too และ enough มีหลักการใช้ยังไงนะ?

เชื่อว่าหลายท่านคงคุ้นเคยกับความหมายคำว่า too และ enough ในประโยคภาษาอังกฤษกันมาพอสมควรแล้ว แต่ยังติดตรงการวางตำแหน่งคำ และโครงสร้างการใช้สองคำนี้ที่ถูกต้อง วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจคำเหล่านี้ให้มากขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูกันเลย…

Enough : เพียงพอ

เราใช้คำว่า enough เมื่อต้องการจะสื่อว่าเพียงพอแล้ว พอแล้ว หรือไม่ต้องการเพิ่มอีกต่อไป โดยคำนี้สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง adj. และ adv. มีตำแหน่งการวางคำและการใช้ดังนี้ค่ะ

 

1. adj. + enough รูปแบบแรกนี้ enough อยู่หลัง adj. จึงทำหน้าที่เป็น adv. เพื่อขยาย adj. เช่น
You will earn extra money if you work hard enough.
(คุณจะได้รับเงินพิเศษ ถ้าคุณขยันทำงานเพียงพอ)

 

2. enough + noun รูปแบบที่สอง enough นำหน้า N. จึงทำหน้าที่เป็น adj. โดยสามารถนำหน้าทั้งคำนามนับได้และคำนามนับไม่ได้ เช่น
I think Sarah is suitable for this project because she has enough experience.
(ผมคิดว่าคุณซาร่าเหมาะกับการทำโครงการนี้ เพราะหล่อนมีประสบการณ์เพียงพอ) : enough + N. นับไม่ได้

There are not enough chairs for the audience in this convention.
(มีจำนวนเก้าอี้ไม่พียงพอต่อผู้เข้าร่วมประชุมในห้องประชุมนี้) : enough + N.นับได้

 

Too : เกินไป

คำว่า too มีความหมายว่า เกินไปหรือมากเกินไป โดยคำนี้สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง adj. และ adv. มีตำแหน่งการวางคำและการใช้ดังนี้ค่ะ

 

1. too + adj. รูปแบบแรกคือ too นำหน้า adj. ทำหน้าที่เป็น adv. ขยายเพื่อแสดงปริมาณ เช่น
This shirt is too expensive.
(เสื้อเชิ้ตตัวนี้แพงเกินไป)

This cup of coffee was too hot to drink.
(กาแฟถ้วยนี้ได้ร้อนเกินไปที่จะดื่ม)

 

2. too + many + countable noun รูปแบบที่สองคือ too นำหน้า many และตามด้วยคำนามนับได้ เช่น
There are too many students in this classroom.
(มีจำนวนนักเรียนเยอะเกินไปในห้องเรียนนี้)

 

3. too + much + uncountable noun รูปแบบที่สามคือ too นำหน้า much และตามด้วยคำนามนับไม่ได้ เช่น
Although these cakes contain too much sugar, I love eating them.
(ถึงแม้ว่าเค้กเหล่านั้นจะมีน้ำตาลมากเกินไป แต่ฉันก็ชอบกินพวกมันมาก)

 

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการใช้ too และ enough ที่ถูกต้อง หวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย อย่าลืมนำไปลองใช้กันบ่อยๆนะคะ จะได้ใช้ได้คล่อง และไม่สับสนอีกต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.trueplookpanya.com

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *