วัยเด็กของฉันเป็นของเธอ

What if, what if we start to drive?
What if, what if we close our eyes?
What if, we’re speeding through red lights into paradise?
Cause we’ve no time for getting old
Mortal body; timeless souls
Cross your fingers, here we go
Oh, oh, oh
ถ้าเกิดว่าเราเริ่มขับรถ
ถ้าเกิดว่าเราหลับตาลง
ถ้าเกิดว่าเรารีบขับฝ่าไฟแดงไปยังสวรรค์เลยล่ะ
เพราะเราไม่มีเวลาสำหรับการเติบโตขึ้น
ร่างกายที่ต้องตาย แต่วิญญาณกลับเป็นอมตะ
ขอให้โชคเข้าข้างเธอ แล้วไปกันเถอะ

And when the lights are flashing like a photo booth
And the stars exploding, we’ll be fireproof
และเมื่อดวงไฟส่องแสงวาบขึ้นเหมือนในห้องถ่ายรูป
และดวงดาวระเบิดเป็นประกาย เราจะไม่มอดไหม้ไปกับมัน

My youth, my youth is yours
Tripping on skies, sipping waterfalls
My youth, my youth is yours
Runaway now and forevermore
My youth, my youth is yours
A truth so loud you can’t ignore
My youth, my youth, my youth
My youth is yours
วัยเด็กของฉันคือของเธอ
เดินเล่นบนท้องฟ้า จิบน้ำจากน้ำตก
วัยเด็กของฉันเป็นของเธอ
วิ่งออกไปตอนนี้และชั่วนิรันดร์
วัยเด็กของฉันคือของเธอ
ความจริงส่งเสียงดังแล้ว เธอเพิกเฉยไม่ได้หรอก
วัยเด็กของฉัน
วัยเด็กของฉันเป็นของเธอ

My youth, my youth is yours
Tripping on skies, sipping waterfalls
My youth, my youth is yours
Run away now and forevermore
My youth, my youth is yours
A truth so loud you can’t ignore
My youth, my youth, my youth
My youth is yours
Oh, oh, oh
My youth is yours
Oh, oh, oh
My youth is yours
วัยเด็กของฉันคือของเธอ
เดินเล่นบนท้องฟ้า จิบน้ำจากน้ำตก
วัยเด็กของฉันเป็นของเธอ
วิ่งออกไปตอนนี้และชั่วนิรันดร์
วัยเด็กของฉันคือของเธอ
ความจริงส่งเสียงดังแล้ว เธอเพิกเฉยไม่ได้หรอก
วัยเด็กของฉัน
วัยเด็กของฉันเป็นของเธอ

http://chmppkml.blogspot.com

โลกที่ไม่มีเธอ – Portrait เนื้อเพลง แปลไทย-อังกฤษ

เธออยู่ตรงนั้น เธอได้ยินฉันรึเปล่า
I know you are there. Can you hear me?
ฉันอยู่ตรงนี้ มีแต่คิดถึงสุดหัวใจ
I’m right here with missing you at the bottom of heart.
ยังจำภาพสุดท้ายของเธอ ที่จากกัน
I still remember the last farewell moment of you from me.
วันที่เป็นที่สุด ของความเสียใจ
That day was the most saddest day.
แล้วโลกก็เปลี่ยนไป ตลอดกาล
And, the world has changed after that day.
ไร้ซึ่งจุดหมาย ในโลกที่แสนว่างเปล่า
Now, I have no goal and living in the empty world.

มองฟ้าตั้งแต่เช้า จนตะวันลับเลือนหายไป
Look to the sky since the morning until the sun has disappeared.
ในค่ำคืนที่ไร้ดาวบนฟ้า
Every night, the sky is without any star.
ฉันยังคงมองหาว่าเธออยู่ที่ใด
I am still looking for you.
ช่วยมาบอกฉันที ชีวิตต้องทำยังไง
Can you tell me what I should cope with this problem?

*โลกที่ไม่มีเธอ เป็นโลกที่ฉันไม่เหลือใคร
The world without you is liked the world with left no one.
มีเพียงร่างกายที่หายใจ แต่ทั้งหัวใจสลาย
Only I can breath among my body with my breaking heart.
ชีวิตที่ไม่มีเธอ ทุกอย่างที่เหลือจากนี้ ไม่มีความหมาย
Life without you seems everything from now having got meaning.
จะทำเช่นไร เมื่อรักได้ตายไปแล้ว
What I can do if my love is away.

แค่เพียง ภาวนาก็ยังสิ้นหวัง
I just pray with my disappointment.
ให้ฉันได้พบเธออีกครั้งหนึ่ง
I wanna meet you once gain.

แค่มองตากันและกอดฉันอีกครั้งหนึ่ง
Just look into my eyes and embrace me again.
อย่าปล่อยให้ทรมาณอย่างนี้เลย
Don’t let me feel blue as this way.

ไม่เหลืออะไร ในโลกที่ไม่มีเธอ
I have left nothing in the world without you.
เธออยู่ตรงนั้น เธอได้ยินฉันรึเปล่า
You are there. Can you hear me?

 

www.mooktranslation.com

https://www.youtube.com/watch?v=DOUoH_l_0zU

SWIMMING POOLS – Troye Sivan (Lyrics) เนื้อเพลง แปลไทย

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

ฉันยังคงวิ่งต่อไป วิ่งอย่างนี้ต่อไป

 

So tell me how I’m gonna get past this wave to empty swimming pools

Cause I just wanna be at the start of after loving you

I plant my feet and I clench my teeth

I can’t outrun what’s coming after me

So tell me how I’m gonna get past this wave to empty swimming pools

บอกฉันทีว่าฉันจะก้าวผ่านคลื่นพวกนี้สู่สระว่ายน้ำที่ว่างเปล่าได้อย่างไร

เพราะฉันแค่อยากจะเริ่มต้นใหม่หลังจากที่ได้รักเธอ

ฉันยีนนิ่งและกัดฟันตัวเอง

ฉันวิ่งให้เร็วกว่าสิ่งที่ไล่ตามหลังมาไม่ได้

บอกฉันทีว่าฉันจะก้าวผ่านคลื่นพวกนี้สู่สระว่ายน้ำที่ว่างเปล่าได้อย่างไร

 

But I see a lighthouse in the distance calling my name

But I can’t get there ’til I go through all of this pain

There’s a glimmer of hope like an exhale of smoke in the sky

And sometimes you drain out all the shit that used to feel right

Empty swimming pools

แต่ฉันเห็นประภาคารส่องแสงอยู่ไกลๆเหมือนกำลังเรียกชื่อฉัน

แต่ฉันไม่สามารถไปที่นั่นได้จนกว่าจะผ่านความเจ็บปวดพวกนี้ทั้งหมด

บนท้องฟ้ามีแสงสลัวของความหวังราวกับควันบุหรี่ที่พ่นออก

และบางครั้งเธอก็ปล่อยความรู้สึกดีๆให้ไหลทิ้งไปหมด

เหลือแต่สระว่ายน้ำที่ว่างเปล่า

 

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

ฉันยังคงวิ่งต่อไป วิ่งอย่างนี้ต่อไป

 

So tell me how I’m gonna get past this wave to empty swimming pools

Tell me how I’m gonna feel less secure when I look at you

So I close my eyes and just visualize

The greenest grass on the other side

So tell me how I’m gonna get past this wave to empty swimming pools

บอกฉันทีว่าฉันจะก้าวผ่านคลื่นพวกนี้สู่สระว่ายน้ำที่ว่างเปล่าได้อย่างไร

บอกฉันทีว่าจะทำอย่างไรให้ฉันไม่รู้สึกเชื่อใจไปมากกว่านี้เมื่อมองหน้าเธอ

ฉันจึงหลับตาลงและจินตนาการ

เห็นหญ้าสีเขียวที่ฝั่งตรงข้าม (มองหาอะไรเขียวๆทำให้จิตใจสงบได้)

บอกฉันทีว่าฉันจะก้าวผ่านคลื่นพวกนี้สู่สระว่ายน้ำที่ว่างเปล่าได้อย่างไร

 

But I see a lighthouse in the distance calling my name

But I can’t get there ’til I go through all of this pain

There’s a glimmer of hope like an exhale of smoke in the sky

And sometimes you drain out all the shit that used to feel right

Empty swimming pools

Empty swimming pools

Empty swimming pools

Empty swimming pools

แต่ฉันเห็นประภาคารส่องแสงอยู่ไกลๆเหมือนกำลังเรียกชื่อฉัน

แต่ฉันไม่สามารถไปที่นั่นได้จนกว่าจะผ่านความเจ็บปวดพวกนี้ทั้งหมด

บนท้องฟ้ามีแสงสลัวของความหวังราวกับควันบุหรี่ที่พ่นออก

และบางครั้งเธอก็ปล่อยความรู้สึกดีๆให้ไหลทิ้งไปหมด

เหลือแต่สระว่ายน้ำที่ว่างเปล่า

 

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

I’ve been running, running, run

ฉันยังคงวิ่งต่อไป วิ่งอย่างนี้ต่อไป

 

http://chmppkml.blogspot.com

คำศัพท์สไตล์ British English และ American English ต่างกันยังไง?

โดยทั่วไประบบการเรียนการสอนของไทยมักจะยึดแบบ “American English” เป็นหลัก รวมถึงหลายประเทศทั่วโลก แต่การใช้ภาษาอังกฤษแบบ British English ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด สามารถเลือกใช้ได้ทั้งสองแบบแต่ไม่ควรใช้ปะปนกัน ไปดูกันว่าคำศัพท์ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ มีคำไหนบ้างเป็นแบบอังกฤษ และอเมริกัน มีจุดสำคัญ 3 ข้อด้วยกันที่ทำให้คำศัพท์ทั้ง 2 แบบแตกต่างกันคือ

1. ตัวสะกด (Spelling) 

เกิดจากความแตกต่างของรากภาษาที่มาจากภาษาละติน และภาษากรีก จึงทำให้การสะกดคำของทั้ง 2 แบบแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

 

2. การออกเสียง (Pronunciation)

การออกเสียงคำศัพท์บางตัวทั้งแบบบริติช และแบบอเมริกัน จะมีการเน้นเสียง (Stress) ที่แตกต่างกันออกไป เช่น

 

3. คำศัพท์ (Vocabulary) 

คำศัพท์ในแบบบริติช และอเมริกัน ที่เราพบเห็นได้บ่อยครั้งทั้งที่มีความหมายเหมือนกัน แต่เขียนต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น

คำศัพท์เกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

คำศัพท์เกี่ยวกับอาหาร

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

คำศัพท์บนท้องถนน

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

คำศัพท์ทั่วไป

คำศัพท์แบบอังกฤษ VS อเมริกัน ความเหมือนที่ “แตกต่าง”

 

www.manager.co.th

คำคมภาษาอังกฤษ แฝงแง่คิดดีดี การใช้ชีวิต

I don’t care if you’re black, white,

short, tall, skinny, rich or poor.

If you respect me, I’ll respect you.

ฉันไม่สนใจว่าคุณจะดำ, ขาว, เตี้ย, สูง, ผอม, รวยหรือจน

 แต่ถ้าคุณเคารพฉัน ฉันก็จะเคารพคุณ

++++++++++++++++++++++++

We don’t grow when things are easy.

We grow when we face challenges.

เราจะไม่เติบโตขึ้นหากทุกสิ่งที่เจอนั้นเป็นเรื่องง่าย

แต่เราจะเติบโตขึ้นเมื่อเราได้เผชิญหน้ากับความท้าทาย

++++++++++++++++++++++++

Don’t judge people by their looks.

อย่าตัดสินคนแค่เพียงภาพลักษณ์ภายนอก

++++++++++++++++++++++++

Every story has an end

but in life every end is a new beginning.

เรื่องราวทุกเรื่องนั้นมีตอนจบ

แต่ในชีวิตจริง ในทุกๆตอนจบคือการเริ่มต้นครั้งใหม่

++++++++++++++++++++++++

The only way to do great work is to love what you do.

หนทางเดียวที่จะทำงานให้ดีเยี่ยมคือ”รัก”ในสิ่งที่คุณทำ

++++++++++++++++++++++++

At some point you have to realize that

some people can stay in your heart but not in your life.

เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณก็จำเป็นต้องตระหนักว่า

คนบางคนสามารถอยู่ได้เพียงแค่ในใจไม่ใช่ในชีวิตของคุณ

++++++++++++++++++++++++

Pretty words are not always true

and true words are not always pretty.

คำพูดที่สวยงามไม่ได้จริงเสมอไป

และการพูดความจริงก็ไม่ได้สวยงามเสมอไปเช่นกัน

++++++++++++++++++++++++

I am slow walker, but I never walk back.

ฉันอาจเป็นคนที่เดินอย่างเชื่องช้า

แต่ฉันก็ไม่เคยเดินถอยหลัง

++++++++++++++++++++++++

Never forget 3 types of people in your life.

Who helped you in your difficult times.

Who left you in your difficult times.

And who put you in difficult times.

จงอย่าลืมคน 3 ประเภทนี้ในชีวิตของคุณ

คนที่ช่วยคุณในเวลาที่ยากลำบาก..

คนที่ทิ้งคุณไปในเวลาที่ยากลำบาก..

คนที่ทำให้คุณตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก..

++++++++++++++++++++++++

Enjoy your own life

 without comparing it with that of another.

จงมีความสุขกับชีวิตของตัวคุณเอง

โดยที่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับชีวิตของใคร

++++++++++++++++++++++++

You only live once,

But if you do it right, once is enough.

คุณสามารถใช้ชีวิตได้เพียงแค่ครั้งเดียว

แต่ถ้าคุณใช้มันอย่างถูกต้องครั้งเดียวก็เพียงพอ

 

www.คําคม.net

 

สวัสดี Live #เทรนการออกเสียงภาษาอังกฤษให้เพราะ 04 By #AjAeyzzz

สวัสดี Live #เทรนการออกเสียงภาษาอังกฤษให้เพราะ 04 By #AjAeyzzz คืนที่ 4 ของปี 04/01/18 (แจน ยู เว้ หรี่: January)

เชิญนักเรียนแถวหน้าเข้าคลาสมหาสนุก ที่จะทำให้ทุกคนได้รับการ #เทรนการออกเสียงภาษาอังกฤษให้เพราะ กับ #AjAeyzzz ได้แล้วจ้าาา

สนุกอย่างมีสาระไปกับ Aj.Aeyzzz แห่ง Aeyducation ก่อนนอนกันนะจ๊ะ วันนี้เรามาค่อยๆฝึกอะไรกันดี?

1. อ๊อ เหนิ่ส ซือ ถึ → Honest ซื่อสัตย์

2. อ๊อ เหน่อร์ ลิ้นวางอยู่ข้างล่างเฉยๆ → Honor = เกียรติ ให้เกียรติ

3. อั๊น เหยิ่น → Onion 1. อั๊น เหยิ่น หัวหอมใหญ่

4. เขิ่ม แพ้น เหยิ่น → Companion เพื่อน สหาย

5. กู้ด ดึ → Good = ดี สบายดี

6. เซ้ม โมล ดึ / เซ้ โมล ดึ —> Same old = เหมือนเดิม

7. น๊อด ธิง → Nothing = ก็ไม่มีอะไร

8. ฟ่าย อิน → Fine = สบายดี →

9. เกร้ อิด ถึ → เกอะ เหรอะ เอ้ อิด ถึ Great = ยอดเยี่ยม

10. ว้อด เดอะ เบ๊า ชู/ยู → What about you? แล้วคุณล่ะ?

11. โอล ดึ → Old = แก่

12. เซ้ลลล ลึ ออน หนึ → Sail on = ล่อง (เรือ) ต่อ หรือ ดำเนินต่อไป

Class dismissed เลิกเรียน

 

YouTube: Aeyducation